SoSick :: HoMyung
So Sick :: HoMyung
ใครบอกกันว่ามีแค่ลีดเดอร์ตาขีดอย่างคิมซองกยูที่ลงไปหานัมอูฮยอนเมนโวคัลคนเล็กที่ชั้นสี่
แต่ยังมีใครบางคน
ที่ขึ้นลิฟต์ดึกๆดื่นๆจากชั้นสี่ไปยังชั้น11
เสียงก๊อกแก๊กดังอยู่ภายในห้องพักชั้นที่11
ของลีดเดอร์และแรปเปอร์ทั้งสอง ก่อนสักพักประตูห้องจึงถูกเปิดออกด้วยมือเรียวของใครบางคน
ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ในหมวกของเสื้อฮู้ดสีเข้มชะโงกออกมาจากภายในห้อง
เหลียวซ้ายแลขวาเมื่อพบว่าไม่มีใคร
ร่างโปร่งก็ก้าวออกมาจากห้องก่อนจะเดินไปตามทางเดินอย่างเงียบๆ
บุคคลปริศนาภายใต้เสื้อฮู้ดสีเข้มที่ปกปิดหน้าตาอีกชั้นด้วยแมสสีขาวสะอาด
ดวงตาเรียวเหลือบมองตัวเลขที่แสดงอยู่ด้านข้างปุ่มกด
และพบว่ามีใครบางคนกำลังขึ้นมาที่ชั้นที่11 แห่งนี้
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณของลิฟต์ดังขึ้นก่อนประตูจะเปิดออก
ภายในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆมีบุคคลปริศนาอีกคนยืนอยู่ เขาสวมเสื้อฮู้ดสีดำสนิท
ยกหมวกขึ้นมาคลุ่มศีรษะและก้มหน้าอยู่แบบนั้นก่อนเจ้าของร่างจะก้าวออกมา
ดวงตากลมโตภายใต้เสื้อฮู้ดหยุดมองใครบางคนที่ยืนอยุ่หน้าลิฟต์
เอียงคอน้อยๆอย่างพิจารณาก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น
“ฮ่าๆๆ
คิมซองกยู ..ซองกยูฮยองจะไปไหนหรอถึงได้แต่งตัวมิดชิดแบบนั้นน่ะ” คนที่ถูกเรียกได้แต่ทำหน้างงๆ
ดวงตาเรียวดูจะโตขึ้นเพียงนิดเมื่อเจ้าของมันเกิดความสงสัยระคนตกใจในเวลาเดียวกัน ใช่เขาเอง‘คิมซองกยู’
ลีดเดอร์หน้าตาดีของอินฟินิทที่ตอนนี้กำลังจะลงไปที่ชั้น4
หลังจากเด็กบางคนส่งข้อความมาอ้อนๆว่าอยากให้ไปนอนกอดและแฟนที่ดีอย่างซองกยูจะปล่อยให้น้องน้อยนัมอูฮยอนนอนเหงาคนเดียวได้ไง
ว่าแต่เสียงที่พูดเมื่อกี้นี้มัน
“มยองซู?” เขาเอ่ยด้วยประโยคสั้นๆเชิงจะถามอีกคนตรงหน้า
ใช่แน่ๆเสียงนี้ของมยองซูว่าแต่มนุษย์นอกโลกนี่มาทำอะไรดึกๆดื่นๆ แถมจำเขาได้ไงแต่งตัวมิดชิดซะขนาดนี้แล้วนะ
“ใช่ผมเอง..ว่าแต่ฮยองแต่งตัวอย่างกับจะแอบออกไปไหนงั้นแหละ
ถ้าจะไปแค่ชั้นสี่อ่ะนะไม่ต้องปิดขนาดนี้ก็ได้ ถึงปิดไปยังไงคนเขาก็จำได้อยู่ดี”
“ยังไง?”
“ก็ตาแบบนี้น่ะ..มีอยู่คนเดียวแล้วผมจะแนะนำอะไรให้นะถ้าไม่อยากให้ใครจำได้ต้องทำแบบนี้”
คำว่าแบบนี้ของคิมมยองซูหน้าตาของวงก็คือเจ้าตัวเอื้อมมือมาดึงแมสสีขาวขึ้นมาปิดตาของซองกยูเอาไว้ก่อนจะชิ่งหนีออกไป
คนที่ถูกแกล้งก็ได้แต่บ่นเป็นหมีกินผึ้งไล่หลังไปจะให้วิ่งตามไปตบกะบาลก็กลัวจะเหนื่อยเอง
คนที่เพิ่งจะแกล้งลีดเดอร์ตาขีดได้ยิ้มกับตัวเองอย่างอารมณ์ดี
ก่อนจะรู้ตัวก็มาหยุดอยู่หน้าห้องของพวกพี่ๆแล้ว
มือเรียวกดรหัสหน้าห้องอย่างคุ้นเคยพลางก้าวเข้าไปภายใน
ร่างโปร่างบางเดินไปยังห้องๆหนึ่งโดยไม่แม้แต่จะลังเล
ก่อนจะมาหยุดอยู่หน้าประตู พลางคิดไปไกลว่าคนป่วยแสนดื้อคนนั้นน่ะจะกินข้าวหรือยัง
กินยาหรือยัง จะมีไข้อีกไหม หรือว่าจะหลับไปแล้ว
มือเรียวยื่นออกไปทำท่าจะจับลูกบิดประตูแต่ก็ปล่อยออกมาเสียก่อน
ทำแบบนั้นซ้ำๆหลายๆรอบก็ยังคิดไม่ตกว่าจะเข้าไปดีมั้ย
เพราะว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาขึ้นมาหาใครบางคนเองน่ะสิ
แทนที่ปกติแล้วฮยองคนนั้นจะเป็นคนลงไปแท้ๆ
ออกซิเจนถูกสูดเข้าปอดเฮือกใหญ่ก่อนมยองซูจะรวบรวมความกล้าเปิดประตูเข้าไปภายใน
ภายในห้องที่เปิดไฟไว้เพียงสลัวๆ
พอที่จะให้แสงสว่างได้มองเห็นทุกๆอย่างภายในห้องได้อย่างเลือนรางแต่ดูเหมือนจะมีสิ่งเดียวที่ชัดเจนก็คือร่างหนาของใครบางคนที่นอนซมอยู่บนเตียง
เนื้อตัวสะอาดผิวสีน้ำนมตัดกับเสื้อกล้ามสีดำที่เจ้าตัวใส่อวดลำแขนแกร่งที่โผล่พ้นออกมานอกผ้าห่ม
เหงื่อเม็ดเล็กๆที่ผุดขึ้นบนขมับก่อนที่คิมมยองซูจะก้าวเท้าไปประชิดเตียงและวางมือแตะลงบนหน้าผากของคนที่นอนอยู่
“ตัวร้อนจัง”
ความร้อนจากตัวผู้ป่วยที่ถ่ายทอดมาสู่มือบางทำให้รับรู้ได้ว่า‘อีโฮวอน’ ไข้ขึ้นอีกแล้วทั้งๆที่ตอนหัวค่ำหลังจากที่กินข้าวกินยาไข้ก็ลดลงแล้ว
ร่างโปร่งบางก้าวออกจากห้องไปยังห้องครัวหยิบกะละมังเปิดน้ำใส่ก่อนจะเอาเข้ามาในห้อง ตู้เสื้อผ้าสีขาวถูกเปิดออกก่อนจะหยิบผ้าขนหนูผืนกะทัดรัดออกมาพลางเอาจุ่มลงไปในน้ำที่เตรียมมา
ผ้าสีขาวสะอาดไล้วนไปรอบๆกรอบหน้าคมก่อนจะเลื่อนลงมาเช็ดที่ลำคอ
เรื่อยมาจนถึงวงแขนแกร่งและแผ่นอกหนาที่สะท้อนขึ้นลงตามแรงหายใจ
ไม่รู้ว่าอีกคนหลับลึกหรือยังไงกันโดนน้ำเข้าไปขนาดนี้แล้วยังหลับสบายอยู่อีก
มือเรียววางกะละมังน้ำไว้ที่โต๊ะข้างเตียงก่อนจะลุกขึ้นเพื่อกลับห้อง
เมื่ออีกคนไม่สบายเขาก็ไม่อยากกวน
“อ่ะ...โอ้ะ”
แรงกระตุกจากมือหนาทางด้านหลังส่งผลให้คนที่กำลังจะเดินออกไปลอยหวืออย่างง่ายดายก่อนจะมาตกลงบนเตียงหนาของคนป่วย
แรงเยอะขนาดนี้ไม่รู้ว่าแกล้งป่วยหรือเปล่าทั้งจากการดึงเมื่อสักครู่แล้วก็แรงที่กอดรัดกันจากทางด้านหลังแบบนี้
เราใกล้กันมากจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นจนเกือบร้อนของอีกคนที่เป่ารดที่ลำคอ
“จะรีบไปไหน...หืม?”
เสียงห้าวติดจะแหบเอ่ยขึ้น จริงๆอีโฮวอนรู้ตัวตั้งแต่มยองซูน้อง
‘สุดที่รัก’เปิดประตูเข้ามาแล้ว
แต่ก็แค่อยากจะแกล้งดูว่าตอนที่เขาเผลอเจ้าตัวจะทำยังไงกับเขา
ไม่ใช่เหมือนตอนเจอกันก็ยืนห่างกันตลอดพูดกันก็น้อยมากก็จะมีแค่เวลาที่เขาลงไปชั้น4ถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปโต้งๆขอนอนกอดจนหลับไป แต่ไม่ใช่ว่าเขาหน้าด้านที่ทำแบบนั้นเพราะนี่มันก็นานและก็หลายครั้งแค่ร่างบางก็ไม่เคยจะล็อกประตูสักที
“ผมจะ..จะไปนอนแล้ว”
“นอนด้วยกันที่นี่แหละ”
“เอ่อ..แต่ฮยองไม่สบายนะ”
ร่างโปร่งบางพลิกตัวหันหน้ามาคุยกับอีกคน
กลายเป็นว่ามยองซูนอนอยู่บนตัวของอีกคนแต่ท่าที่หล่อแหลมนั้นก็ไม่ได้อยู่ในความสนใจของคนทั้งสอง
เพราะสิ่งที่สำคัญดูเหมือนจะเป็นบทสนทนาต่อจากนี้ต่างหาก
“นายก็เลยกลัวจะติดไข้ฮยองเหรอ..ฮึ”
“มะ ไม่ใช่นะครับก็แค่...”
“...”
“ไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนต่างหากพักเยอะๆจะได้หายเร็วๆไงครับ
ดีมั้ย” โฮวอนที่กำลังป่วยเพราะผิดไข้หวัดได้แต่นอนยิ้มแป้นกับความช่างพูดของอีกคน
ท่าทางน่ารักที่แสดงออกมาไม่รู้ตัวมันทำให้อีกคนยิ่งดูน่ารักขึ้นไปอีก
ทั้งๆที่ตอนนี้ก็รักจนแทบบ้า
โฮวอนชอบที่เวลาร่างบางอยู่กับเขาแล้วพูดเยอะ
หัวเราะง่าย แถมยังอ้อนเก่ง แต่พออยู่กับคนอื่นก็คอสเพลย์เป็นแอลที่เงียบขรึม
เขาชอบที่มยองซูเป็นแบบนี้เฉพาะตอนที่อยู่กับเขา
“ไม่เชื่อหรอกนายกลัวติดไข้พี่น่ะสิ...งั้นก็ไปนอนเถอะมยองซู ฝันดีนะ” น้ำเสียงน้อยใจถูกเปล่งออกมาจากคนร่างหนา
อีโฮวอนตีหน้าเศร้าก่อนจะหันหลังแล้วแสร้งทำเป็นหลับ
และแล้วก็ได้ผล
เมื่อร่างโปร่งบางค่อยๆสาวเท้าเข้ามาใกล้เตียงนอนของคนรัก
หย่อนตัวลงนั่งอีกฝากของเตียงและล้มตัวลงนอนตะแคงข้างหันมาคุยกับคนตัวโตขี้น้อยใจ
ว่ากันว่าเวลาคนเราป่วยจะงอแงเป็นพิเศษท่าทางจะจริง
ดูจากที่คนรักร่างหมีแสดงออกมามันช่างขัดกับตัวจริงๆ
มยองซูขยับตัวเข้าไปใกล้อีกคนจนใบหน้าห่างกันเพียงแค่แผ่นกระดาษบางๆกั้น ใกล้เสียจนรับรู้ลมหายใจของกันและกัน ดวงตากลมโตมองสบเข้าไปในแววตาอีกคนก่อนจะยิ้มน้อยๆออกมา
“คนเรานี่บอกก็ไม่เชื่อแถมยังขี้น้อยใจอีก
จะให้ทำยังไงครับ”
“ไม่ได้น้อยใจนายสักหน่อย”
อีโฮวอนเอ่ยขึ้นเบาๆก่อนทำท่าจะหลับตาลงไปอีกครั้ง
“ผมไม่ได้กลัวติดไข้จากพี่นะ แต่ผมอ่ะอยากติดไข้จากพี่มากกว่า” ว่าจบร่างโปร่งบางก็ทาบทับริมฝีปากนุ่มหยุ่นลงบนปากสีแดงจัดที่รุ่มร้อนจากพิษไข้
ก่อนจะบดคลึงอยู่แบบนั้นจนกระทั่งคนป่วยอย่างอีโฮวอนจับพลิกตัวคนช่างยั่วไปไว้ใต้ร่างซะเอง
ริมฝีปากหนาที่กลับกลายเป็นคนคุมเกมครั้งนี้จูบตอบกลับมาอย่างร้อนแรงแต่ไม่ได้รู้สึกถึงแรงอารมณ์
มีเพียงความรู้สึกโหยหาและบ่งบอกกลายๆว่าคิดถึงแค่ไหน
ลิ้นร้อนจัดกวาดต้อนทั่วโพรงปากอยู่เนิ่นนานก่อนที่คนเริ่มก่อนใกล้จะหมดอากาศหายใจ มือเล็กๆจึงเริ่มประท้วงที่แผ่นอกคนรักเบาๆ
“อ่ะ..อื้อ..”
เสียงหอบหนักดังมาจากร่างบาง
ใบหน้านวลขึ้นสีแดงจางๆ ก่อนจะหลุบสายตาลงต่ำหลบเลี่ยงสายตาคมที่มองมา ก่อนจะตีเบาๆที่ต้นแขนคนช่างแกล้งที่นอนแผ่หราหอบหายใจหนักไม่ต่างกัน
“นายบอกอยากจะติดไข้พี่ก็เลยแบ่งให้
.....ว่าแต่ที่แบ่งไปเมื่อกี๊คงจะยังไม่พอใช่มั้ย” สิ้นเสียงห้าวของอีกคนริมฝีปากบางก็ถูกปิดกั้นด้วยริมฝีปากหนาอีกครั้ง
อีกครั้ง
อีกครั้ง
และอีกครั้ง
และกว่าจะสิ้นสุดคืนนี้พรุ่งนี้เช้าคนที่ป่วยอาจจะเป็นคนหน้าหล่อประจำวงซะเอง
และก็เป็นหน้าที่ของแดนซ์แมชชีนส์อีโฮวอนที่ต้องดูแลสินะ
anythingELF ; ขอโทษสำหรับคนที่สาปแช่งเราคือชอบคู่นี้มากค่ะมีอยู่ในใจลึกๆพยายามหาฟิคอ่านแล้วแต่หายากมากเลยลองสักเรื่อง
หวังว่าจะชอบและไม่กากเกินไป //คอมเมนต์เถอะค่ะเราจะได้รู้ว่าฟิคเราไม่นก555
ติดแท็ก #osanything (วิ๊ง/***ท่องมูเตรู)
@anythingELF @HYPNOSIS137

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น