Os reunion
Os reunion
บางความสัมพันธ์ที่มีขอบเขต
ถ้าเราก้าวข้ามเขตของความสัมพันธ์นั้นมาแม้เพียงนิดเดียว
ทำยังไงเราก็ไม่สามารถกลับไปยืนจุดเดิมได้
อย่างเช่นความสัมพันธ์แบบ“เพื่อน”
ตัวอักษรภาษาคอมพิวเตอร์มากมายวิ่งวนไปมาอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์
ดวงตาคู่หวานภายใต้กรอบแว่นสีดำเลนส์หนาเตอะกำลังจ้องมองไปที่หน้าจอของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตรงหน้า
ภายในห้องที่มืดไร้แสงไฟมีเพียงแสงจากหน้าจอคอมเครื่องนี้เท่านั้นที่พอส่องแสงให้เห็นทุกอย่างในห้องเป็นเงาลางๆได้
และช่วยให้เจ้าของห้องไม่เดินไปเตะกับอะไรเข้าในยามที่เจ้าตัวลุกเดินไปไหน
“เฮ้ออออ”
เสียงถอนหายใจยาวดังมาร่างเล็กที่นั่งขลุกอยู่กับโค้ดมากมายหน้าจอคอมพิวเตอร์มาเป็นเวลาสามวันติดต่อกันโดยไม่ได้พักเสียงถอนหายใจที่ดังหลังเสียงกดแป้นเพื่อรันโปรแกรมที่เจ้าตัวกำลังทำอยู่ก่อนจะพบว่ามันไม่แสดงบั๊กที่ต้องแก้แล้ว
เจ้าของห้องร่างเล็กลุกออกจากเก้าอี้หน้าคอมพิวเตอร์พาตัวเองเดินมาที่เตียงสีขาวกลางห้องก่อนจะล้มตัวลงที่เตียงจนเกิดเสียงดังตุ๊บโดยที่เจ้าตัวไม่กลัวว่าร่างกายจะได้รับความเจ็บปวดเพราะความง่วงที่มีมากกว่าทำให้เจ้าของใบหน้าหวานหลับไปทันทีที่ร่างกายสัมผัสเตียง
อูฮยอนไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานแค่ไหนหรือแม้กระทั่งเค้าเดินมาที่เตียงได้ยังไง
แต่เมื่อหยิบมือถือที่ตกอยู่ข้างๆเตียงมาดูเวลาก็พบว่านี่มันคือสองทุ่มของวันที่ 5
มีนาคม
“หลับข้ามวันอีกแล้วสิ” เป็นเรื่องปกติซะแล้วสำหรับนัมอูฮยอน
เพราะตัวเค้าเองมีอาชีพเป็นโปรแกรมเมอร์อยู่ที่บริษัทผลิตซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในเกาหลีใต้
และเพราะอาชีพโปรแกรมเมอร์นี่แหละที่ทำเอาอูฮยอนต้องกลายเป็นมนุษย์ถ้ำที่วันๆไม่ได้ออกไปไหนขลุกอยู่แต่ในห้อง
อดหลับอดนอนเพื่อทำโปรเจคส่งให้ทางบริษัทแต่การอดนอนสามวันนี่ทำเอาพลังในร่างกายหมดเกลี้ยงไม่เหลือสักเปอร์เซนต์เลยทีเดียว
และก็เพราะนั่งทำงานติดกันสามวันอีกนั่นแหละท้องเจ้ากรรมก็เลยออกอาการงอแงตั้งแต่เจ้าของมันเพิ่งจะตื่นลืมตาจากห้วงนิทราที่ห่างหายไปนานอูฮยอนลุกขึ้นจากเตียงพลางเดินไปทางห้องน้ำ
ล้างหน้า แปรงฟัน อาบน้ำทำทุกอย่างทั้งหมดในเวลาไม่ถึงสิบห้านาที
ก่อนที่ร่างเล็กจะเดินเข้าไปในครัวเพื่อดูว่าพอจะมีอะไรใส่ท้องเข้าไปบ้าง อูฮยอนอยู่คนเดียวในคอนโดชั้นที่สามสิบเจ็ดกลางกรุงโซลแห่งนี้ห้องที่ซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงการทำงานของตัวเอง
ร่างเล็กเปิดตู้เย็นภายในครัวแต่ก็พบว่ามันไม่มีวัตถุดิบใดๆที่พอจะทำอาหารกินได้
แต่จะให้ลงไปซุปเปอร์มาร์เก็ตตอนนี้ก็บอกเลยว่าอูฮยอนน่ะขี้เกียจ
พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นรามยอนที่วางอยู่ขั้นบนสุดของตู้เหลืออยู่สองสามห่อ
รอดตายแล้วแหละอูฮยอน
ไอร้อนลอยออกมาจากชามที่มีรามยอนอยู่เต็มไปหมดและก็ไม่รอช้าอูฮยอนจัดการกับอาหารตรงหน้าทันที
“ติ๊ง” เสียงแจ้งเตือนของโปรแกรมแชทดังขึ้นเรียกความสนใจจากดวงตาคู่หวานให้หันไปหยิบเครื่องมือสื่อสารของตนขึ้นมา
นี่เค้าไม่ได้สนใจโทรศัพท์ของตัวเองมากี่วันแล้วนะอาจจะเป็นตั้งแต่ตอนที่เค้าจดจ่ออยู่กับงานจนเหมือนตัดขาดกับโลกภายนอก
มือเรียวเลื่อนปลดล็อกหน้าจอและกดเข้าไปในโปรแกรมสนทนาที่แจ้งว่ามีคนส่งข้อความเข้ามา
Sungjong :: รวมรุ่นศุกร์นี้แกต้องมานะอูฮยอน
แล้วก็เป็นเพื่อนรักหน้าหวานอีซองจงที่ส่งข้อความมาบอกเชิงบังคับกลายๆให้อูฮยอนไปงานรวมรุ่นสมัยมัธยม
ทั้งๆที่ผ่านมาตัวอูฮยอนเองก็หลบเลี่ยงไม่ไปเจอเพื่อนๆหลายครั้งหลายคราแล้วแต่ดูเหมือนคราวนี้เจ้าเพื่อนรักมันจะเอาจริงซะด้วยสิ
Namwoo :: ซองจงฉันติดงาน
Sungjong :: ไม่ต้องเลยฉันเช็คกับพี่ซองยอลแล้วแกส่งโปรเจคเรียบร้อยเพราะฉะนั้นแกว่าง
เป็นดวงซวยของอูฮยอนเองแหละที่ทำงานในบริษัทรุ่นพี่ซองยอลที่เป็นคนรักของซองจง
แต่ครั้งก่อนหน้าที่ปฏิเสธไปนั้นก็เป็นเพราะมีโปรเจคเข้ามาพอดีและทำให้เค้ารอดตัวมาได้แต่ดูเหมือนคราวนี้พระเจ้าจะไม่เข้าข้างซะแล้วสิ
Namwoo :: ซองจงงี่แกก็รู้ว่าทำไมฉันไม่อยากไป
Songjong :: หมอนั่นไม่มาหรอก
ถึงใจจะไม่เชื่อเพื่อรักเต็มร้อยว่าคนที่ไม่อยากเจอที่สุดจะไม่มาแต่คำพูดแบบนั้นก็ทำเอาอูฮยอนตอบตกลงไปแบบไม่รู้ตัว
และอีซองจงก็บอกว่าจะมารับเค้าด้วยตัวเอง
……หนีไม่ได้แล้วสิอูฮยอน…..
บรรยากาศเก่าๆที่รับรู้ได้เริ่มกลับเข้ามาทีละนิดมีสองเท้าย่างกรายเข้ามาในสถานที่จัดงานอูฮยอนอยู่ในลุคที่แปลกตาจากตอนทำงานเพราะอีซองจงเป็นคนเข้ามาเลือกชุดให้แถมยังบอกอีกว่าเขาเหมาะกับชุดแบบนี้สกินนี่สีดำสนิทกับเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มที่ขับผิวที่ขาวอยู่แล้วให้ดูขาวขึ้นไปอีก
แต่ที่ยังเหมือนเดิมคือแว่นตาอันใหญ่ที่ยังไงเค้าก็ไม่มีทางถอดมันออกเด็ดขาด
ด้วยเหตุผลที่ให้เพื่อนรักไปว่าเวลาใส่คอนแทคเลนส์แล้วมันปวดตา
เพื่อนเก่าต่างๆมากมายทั้งที่จำได้บ้างไม่ได้บ้างเข้ามาทักทายอูฮยอนเป็นการใหญ่พร้อมกับถ้อยคำแกมบ่นหนาหูว่าทำไมถึงไม่ค่อยมาร่วมงานมาเจอหน้าเพื่อนๆบ้าง
แต่จะให้เค้าตอบไปยังไงล่ะว่าที่ไม่มาเพราะไม่อยากเจอใครบางคน
ใครบางคนที่ทำให้อูฮยอนอยู่ไม่ถูกมาหกปีน่ะ
“เป็นไงแก” เพื่อนรักหน้าหวานที่ผละเวลาเมาท์มอยกับกลุ่มเพื่อมาถามอูฮยอนที่หลบมุมมานั่งอยู่คนเดียว
ไม่ใช่ว่าเบื่อหรืออะไรแต่เพราะนิสัยส่วนตัวที่ไม่ชอบอยู่ท่ามกลางคนเยอะๆและไม่รู้จะพูดอะไร
ตั้งแต่ได้ทำงานมาเค้าก็ชินกับการอยู่คนเดียว ทำงานคนเดียว ไปไหนคนเดียวจนชิน
“ก็เรื่อยๆแหละ
แกไปคุยต่อเถอะฉันอยู่คนเดียวได้”
“รู้แล้วๆ
มาถามตามมารยาทเถอะ” อีซองจงทิ้งท้ายกวนๆให้เพื่อนรักก่อนจะเดินไปรวมกลุ่มกับคนอื่นๆ
ดวงตาหวานทอดมองไปเรื่อยๆบรรยากาศของงาน
ผู้คนต่างๆ ไม่มีหมอนั่นจริงๆด้วยแฮะ ตอนแรกที่ไม่อยากมาก็เพราะว่ากลัวจะเจอแต่พอไม่เจอก็กลับใจหายซะงั้น
ไม่ใช่ว่าเราไม่เคยเจอกันเลย
ไม่สิใช้คำว่าเราก็คงไม่ถูกนักเป็นอูฮยอนเองฝ่ายเดียวต่างหากที่ลอบมองเขาบ่อยๆ
เป็นแบบนี้มาหกปีแล้วสิ
อยากจะตัดใจแต่ก็เหมือนความรู้สึกมันฝังรากลึกลงไปในใจ
หรือบางทีหกปีมันอาจจะนานเกินไปสำหรับการแอบรักใครสักคน
อยู่ๆเสียงจ้อกแจ๊กจอแจของการพูดคุยในงานก็เปลี่ยนเป็นเสียงซุบซิบพูดคุยปนกรี๊ดกร๊าดออกมาเบาๆทำเอาคนตัวเล็กเกิดความสงสัย
มือบางเอื้อมไปจะหยิบแว่นตาที่ถอดวางไว้เอามาใส่เพื่อจะได้มองในระยะไกลได้ชัดๆ
แต่แว่นเจ้ากรรมก็ถูกใครบางคนชนจนมันหล่นลงจากโต๊ะและด้วยสายตาที่สั้นสามร้อยกว่าๆการมองเห็นของอูฮยอนตอนนี้จึงเบลอไปหมด
แต่จู่ๆก็มีใครบางคนหยิบแว่นขึ้นมาสวมให้อูฮยอนจึงเอ่ยขอบคุณอีกคนไปเบาๆ
และการที่มัวแต่ยุ่งอยู่กับการจัดแว่นร่างเล็กจึงยังไม่เงยหน้าขึ้นไปสักทีแต่หูก็รับรู้ได้ว่าเสียงกรี๊ดกร๊าดนั้นดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆก่อนจะเงียบลงและมีเสียงห้าวของใครบางคนดังแทรกขึ้นมาแทน
“ไม่เจอกันตั้งหลายปีไม่เงยหน้าขึ้นมาคุยกันหน่อยหรือไงหือ” ใช่ไม่เจอกันหลายปีแต่อูฮยอนยังจำเจ้าของเสียงนี้ได้ดี
………คิมซองกยู……..
“……”
“นายเกลียดฉันไปแล้วหรือไง” หึถามมาได้ว่าเกลียด ตาบ้าเอ้ยไม่ใช่คนใจง่ายนะที่จะชอบใครรักใครเล่นๆน่ะ
แต่พอเงยหน้าขึ้นมามองคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกันความทรงจำเก่าๆก็ไหลเวียนเข้ามาในสมองราวกับนั่งดูเทปม้วนเดิมซ้ำไปซ้ำมาตลอดเวลาหกปีที่อูฮยอนเฝ้าถามตัวเองว่าเค้าผิดอะไรทำไมถึงต้องเป็นแบบนี้
ใช่เค้าหลงรักซองกยูเรื่องมันเริ่มตั้งแต่ตอนชั้นม.ปลายปี2ที่เค้าหลงรักหมอนั่นและเก็บความรู้สึกนี้ไว้ในใจมาตลอดจนกระทั่งตอนชั้นมัธยมปลายปีสามที่คิมซองกยูมารู้ว่าอูฮยอนนั้นคิดเกินเพื่อน
จากที่ไม่ค่อยได้คุยกันอยู่แล้วก็กลายเป็นว่ามองหน้ากันไม่ติดอีกเลย
“อีโฮวอนเอามานะเว้ยไอหมี”อูฮยอนตะโกนลั่นห้องในตอนที่วิ่งไล่เพื่อนร่างหมีที่มาแย่งสมุดบันทึกของเขาไป
และความลับบางอย่างก็อยู่ในนั้น
“อีโฮวอนนนนนน” เสียงหอบหายใจหนักๆดังออกมาเมื่อไอเพื่อนตัวดีเล่นวิ่งตั้งแต่อาคารชั้นล่างขึ้นมาจนถึงชั้น7และตอนนี้เค้าก็มาหยุดอยู่ที่ดาดฟ้าของอาคารเรียน
อูฮยอนเผชิญหน้าอยู่กับอีโฮวอนที่เจ้าตัวกำลังยืนอ่านสมุดบันทึกของเค้าอย่างถือวิสาสะก่อนที่หน้าตาหมีๆของเพื่อนตัวดีจะเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมาดังลั่นแล้วปล่อยให้สมุดสีน้ำตาลเล่มหนาหล่นลงไปอยู่ที่พื้นซีเมนต์
“นี่อูฮยอนนายชอบไอซองกยูมันหรอ มิน่าหล่ะนายดูเขินๆเวลาเข้าใกล้มัน55555แถมยังไม่ยอมสบตากับมันเวลาคุยอีก โอ้ยเรื่องนี้มันพีคมากจริงๆ” โฮวอนยอมรับว่าตัวเองตกใจมากจริงๆที่ได้รู้ความลับบางอย่างของนัมอูฮยอนเพื่อนร่วมห้องตัวเล็กที่ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร
แถมเจ้าตัวก็น่ารักไม่ใช่น้อยแต่ก็ไม่เห็นว่าเจ้าตัวจะสนใจใครที่แท้ก็แอบชอบคิมซองกยูหนุ่มหล่อแบดบอยสุดฮอตประจำโรงเรียนดีกรีประธานนักเรียนนี่เอง
“ไอบ้า ไอหน้าหมีไร้มารยาทที่สุดมาแอบอ่านสมุดคนอื่นเค้าได้ไงวะ
ขอให้ชาติแกอย่ามีแฟนเลยเถอะ”
“โอ๋ๆอูฮยอนดูสิเขิน เอ๊ยโกรธจนหน้าแดงไปหมดแล้ว เดี๋ยวฉันไปบอกไอกยูมันให้เอามั้ยฮ่าๆๆ”
“ไม่
ไม่ต้องนายอย่าบอกใครนะโดยเฉพาะคิมซองกยู”
“…..”
“นะ ฉันขอร้อง”
โครม!!
เสียงเหมือนวัถตุบางอย่างตกกระทบกับพื้นก่อนที่จะมีร่างโปร่งของใครบางคนก้าวออกมาจากหลังแท็งก์น้ำอันใหญ่
“:ซองกยู” เสียงที่เบาอยู่แล้วของอูฮยอนก็ดูเหมือนจะเบาขึ้นไปอีกเมื่อเห็นบุคคลในบทสนทนาปรากฎตัวอยู่ตรงหน้า
อูฮยอนคิดว่าซองกยูได้ยินทุกๆคำพูดเมื่อกี้แน่ๆแต่ก็ยังอยากจะหลอกตัวเองว่าหมอนั่นอาจจะกำลังฟังเพลงหรือหูไม่ดี
แต่ดูเหมือนความจริงตรงหน้าทำเอาอูฮยอนหลอกตัวเองต่อไปไม่ได้อีก
และหลังจากเหตุการณ์บนดาดฟ้าวันนั้นอูฮยอนกับซองกยูก็ไม่ได้คุยกันอีก
หรือจะเป็นอูฮยอนฝ่ายเดียวก็ได้ที่มองหน้าคนที่ตัวเองรู้สึกเกินเพื่อนไม่ติด
แต่จะโทษว่ามันเป็นความผิดของใครกันล่ะเป็นความผิดของอีโอวอนที่ดันเอาสมุดเค้าไปอ่านแล้วยังพูดเสียงดังจนคิมซองกยูได้ยิน
จะโทษคิมซองกยูที่ไปยืนอยู่ตรงนั้น
หรือโทษตัวเค้าเองที่ไปรู้สึกแบบนั้นกับหมอนั่นแต่ในเมื่อเค้าก็พยายามเก็บไว้เป็นความลับแล้วนี่นา
อูฮยอนอยากจะตะโกนถามดังๆว่าเค้าผิดอะไรงั้นหรอ
อุตส่าห์เก็บเป็นความลับเพื่ออย่างน้อยอาจจะเข้าใกล้ได้โดยที่ซองกยูไม่ติดตะขวงใจ
อย่างน้อยเวลาคุยกันอูฮยอนก็ไม่ต้องหลบหน้าหมอนั่นเท่าตอนนี้
อย่างน้อยๆอาจจะได้อยู่ใกล้ๆบ้าง
หลังจากไม่ได้คุยกันกระทั่งจบการศึกษาแยกกันไปเรียนมหาลัยจนจบและได้ทำงานทำการแต่ความรู้สึกของเค้ามันยังไม่เปลี่ยนไป
มันมีทั้งความรู้สึกรักและกลัวการเผชิญหน้าแต่ตอนนี้คิมซองกยูนั่งอยู่ตรงหน้าเค้าแล้ว
และอูฮยอนเองก็กำลังทำตัวไม่ถูกที่อยู่ดีๆหมอนี่ก็เดินมาพูดกันก่อน
“หวะ..หวัดดีซองกยู นายสะ...บายดีมั้ย” ถึงจะพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่นไหวมากเท่าไหร่แต่ทุกคำพูดที่พยายามเปล่งออกมานั้นช่างยากเย็นราวกับมีหินหนักๆมาถ่วงอยู่ที่ปาก
“ไม่สบายหรอก นอนไม่หลับมาตั้งห้าหกปีแหนะ”คิมซองกยูเอ่ยยิ้มๆพลางลอบมองร่างเล็กตรงหน้า
นัมอูฮยอนไม่เปลี่ยนไปมากนักยังตัวเล็กเหมือนเดิม ขาวเหมือนเดิม
แล้วก็น่ารักเหมือนเดิม
แต่ที่แปลกไปก็ดูจะเป็นไอสิ่งที่เรียกว่าแว่นที่มันวางประดับบดบังใบหน้าหวานของเจ้าตัวอยู่นี่แหละ
“ใส่แว่นตั้งแต่เมื่อไหร่”คำถามแปลกๆที่ถูกส่งมาทำเอาอูฮยอนลืมเรื่องเขินไปชั่วขณะ
“แว่น..อ๋อ ก็ตั้งแต่ตอนเรียนปีสองน่ะ”เพราะด้วยการเรียนที่ต้องอยู่หน้าจอคอมเยอะพอสมควรทำให้สายตาของเค้าเริ่มจะแพ้แสงและสั้นลง
“.....”
“แล้วนะ..นายที่บอกว่านอนไม่หลับ เป็นอะไรมากหรือเปล่า” ถามออกไปเพราะมารยาทหรอกนะอูฮยอนไม่ได้ห่วงหมอนี่สักหน่อย
แต่จริงๆก็ห่วงนิดนึงแหละเฮ้อ...คิมซองกยูดูเปลี่ยนไปเยอะทั้งรูปร่างที่สูงโปร่งขึ้นและลำแขนแกร่งที่มองเห็นได้ผ่านเสื้อเชิ้ตสีดำที่เจ้าตัวใส่
เข้าชุดกับกางเกงสีขาวและแว่นตาสีดำ ทรงผมที่เปิดหน้าผากนิดๆ
อา..หล่อไม่ใช่เล่นแฮะ
“ก็คิดถึงใครบางคนน่ะ”ฮ่าๆอูฮยอนนี่น่ารักแล้วก็น่าแกล้งมากๆคิมซองกยูลงความเห็นแบบนั้นเจ้าตัวคงกำลังคิดอะไรไปไกลอยู่ล่ะสิหลังจากได้ฟังสิ่งที่เค้าพูดว่านอนไม่หลับเพราะคิดถึงใครบางคนน่ะนะ
อูฮยอนกำลังก้มหน้างุดอยุ่กับโต๊ะราวกับกำลังศึกษาลึกลงไปถึงวิธีการสร้างของโต๊ะไม้ตัวนี้
คนเค้าอุตส่าห์อยากเห็นหน้าไม่คิดจะเงยขึ้นมาหรือไง
หรือว่าไม่รักกันแล้วนะอูฮยอน
“แล้วนาย...เอ่อมีแฟนหรือยัง”อูฮยอนแทบจะสำลักน้ำแตงโมปั่นที่กำลังดื่มเมื่อได้ยินคำถามที่ไม่รู้ว่าคนถามไม่มีอะไรจะถามหรือตั้งใจกันแน่
“เอ่อ...ไม่มี แล้วนายล่ะ”แต่ที่อูฮยอนถามออกไปเพราะอยากรู้นะ
ซองกยูทั้งหน้าตาดีแล้วก็ประสบความสำเร็จมีบริษัทใหญ่โตของตัวเอง น่าจะมีสาวๆสวยๆเยอะแยะนั่นแหละ
“ไม่มีอ่ะ รอใครบางคนมาหลายปีแล้วแต่ไม่มาให้เจอสักที”คิมซองกยูพูดเหมือนกำลังหลงรักใครงั้นแหละ
“ทำไมนายต้องรอล่ะ ทำไมไม่บอกคนๆนั้นไป”อย่างซองกยูไม่มีใครปฏิเสธลงหรอกอูฮยอนรู้ดี
ยิ่งตอนนี้อีกคนมีทุกอย่างพร้อมซะขนาดนี้มีแต่คนอยากจะพุ่งเข้าหาซะมากกว่า
“ก็หาโอกาสอยู่แหละ ว่าจะบอกในงานนี้แหละ”คิมซองกยูเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะลอบมองเสี้ยวหน้าหวานของร่างเล็กที่นั่งทำหน้านิ่ง
หูลู่หางตกเหมือนหมาน้อยยังไงยังงั้นหลังจากได้ฟังสิ่งที่เค้าบอก
หวังว่าจะไม่เสียใจร้องไห้กลับบ้านก่อนนะอูฮยอน
เหมือนถูกตบหน้าด้วยหัวใจตัวเองที่คิดว่าแหลกไปแล้วหนำซ้ำคิมซองกยูยังเอามันมาขยี้จนละเอียดขนาดนี้อีก
ดูสิ่งที่หมอนั่นพูดสิ
บอกในงานนี้งั้นหรอคนที่ชอบคงจะเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันสินะใครดีล่ะ
จางดงอูนางฟ้าของรุ่น หรือโยซอบตัวเล็กน่ารักห้องเอล่ะ อูฮยอนรู้แค่ว่าอยู่ตรงนี้ต่อไปไม่ไหวแล้วเหมือนน้ำตามันสแตนบ่ายรอพร้อมจะออกมาเผชิญโลกและประกาศให้คนทั้งงานได้รู้ว่าคิมซองกยูน่ะทำให้เค้าเสียใจ
อีตาบ้าไม่ชอบกันก็เกินพอแล้วยังมาพูดถึงคนอื่นให้เสียใจเล่นอีก
นี่คนนะเสียใจเป็นเว้ยคิดว่าหล่อหรอ ตาก็แทบจะไม่มี ตัวก็ขาวซีดยังกะนมจืด
จมูกก็โด่งงั้นๆแหละ คิดว่าตัวเองดูดีมากงั้นสิอยากจะแช่งให้คนๆนั้นไม่รับรักนายจริงๆเลยสิให้ตายซองกยู
แต่ก็ทำได้แค่คิดเท่านั้นแหละเพราะปากเจ้ากรรมดันพูดสิ่งที่ตรงข้ามกับสมองแต่ตรงกับใจออกมา
“อ๋อ..เหรอ งั้นขอให้โชคดีนะ” ให้ตายเถอะอูฮยอนคิดว่าคำพูดของตัวเองโคตรจะนางเอกซีรี่ย์เลย แต่มันก็ดีที่สุดแล้วไม่ใช่เหรอ
“อืม ขอบใจนะ”
“…”
“…”
“ขอตัวก่อนนะ”เป็นอูฮยอนเองที่ทนอยู่ตรงนั้นไม่ไหว
ใครจะอยากเห็นภาพที่ทำให้ตัวเองเจ็บเพิ่มขึ้นไปอีกล่ะ
ร่างเล้กลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินออกจากโต๊ะไป น้ำตาที่กลั้นไว้มันสุดจะทนแล้วจริงๆละมั้งถึงได้ไหลออกมามากมายขนาดนี้ดีนะที่ไม่ค่อยมีใครสนใจเท่าไหร่
รถก็ไม่ได้เอามาคงต้องกลับแท็กซี่แล้วล่ะสิ
ขาเล็กรีบก้าวยาวๆเพื่อจะได้ออกไปจากงานเร็วๆแต่ยังไม่ถึงครึ่งทางด้วยซ้ำ เสียงของคนที่เพิ่งจะเดินหนีมาก็เอ่ยเรียกกันไว้ซะก่อน
“อุฮยอน”อูฮยอนหยุดแต่ไม่ได้หันกลับไปมอง
จะให้คิมซองกยูเห็นน้ำตาน่ะหรอนั่นคือสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดมากที่สุด
“ที่ฉันบอกนายว่าจะบอกชอบใครบางคนน่ะ ถ้านายกลับฉันจะบอกเค้าได้ไง”
ฉันเป็นลิ้นไก่นายหรืออไงล่ะซองกยู
คนมันเจ็บเว่ยไม่รู้หรือไงวะ ถ้อยคำที่ได้แต่เอ่ยในใจแต่ร่างเล็กก็หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับคนที่เอ่ยรั้งเค้าเอาไว้
“ถามหน่อยเถอะจะให้ฉันอยู่ทำไม”
เสียงสะอื้นที่กลั้นไว้ไม่มิดหลุดรอดออกมาให้ได้ยิน
ตอนนี้เพื่อนๆเกือบทั้งงานให้ความสนใจมาที่พวกเค้า
แน่สินี่ซองกยูคนฮอตนะแต่นอกจากซองจงกับโฮวอนก็ไม่มีเพื่อนคนไหนรู้อีกว่าอูฮยอนชอบซองกยู
“จะไม่อยู่ฟังหรอว่าฉันชอบนายน่ะ”ชอบมาพอๆกับที่อูฮยอนชอบเค้านั่นแหละแต่ตอนนั้นเค้ามันบ้าเองที่สนใจเต่เรื่องจะเข้ามหาลัยจนปฏิเสธความรู้สึกของตัวเอง
แต่หลังจากนั้นตลอดสี่ปีซองกยูก็แอบมองอูฮยอนตลอด ตอนที่เจ้าตัวเดินผ่านตึกบริษัทเขาไปทำให้ซองกยูตามไปดูจนรู้ว่าอีกคนทำงานที่ไหน
รู้ว่าพักที่ไหนแต่ก็นั่นแหละเค้าก็ผิดเองที่เพิ่งมาบอกตอนนี้ที่จริงอยากจะไปอุ้มมาอยุ่ด้วยกันให้รู้แล้วรู้รอด
“ซองกยู”
เสียงที่เอ่ยออกมาแทบจะหายไปสายลมทอูฮยอนไม่รู้ว่าตัวเองฝันไปหรือยังไงแน่กับสิ่งที่ซองกยูพูดออกมาเมื่อกี้
“เรียกชื่ออยู่นั่นแหละ เบื่อแล้วมาเรียกแฟนเหอะอูฮยอนอา”
ไม่ได้ฝันจริงๆด้วย
จะว่าเขินก็เขินอยู่หรอกทั้งดีใจทั้งเขินผสมปนเปกันไปหมดชีวิตนี้จะได้คอมพลีทสักทีนึกว่าจะตายไปพร้อมกับรักข้างเดียวซะอีก
แต่ก็ขอโกรธหน่อยเถอะปล่อยให้รอมาหกปีเลยนะ
“ง่ายไปมั้ยซองกยู ฉันรอนายมาหกปีนะ หกปี”
“เออ...จริงด้วยงั้นเราแต่งงานกันเลยดีกว่า”ซองกยูขยับเข้ามาใกล้อูฮยอนที่ตอนนี้เลิกร้องไห้แล้วแต่น้ำตายังมีให้เห็น
มือหนาวางลงบนหัวทุยๆนั่นแล้วกดให้ซบลงมากับอกแกร่งของตัวเองลูบเบาๆเหมือนปลอบลูกหมาตัวน้อยในอ้อมอก
“พูดแล้วนะ ค่าตัวแพงนะจะบอกให้”
“จ่ายให้ทั้งชีวิตเลยอูฮยอน ”กดจูบเบาๆที่หน้าผากมนก่อนจะมีเสียงโห่ร้องกรี๊ดกร๊าดของเพื่อนๆในงานดังออกมา
อูฮยอนผละออกจากอ้อมกอดของอีกคนก่อนใบหน้าจะขึ้นสีให้ตายเถอะลืมไปเลยว่าอยู่ในงาน ร่างเล็กก้าวออกไปจากงานอย่างรวดเร็วตั้งใจจะหลบเพราะความเขินอายก่อนที่ซองกยูจะตามมาดึงตัวไว้ทัน
“อื้อ ปล่อยจะกลับแล้ว”
“เดี๋ยวไปส่ง เอารถมาหรือไงเราน่ะ”เออนั่นสิแต่ก็กลับแท็กซี่ได้นะ
“แท็กซี่ก็ได้”
“ไม่......อยากไปส่งแฟน”
“…”
“ให้ฉันไปส่งนายนะ.....นะครับ”อือ้หือโดนแอคแทคขนาดนี้อูฮยอนไม่มีสติพอที่จะเอ่ยปฏิเสธด้วยซ้ำรู้ตัวอีกทีก็ขึ้นรถมากับซองกยูเรียบร้อยแล้วและก็มาจอดอยู่ที่หน้าคอนโดของเค้า
“อูฮยอนพรุ่งนี้เดี๋ยวมารับนะ”
“พรุ่งนี้ฉันไม่ไปบริษัทสักหน่อย
เสียใจด้วยนะซองกยูคึคึ”
“ใครบอกจะพาไปบริษัท”
“….”
“จะพาไปหาแม่”
“บ้าหรือไงเพิ่งเป็นแฟนกันไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ พูดเป็นเด็กไปได้”
“แต่ฉันรักนายมาห้าปีแล้วนะอูฮยอนอา..”
“ฉันรอนายมาหกปีเหอะ ซองกยูเพราะฉะนั้นรอไปก่อนเพราะฉันยังอยากทำงาน ฮ่าๆๆ”อูฮยอนหัวเราะออกมาเมื่อแกล้งอีกคนได้สำเร็จลทำซองกยูหน้าหงอยลงไป แต่ดูๆไปก็น่าสงสารนะ
“ฉันไปก่อนนะฝันดีซองกยู”ถ้อยคำบอกฝันดีมาพร้อมกับสัมผัสแผ่วเบาบริเวณข้างแก้มก่อนที่ผู้กระทำจะรีบเปิดประตูลงไปทิ้งให้ซองกยูนั่งอึ้งกับการกระทำเมื่อสักครู
แล้วอูฮยอนก็วิ่งกลับมาที่รถของคนรักหมาดๆอีกครั้งพร้อมกับประโยคที่ทำเอาคิมซองกยูดีใจยิ่งกว่าถูกหวย
“พรุ่งนี้เจ็ดโมงจะอาบน้ำรอถ้ามาช้าฉันเปลี่ยนใจนะ”
Tlak;
อย่าเพิ่งด่าค่ะที่ไม่ได้มาอัพเลิฟเชน คือช่วงนี้ติดบิ๊กบอสหนักมาก555
ของเค้าดีค่ะ
อิจฉาอูฮยอนเนอะรอมาหกปีแต่ก็สมหวัง55
ทีเราสิหกปีแต่ก็เหมือนเดิม ไม่เป็นไรมีเงินไว้ไปคอนขึ้นคานก็ไม่กลัว
คงได้ตายไปกับรักข้างเดียวแหละเนอะไม่มีอะไรจะบอกนอกจากโอเอสนี้มาจากปสก.เล็กๆน้อยๆของเราเองที่ไปงานรวมรุ่นที่หลีกเลี่ยงมานานแต่มม.แบบคุณหมาน้อยในโอเอสนี้ไม่เกิดกับเรานะคะ555
ฝากติดแท็ก#osanythingหรือคอมเม้นด้านล่างได้นะคะ
เจอกันใหม่เลิฟเชน3ค่ะ
anythingelf.weebly.com

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น