คนใจร้อน (Sungyeol x Sungjong)
‘เข้าไปอีกลูกแล้วครับท่านผู้ชม ตอนนี้ทีมเซวิท นำอยู่2ประตูต่อ0นะครับ...อ่าดูเหมือนตอนนี้ทีมฮาดง กำลังเร่งทำคะแนนอยู่นะครับ’ เสียงผู้บรรยายที่ประกาศออกไปผ่านลำโพงซึ่งติดอยู่ตรงมุมประตูทางเข้าและทางออกทุกด้าน เสียงกระหึ่มของกองเชียร์ดังแข่งกับเสียงผู้ประกาศ
11 ธันวาคม 2558 ……
วันนี้เป็นการแข่งขันฟุตบอลนัดสำคัญของสองโรงเรียนใหญ่แห่งเกาหลีใต้
SEVIT VS HADONG โรงเรียนมัธยมทั้งสองเป็นคู่แข่งกันทั้งในเรื่องการเรียน กีฬา การเชียร์ และกิจกรรมต่างๆ อีกทั้งค่าเล่าเรียนของทั้งสองแห่งยังสูงมากอีกด้วย ว่ากันว่าผู้ที่เข้ามาเรียนล้วนเป็นลูกท่านหลานเธอกันทั้งนั้น
“เฮ้อ!! ร้อนจัง...B013อยู่ตรงไหนนะ”ร่างบอบบางซึ่งกำลังมองหาที่นั่งของตนบ่นออกมาไม่หยุด เค้ากำลังหาที่นั่งของตนมาสักพักแล้วหากยืนนานกว่านี้มีหวังได้โดนปาขวดใส่แน่ๆ โทษฐานยืนบังคนอื่นที่กำลังเชียร์ฟุตบอลอยู่
อีซองจงนักเรียนชั้นมัธยมปลายปี2 โรงเรียนเซวิท “เห้อวันนี้ไม่น่ามาช้าเลยถ้าพี่รู้จะโดนดุมั้ยนะ..เห้ออีซองจงอย่าคิดมากก็รถติดนี่เนอะ” ร่างบางพลางบ่นกับตัวเอง
“โอ๊ะ!! อยู่นั่นไงหาตั้งนาน” เมื่อหาที่ของตนเจอแล้วจึงจัดการพาร่างเล็กๆของตัวเองไปนั่น พลันดวงตาคู่สวยก็สอดส่องลงไปในสนาม
หัวสมองนั่นก็คิดเรื่องที่จดจำมาไปพร้อมๆกัน’พี่บอกว่าพี่เป็นกองหน้านี่นา..ใส่เสื้อเบอร์อะไรนะพี่บอกว่าเสื้อเบอร์7..ใช่ๆเบอร์7’ สายตาคู่สวยก็ยังคงมองหาคนที่ตนตั้งใจจะมาเชียร์ไม่หยุด
“โอ๊ะ..นักเตะเบอร์7ของเซวิททำฟลาวว์ไปแล้วนะครับ... แหมน่าเสียดายทำให้ทีมฮาดงได้ยิงลูกโทษไปนะครับ”
“โอ๊ะเบอร์7....พี่ยอลนี่นา!!” เจอแล้วอีซองยอล ซองจงมองไปในสนามดูท่าร่างโปร่งนั่นคงหัวเสียอยู่ไม่น้อยที่ได้ใบเหลือง หวังแค่ว่าพี่ของเค้าจะไม่ไปโวยวายใส่กรรมการจนโดนไล่ออกจากสนามหรอกนะ
สนาม...
“โถ่เว้ย!! ก็เห็นๆอยุ่ว่าผมไม่ผิดทำแบบนี้ได้ไงห๊ะ” อีซองยอลที่ตอนนี้กำลังหัวเสีย เดินเข้าไปกระชากไหล่กรรมการที่พยายามเดินหนีนักฟุตบอลร่างสูงโปร่งคนนี้ จนเพื่อนร่วมทีมต้องมาช่วยกันดึงอีซองยอลไว้
“อย่าอารมณ์เสียไปเลยน่า..ก็แค่เกมกีฬา” เสียงที่มาพร้อมกับมือที่วางบนไหล่ของอีซองยอลทำให้ร่างสูงต้องหันขวับทันที..มยองซู
มยองซูนักเตะทีมฮาดง ที่เมื่อสักครุ่ก่อนหน้ามันเป็นคนที่ทำให้เค้าโดนใบเหลืองแท้ๆ...ไอ้นี่มันน่านัก
“เอาเวลาที่แกมาปลอบใจฉันไปทำประตูให้ทีมแกเหอะ เหลือเวลาไม่มากแล้วนี่...ขอให้ได้สักลุกแล้วกันนะ ตั้งแต่แข่งกันมายังไม่เคยยิงประตูทีมฉันได้สักลูก” พูดจบเท่านั้นอีซองยอลก็หันหลังกลับจะเดินออกไปจากตรงนั้นแต่กลับต้องหยุดชะงักจากคำพูดของคนด้านหลัง...
“ซองกยุแอดมิดโรงบาลไหนหรอจะได้ไปเยี่ยม...เสียดายนะไม่น่าแค่แขนหักเลย” คำพูดนั้นเหมือนเป็นกรรไกรที่มาตัดฟางเส้นสุดท้ายที่ยึดเหนี่ยมอารมณ์ร้อนของอีซองยอลไว้
“แก..ไอ้มยองซู” พลั่ก!! หมัดร้อนสวนเข้าที่ใบหน้าของมยองซู ตอนนี้ล้มลงไปกองกับพื้นแล้วเรียบร้อย
‘ปี๊ด...ปี๊ดดดดด’ เสียงนกหวีดกรรมการดังขึ้น พร้อมชูใบเหลืองและตามด้วยใบแดงมาให้อีซองยอล
‘โอ๊ะ!! เกิดอะไรขึ้นครับ เหตุการณ์ในสนามดูเหมือนผู้เล่นของเซวิทเบอร์7 ปล่อยหมัดใส่ตัวเก็งของฮาดงซะแล้วนะครับ ฮ่าฮ่าโดนใบเหลืองที่สองเรียบร้อยแดงครับเชิญออกจากสนาม’ สิ้นเสียงผู้ประกาศก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้น
เสียงแตกตื่นของกองเชียร์ทำให้ร่างบางหันไปสนใจกับเหตุการ์ในสนาม อีซองยอลถูกเชิญหรือไล่ออกจากสนาม โดยที่เจ้าตัวก็ดูอารมณ์เสียอยู่ไม่น้อย ซ้ำยังจะพุ่งไปอัดอีกทีมอีกสักรอบแต่โดนเพื่อนร่วมทีมและโค้ชมาดึงตัวไว้และพาออกจากสนาม
“เห้อ..พี่นี่นะจริงๆเลย” ร่างบางสบถออกมาพร้อมกับคว้ากระเป๋าของตนเดินออกมาจากที่นั่งอย่างรวดเร็ว ตรงดิ่งไปยังห้องพักนักกีฬาซึ่งอยู่ทางด้านหลัง
ห้องพักนักกีฬา <<>SEVIT>
สองขาก้าวมาอยู่ตรงหน้าประตูเรียบร้อย แต่ข้างในห้องนั้นดูเหมือนโค้ชกำลังพูดอะรับอีซองยอลอยู่ร่างบางจึงยังไม่เดินเข้าไปได้แต่ยืนรออยู่อย่างนั้น
‘แอ๊ดดด.....’ สิ้นเสียงประตูก็มีผู้ชายร่างท้วม ที่หน้าตาดูใจดีแต่ตอนนี้สีหน้าดูกังวลราวกับโลกพลังทลายลงมาก็ไม่ปาน
“หวัดดีฮะโค้ชอีจุงยอบ ผมเข้าไปหาซองยอลฮยองได้มั้ยฮะ”เอ่ยถามคนตรงหน้าอย่างสุภาพ
“เอาสิ..ตอนนี้มีซองจงคนเดียวเท่านั้นแหละที่คุยกับซองยอลมันได้ ช่วยทำให้มันใจเย็นด้วยนะ”
โค้ชอีจุงยอบพูดแค่นั้นแล้วเดินออกไป
…มือเล็กๆนั่นค่อยๆแง้มบานประตูออกทีนะนิด อ่า..อีซองยองนั่งอยู่ในห้องนั้นเพียงลำพัง เจ้าตัวสวมเสื้อทีมสีขาว ลำตัวชื้นเหงื่อทำให้เสื้อนั้นแนบไปกับผิวกาย อีซองยอลนั่งหลับตาสูดลมหายใจเข้าออกยาวๆ อย่างคนที่กำลังสงบอารมณ์ตัวเอง
ปัง!! อีซองยอลที่ลุกพรวดขึ้นมาเตะถังน้ำแข็งจนกระเด็นไปถูกผนังอีกฝากห้อง
‘เห้ออีซองจงเห็นแล้วยังสะดุ้ง ถ้าเข้าไปจะโดนลูกหลงมั้ยนะ’
ถึงจะคิดแบบนั้นแต่สองขาเรียงก็ก้าวมายืนข้างหลังอีซองยอลเรียบร้อยแล้ว มือบางค่อยๆเอื้อมไปแตะไหล่คนสูงกว่าอย่างกล้าๆกลัว ทันทีที่สัมผัสผิวชื้นเหงื่อบริเวณหัวไหล่นั้นทำเอาร่างบางแทบจะชักมือกลับทันที แต่ช้ากว่ามือหนาคู่นั้นที่ดึงมือของซองจงทีเดียวร่างทั้งร่างก็ไปอยู่ในวงแขนแกร่งนั้นแล้ว
“หวัดดีฮะ...ฮยอง” อีซองจงคนนี้พูดอะไรไม่ออกจึงได้แต่เอ่ยทักทายออกไป ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นมองคนที่อยู่ตรงหน้าก็พบว่าอีซองยอลกำลังมองเค้าอยู่เหมือนกัน แต่ร่างสูงไม่ได้พูดอะไรออกมา
นี่มันแปลกมากเลยนะปกติฮยองคนนี้ต้องบ่นเป็นหมีกินผึ้งให้ซองจงฟังแล้วแหละ
มือบางเอื้อมขึ้นไปสัมผัสแผ่วเบาที่โครงหน้า ตรงขมับที่ชื้นเหงื่อของร่างสูง ซองจงรู้ดีถึงอีซองยอลจะเป็นคนพูดมากแต่ถ้ามีเรื่องที่กังวลใจอีซองยอลที่เคยร่าเริงก็ดูเหมือนจะกลายไปเป็นอีกคนทันที
“ฮยองฮะ วันนี้ผมทำพายองุ่นมาด้วยนะกินด้วยกันนะ” ดวงตาคู่สวยมองอย่างรอคำตอบ
“อืม” อีซองยอลตอบมาแค่นั้น
แค่นี้ก็ดีแล้วสำหรับตอนนี้ ซองจงจะไม่ถามหากอีซองยอลพร้อมเมื่อไหร่เค้าจะเป็นคนบอกซองจงเอง
ร่างบางหมุนตัวไปจะไปจัดขนมใส่จาน แต่ก็ถูกอ้อมแขนจากคนด้านหลังรั้งเอาไว้ แผ่นหลังบางแนบชิดกับอกแกร่ง
“ขออยู่แบบนี้สักพักได้มั้ย” เสียงที่ดูเหนื่อยอ่อนถูกเปล่งออกมาจากพี่ชายตัวโตด้านหลัง
อีซองจงหมุนตัวกลับไป ยืดตัวขึ้นอีกนิดนำริมฝีปากบางของตนไปแตะกับริมหนาของคนตัวโตกว่า
แค่สัมผัสแผ่วเบา ความรู้สึกห่วงใยถูกถ่ายทอดออกไปผ่านการสัมผัสที่แผ่วเบานั้นเพียงชั่วครู่
“มีอะไรไม่สบายใจใช่มั้ยฮะ”
“อืม” อีซองยอลพูดแค่นั้นก่อนจะทาบทับริมฝีปากของตนลงมาอีกครั้งแค่เพียงสัมผัสที่ริมฝีกปากไม่มีการรุกล้ำใดๆ แต่คนตัวโตกว่าก็ชอบทำมันนัก อีซองยอลทำแบบนั้นอีกครั้ง...อีกครั้ง ยิ่งสัมผัสก็ยิ่งเหมือนกับเสพติดริมฝีปากนี่ไปเสียแล้ว
...................
“ห๊ะ..ฮยองสงสับว่ามยองซูเป็นคนทำร้ายซองกยูฮยองงั้นหรอครับทำไมต้องทำขนาดนี้ด้วยนะ” ร่างบางซึ่งตอนนี้นั่งอยู่บนตักร่างสูงทำหน้าครุ่นคิดในแก้มกลมๆนั้นก็เคี้ยวขนมไปด้วย
“ไอ้หน้าแมวนั่นมันคงอยากจะตัดกำลังสำคัญของทีมเรามากกว่า ซองกยูฮยองไม่อยู่สักคนมันจะได้ง่ายขึ้นไงหล่ะ” อีซองยอลพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูฉุนเฉียว
ความบาดหมางของทั้งสองทีมเริ่มจากการเป็นโรงเรียนคู่แข่งกัน และทั้งมยองซูเองก็ชอบนัมอูฮยอนเด็กนักเรียนหน้าตาน่ารักสุดฮอตแห่งเซวิทซึ่งเป็นคนรักของซองกยูด้วยแล้ว ยิ่งเพิ่มความบาดหมางมากขึ้นไปอีก
“เราอยู่เฉยๆไม่ตอบโต้ได้มั้ยฮะ” อีซองจงพูดขึ้นมาเพราะเป็นห่วงคนรักของตน ยิ่งอีซองยอลเนคนเลือดร้อนด้วยแล้ว ไม่อยากให้ไปมีเรื่องมีราวกันเลยจริงๆ
“แต่มันทำให้ซองกยูฮยองแขนหักเลยนะ” ซองยอลพูดด้วยความหงุดหงิด
“แต่ผมเป็นห่วงฮยองนี่นา...ไม่อยากเห็นฮยองเจ็บตัวอีกแล้วนะ” อีซองจงพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองคนรักอย่างชั่งใจ
“อืม” แพ้แล้วจริงๆอีซองยอลคนนี้แพ้ซองจงโหมดนี้จริงๆ
“กลับกันเถอะเดี๋ยวพรุ่งนี้ไปเยี่ยมซองกยูฮยองกัน ฮยองคงไม่ได้ลงเตะแล้วหล่ะ” ซองยอลลุกขึ้นแล้วดึงมือเล็กๆของคนรักขึ้นมาด้วย
ซองยอลและซองจงเดินมาตามทางเดินด้านหลังของสนามเพื่อออกไปยังประตูทางออกซึ่งอยู่ไม่ไกลนักถ้าเทียบกับต้องเดินไปด้านหน้า ซึ่งตอนนี้การแข่งขันคงจบไปแล้วแหละ:7ซึ่งเซวิทก็ชนะเหมือนเคย ตอนนี้ร่างสูงได้แต่คิดในใจ อยากจะไปหัวเราะใส่ไอ้หน้าแมวจริงๆที่ลงทุนถึงขนาดจ้างคนไปทำร้ายซองกยูฮยอง หวังว่าไม่มีคิมซองกยูแล้วทีมตนเองจะชนะ..ความคิดเด็กๆ
“อ้าว..จะกลับแล้วหรอศูนย์หน้าคนเก่งของเซวิท รีบกลับไปสวีทกับแฟนหรือไปเยี่ยมกัปตันทีมล่ะ” เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง ทำให้ฝีเท้าสองคู่หยุดชะงักแต่เป็นคนตัวโตกว่าที่หันกลับไปก่อน ‘หึ! เป็นไอ้มยองซูจริงๆด้วย’
“ส่งคนไปทำร้ายกัปตันทีมชั้นแต่ก็ยังไม่ชนะ ถึงกับต้องตามมารังควานกันอีกหรอ นักเตะฮาดงนี่หน้าด้านไม่เบาเลยนะ”พูดด้วยน้ำเสียงกึ่งเย้ยหยัน แค่นหัวเราะออกมานิดๆพร้อมกับจ้องมยองซูที่จ้องอีซองยอลไม่วางตาเช่นกัน
“ปากดีให้มันตลอดเถอะอีซองยอล สักวันมันจะเป็นคิวของแก” พูดแค่นั้นนักเตะหน้าหล่อทีมฮาดงก็เดินผ่านทั้งสองคนไป แต่ยังไม่วายหยุดที่อีซองจง มือของตนหน้าหล่อนั่นเอื้อมมาหมายจะสัมผัสหน้าร่างบางตรงหน้า
“แฟนแกนี่น่ารักดีนี่...คงหวงน่าดูสินะหึๆ” มยองซูทิ้งคำพูดที่ดูไม่น่าไว้วางใจนั่นไว้แล้วเดินออกไป
“แก...ไอ้มยองซู” อีซองยอลก้าวฉับๆตามร่างของมยองซูไป
‘วันนี้เลือดแกต้องกบปากเน่าๆของแกไอ้มยองซู!’ อีซองยอลคว้าเข้าที่แขนของมยองซู กระชากให้อีกคนหันกลับมาแล้วพุ่งหมัดไปที่ใบหน้าหล่อนั่นทันที มยองซูเซไปจนติดกับแพงและยังไม่ทันได้ตั้งตัว หมัดอีกลูกก็พุ่งใส่เบ้าตาขวาจังๆ อีซองยอลเดินเข้ามช้าๆตรงที่ร่างของมยองซูทรุดอยู่ ใช้ปลายนิ้ว ดันคางอีกคนให้เงยขึ้นมามองหน้าตน ก่อนจะก้มหน้าลงไปพูดกระซิบให้อีกคนได้ยิน
ด้านอีซองจงที่เห็นคนรักของตนดินตามมยองซูไป ขายาวๆนั่นเพียงก้าวเร็วๆก็ทำให้อีซองจงคนนี้วิ่งตามแทบไม่ทันแล้ว พอมาถึงยังเห็นคนรักของตนต่อยคนที่เพิ่งจะเดินมาจากพวกเขาทั้งคู่มาเมื่อสักครู่นี้ อีซองยอลโหมดโหดอ่ะน่ากลัวสุดๆไปเลยฮะ =_=
ร่างบางเห็นคนรักของตนก้มลงไปกระซิบอะไรบางอย่างกับคนที่ลงไปกองกับพื้น ‘พูดอะไรกันนะซองจงไม่ได้ยินด้วยเลย’ สักพักพี่ชายตัวโตก็เดินออกมา จับมือซองจงแน่นแล้วพาเดินออกไปจากตรงนั้นทันที
ร่างบางเงยหน้ามองคนตัวโตกว่าเห็นหน้าอีซองยอลยังดูโมโหอยู่เลย แถมมือที่จับกันอยู่ก็บีบแรงขึ้นเรื่อยๆ ซองจงเจ็บนะ! ในเมื่อทนเจ็บไม่ไหวแล้วขืนปล่อยไว้แบบนี้กระดูกซองจงอาจจะแตกได้
อีซองจงค่อยๆกระตุกมือคนรักของตัวเองเบาๆ ‘นั่นไงได้ผลฮะ..ซองยอลฮยองหันมามองซองจงแล้ว’ ซองยอลหันมามองคนตัวเล็กที่เมื่อกี้กระตุกมือของเขาเบาๆ
‘อ่า..เราคงเผลอจับมือซองจงแน่นไปสินะ’ เมื่อคิดแบบนั้นแล้วอีซองยอลจึงคลายมือออก แล้วเปลี่ยนมาจับกันไว้หลวมๆ แต่ถึงยังงั้นสายตาก็ยังจ้องมองคนตัวเล็กไม่หยุด..เหมือนซองจงมีอะไรจะพูดนะ
“เค้าจะเป็นอะไรไหมฮะ” เค้าคนนั้นคนที่ซองจงหมายถึงคือคิมมยองซูที่ลงไปนอนทักทายพื้นดินจากฝีมือคนรักของเขาซองจงไม่ได้เป็นห่วงคนๆนั้นหรอกนะแต่กลัวอีซองยอลคนตรงหน้านี่จะโดนข้อหาทำร้ายร่างกายเข้าน่ะสิ
“คงไม่ตายหรอก..พูดแบบนี้ซองจงห่วงมันรึไง” เค้าไม่พอใจมากกับท่าทางที่ซองจงแสดงออกมาเหมือนกับว่าคนตรงหน้านี้ เป็นห่วงไอ้หน้าแมวนั่นให้ตายเถอะ..อีซองยอลหงุดหงิดเป็นบ้าเลย
“ไม่ใช่นะฮะ ไปกันใหญ่แล้ว”อีซองจงทำได้เพียงโวยวายในใจ วันนี้คนรักของเค้าเป็นอะไรไป ตัวก็โตไม่ใช่น้อยอายุก็เกือบจะครึ่งของห้าสิบอยู่แล้ว แต่มางอนเป็นเด็กวัยรุ่นแรกแย้มไปได้
ดูเหมือนว่าซองจงต้องรีบทำความเข้าใจให้คนตัวโตแต่จิตใจเป็นเด็กอย่างอีซองยอลฟังซะแล้วก่อนจะเลยเถิดไปกว่านี้
มือบางๆเอื้อมไปจับที่หน้าคนรักแผ่วเบา พลางใช้สายตาจ้องเข้าไปในดวงตาของอีกคน ดวงตาที่มีอีซองจงอยู่ในนั้นเสมอมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว และจะยังเป็นเช่นนี้ไปอีกนานเท่านาน
“ผมเป็นห่วงฮยองมากกว่า เกิดเขาไปแจ้งความเอาผิดฮยองขึ้นมาจะไม่ดีนะฮะไนจะสโมสรอีกอยากโดนโทษแบนหรือไง…ผม..ผมไม่อยากไปเยี่ยมแฟนในห้องขังหรอกนะฮะ”ถ้อยคำที่พรั่งพรูออกมา แสดงถึงความเป็นห่วงคนตรงหน้ามากเหลือเกิน
‘อ่า...พี่เข้าใจซองจงผิดไป’อีซองยอลอยากจะเอาหัวตนเองไปโขกกับกำแพงให้รู้แล้วรู้รอด ดันพูดแบบนั้นออกไปได้ไง ซองจงคงเสียใจแย่นิสัยแบบนี้ทำไมแก้ไม่หายสักทีนะ เวลาอารมณ์เสียทีไรทำอะไรไม่คิดตลอด
สายตาของคนตัวสูงยังจับจ้องอยู่กับคนตรงหน้า อีซองจงที่ตอนนี้ก้มหน้าอยู่หลังจากพูดประโยคนั้นจบลงไป ระหว่างคนทั้งคู่ได้เกิดสิ่งที่เรียกว่าความเงียบขึ้นมา’มันน่าอึดอัดชะมัด’ที่เรายืนอยู่ด้วยกันแต่ไม่มีใครพูดอะไรสักคำไม่ทันที่อีซองยอลจะได้คิดเสร็จสายตาก็เหลือบไปเห็น ไหล่เล็กๆของคนตรงหน้าสั่นน้อยๆ
‘ร้องไห้หรอ..?’ คนตรงหน้าเขากำลังร้องไห้
“ซองจงอ่า...เป็นอะไรไปฮยองขอโทษที่พูดไปแบบนั้นอย่าร้องเลยนะ”คนตัวโตกว่าพยายามพูดปลอบคนรักของตนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ชีวิตลูกผู้ชายที่ชื่ออีซองยอลคนนี้จะทำได้
ฝ่ามือหนายื่นไปรั้งร่างคนตัวเล็กให้เข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของตน เขาได้ยินเสียสะอื้นเบาๆของซองจง
ความรู้สึกเปียกที่บริเวณไหล่ขวา..คงเป็นน้ำตาของซองจงสินะ
“ฮยองทำแบบนั้นเพราะ....”
“……”
“เพราะ..”
“เพราะอะไรฮะ”
“เพราะหวงนาย”
“…”
“หีง”
“….”
“กลัวไอ้หน้าแมวนั่นจะมาแย่งนายไป”เฮ้อเขินชะมัดอีซองยอลพูดอะไรออกไป..ในชีวิตนี้เคยพูดซะที่ไหน ซองจงเองก็เขินเหมือนกันตอนนี้ใบหน้าของซองจงแดงเป็นมะเขือเทศไปแล้ว แต่เจ้าตัวก็ก้มหน้าซ่อนไปหน้าที่เขินอายเอาไว้
“เงยหน้ามาคุยกับพี่สิ..พี่ขอโทษต่อไปนี้จะไม่พูดแบบนั้นอีกแล้ว”
“สัญญาแล้วนะฮะ..ถ้าพูดอีกผมจะหนีฮยองไปจริงๆด้วย ถ้าผมไปฮยองหาแฟนใหม่ไม่ได้นะฮะเพราะ..”
“เพราะ..?”
“เพระเวลาฮยองโมโหไม่มีใครเข้าใจและทนฮยองได้เท่าผมแล้วไงฮะ”โอ้ยย...อีซองจงยังเขินตัวเองที่พูดจาแบบนั้นออกไป จะโดนทำโทษมั้ยนะที่ไปพูดแบบนั้นกับคนตรงหน้า
‘ให้ตายเถอะซองจงน่ารักชะมัด อยากจะจับจูบซะตรงนี้จริงๆ’ อีซองยอลไดแต่คิดในใจ
จุ๊บ!!..ให้ตายเถอะอีซองยอลตอนนี้ทำหน้าไม่ถูกจริงๆก็คนตัวเล็กนี่ดันมาจุ๊บปากเขา แบบนี้นี่มันยั่วกันชัดๆ
อีซองจงที่โน้มหน้าเข้าไปจุ๊บแผ่วเบาที่ริมฝีปากคนรักของตนเพียงแค่แผ่วเบา แล้วผละออกอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ทันไรฝ่ามือหน้านั่นก็เอื้อมมาคว้าคอของเค้าไปซะดื้อๆ
“อือ..อื้ออ”เสียงครางหวานที่ลอดออกมาจากลำคออีซองจง ที่ตอนนี้ริมฝีปากถูกปิดด้วยริมฝีปากของอีซองยอล เนิ่นนานหลายนาทีกว่าที่ซองยอลจะยอมผละออกมาอย่างอ้อยอิ่ง
“อย่าทำแบบเมื่อกี้อีกเข้าใจไหมครับ”
“หือ..”
“เด็กโง่! ฮยองไม่ได้มีความอดทนขนาดนั้นนะ จะยั่วกันหรือไง”ดุคนตรหน้าด้วยท่าทีแกมหยอกพร้อมกับที่ริมฝีปากหน้าก้มลงไปดูดดึงปากของคนในอ้อมกอดอีกครั้ง ‘หวานจัง’ อีซองยอลคิดในใจ
“ผมไม่ได้ยั่วนะ”
“ถ้าทำอีกฮยองจะไม่ทนนะครับ อยากรวมร่างกันแล้วหรือไง”
“งื้ออ ...ฮยองบ้า”ฮยองคนนี้นี่พูดออกมาได้ รวมร่างอะไรกัน..’ได้!ต่อไปนี้ซองจงจะไม่ทำอีกและจะไม่ยอมให้ฮยองมาจูบแล้วด้วย’
“ถ้าด่าเดี๋ยวจูบนะ” ‘ฮ่าฮ่า คนตัวเล็กนี่เงียบไปจริงๆด้วยคงกลัวมากสินะ’
“กลับกันเถอะ..พรุ่งนี้เดี๋ยวไปรับแล้วเยี่ยมกยูฮยองด้วยกันนะ”
“ฮะ”
ระหว่างทางกลับบ้าน ได้มีเสียงหัวเราะพูดคุยกันของคนสองคนดังขึ้นมาแทนที่ความเงียบแล้วหล่ะ
“ว่าแต่..อยากรวมร่างกันหรือยังล่ะหืมม”
“คนนะไม่ใช่ซุปเปอร์ฮีโร่รวมร่างอะไรกันเล่า..ฮยองนี่บ้าจริง”
ฟิคเรื่องแรกของเราค่ะอยากทำมานาแล้ว แต่ไม่ได้ลงมือสักทีฝากด้วยนะคะ
เราจะมาอัพเรื่องอื่นๆต่อแน่นอนค่ะ ขอบคุณที่หลงเข้ามานะคร้าบบบบ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น