LoveChain III : GyuWoo





     หลังจากกลับจากส่งอาวุธที่เกาลูนซองกยูก็พาอูฮยอนเดินทางมาหว่านไจ๋ ที่มีบริษัทย่อยของคิมบีดีกรุ๊ปอยู่ที่นี่  นายเหนือหัวแห่งแบล็กไดมอนด์ที่อูฮยอนเพิ่งจะรู้ว่าแบล็คไดมอนด์มีอิทธิพลควบคุมในแถบฮ่องกงด้วย  เซฟเฮาส์หลังใหญ่สีขาวตั้งตระหง่านอยู่ข้างหน้าเพราะร่างสูงบอกเขาว่าต้องค้างที่นี่คืนนึงแล้วค่อยกลับพรุ่งนี้เช้าด้วยเหตุผลที่เจ้าตัวบอกว่ากลัวเขาจะเหนื่อย

       บรรยากาศที่ไม่คุ้นเคยที่มีชายชุดดำมากมายเดินเพ่นพ่านไปมารอบๆบ้าน  แถมในบ้านยังมีอีกแล้วคิมซองกยูไปไหนกันหลังจากพาเค้ามาส่งที่ห้องนอนเจ้าตัวก็หายไปเฉยๆ บอกว่าจะไปคุยงานแต่แปลกที่แบบนี้จะให้นอนหลับได้ยังไงเล่า อย่างน้อยมาอยู่เป็นเพื่อนกันก็ยังดี

       อูฮยอนเดินออกมาจากห้องนอนที่อยู่สุดทางเดิน สองเท้าค่อยก้าวไปตามระเบียงทางเดินที่กะดูด้วยสายตาน่าจะมีห้องอยู่ประมาณสี่ห้องได้รวมห้องที่อุฮยอนอยู่ด้วยแล้ว  ซองกยูคงอยู่ไม่ห้องใดห้องหนึ่งในนี้แหละ  ย่างก้าวที่เบาราวกับว่าเค้าเป็นหัวขโมยในบ้านหลังนี้แต่ก็เพราะชุดนอนที่ใหญ่กว่าตัวนั่นแหละที่ทำเอาเดินลำบากแบบนี้เหมือนเดินไปลากพื้นไปด้วยแฮะ

       เมื่อเดินมาเรื่อยๆร่างเล็กก็มาหยุดอยู่ที่ห้องแรกที่บานประตูเปิดแง้มไว้นิดๆ และโดยที่ไม่ทันสังเกตุอูฮยอนก็เปิดประตูเข้าไปทันที

       ควันสีขาวจากนิโคตินในมือเรียวยังคงลอยคละคลุ้งอยู่ภายในห้องชวนให้ผู้ที่เข้ามาใหม่สำลักมันและไออกมาไม่หยุด เจ้าของห้องและเจ้าของควันสีขาวพวกนี้รีบดับมันกับที่เขี่ยบุหรี่ทันทีที่สังเกตุว่ามีบุคคลที่สามเข้ามาภายในห้อง  ท่านประธานใหญ่แห่งคิมบีดีกรุ๊ปส่งสัญญาณบอกให้มือขวาคนสนิทออกไปจากห้องได้ อีซองยอลโค้งศรีษะให้กับนายของตนก่อนจะเดินออกไปอารักขาและรอฟังคำสั่งอยู่ด้านนอก

หันมาสนใจกับร่างเล็กตรงหน้า

      

       คุณ..ทำไมยังไม่นอนเอ่ยถามออกไปเมื่อเห็นว่านี่มันก็ดึกมากจนเลยเข้าวันใหม่มาเกือบจะสามชั่วโมงแล้ว แต่อูฮยอนยังไม่นอนแถมยังมาทำหน้าตาอ้อนๆแถวนี้อีก

       นอนไม่หลับ
       “…”
       “ก็มันแปลกที่อ่ะ
       “นึกว่าติดกอดผมซะอีกคิมซองกยูเอ่ยเย้าแหย่อีกคน  ปฏิเสธไม่ได้ว่าตั้งแต่มีอูฮยอนเข้าเค้าหัวเราะไปกี่ครั้งแล้วนะ จากปกติคนที่เงียบไม่ค่อยสุงสิงกับใครบวกกับเป็นคนที่พูดน้อยทำให้ชีวิตแต่ละวันช่างน่าเบื่อ  แต่ตอนนี้ซองกยุคิดว่าตัวเองไม่รู้สึกแบบนั้นแล้วหล่ะ



      
       ซองกยู
       “หืม
       “ทำไมคุณถึงไว้ใจให้ผมมารู้เรื่องของคุณมากมายขนาดนี้มันเป็นสิ่งที่อูฮยอนสงสัยมาตลอดว่าคนที่เพิ่งจะเคยเจอกันแท้ๆ แต่ทำไมซองกยูถึงไว้ใจให้เค้าเข้ามายุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่มันสมควรจะเป็นความลับ และคนอย่างอูฮยอนได้รับความเชื่อใจนั้นมายังไง

       เพราะผมคิดว่า คุณจะไม่ทำร้ายผมไง

       “อ่ะ..เอ่อ ใครจะกล้าทำร้ายคุณล่ะ โดนนั่งยางพอดีล่ะมั้ง ร่างเล็กพูดทีเล่นทีจริง แต่อูฮยอนก็ไม่รู้สึกแบบนั้นจริงๆสักหน่อย แต่จะเพราะอะไรไม่รู้ที่ทำให้เค้ารู้สึกว่าคิมซองกยูจะไม่ทำร้ายเค้าเด็ดขาด เวลาอยู่ใกล้คนๆนี้เหมือนตัวเองจะปลอดภัยทุกครั้ง แต่มันจะแปลกไปหรือเปล่าที่อูฮยอนจะรู้สึกดีกับคนที่เพิ่งจะเจอกันไม่กี่วัน
      
       “จับขังไว้ดีกว่าเยอะ ไม่เผาหรอกเปลือง เสียงห้าวหัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะสัมผัสได้ถึงสายตาที่มองค้อนมาให้แต่ท่านประธานแห่งคิมบีดีกรุ๊ปก็อดจะต่อท้ายประโยคในใจไม่ได้ว่า ขังไว้ในใจผมนี่ไงอูฮยอนแต่ถ้าพูดออกไปตอนนี้ก็กลัวว่าเด็กน้อยแถวนี้จะตกใจเอาเสียเปล่าๆ
       ชิ
       “คุณอยากไปที่ไหนหรือเปล่า
       “จะพาไปหรือไงเล่า
       “ถือว่าตอบแทนที่ช่วยงานครั้งนี้ไง ตามใจคุณเลยนะ

       “อืม...
       “…..”
       ไทโหย่ว

**//ไทโหย่วเป็นถนนคนเดินของฮ่องกงนะคะอยู่แถบหว่านไจ๋ ถ้าออกเสียงผิดขอภัยค่ะ


       ภาพที่ชายหนุ่มร่างโปร่งกับหนุ่มน้อยหน้าหวานอีกคนที่เดินเคียงข้างกันภายในตลาดคงเป็นภาพที่น่ารักไม่น้อยสำหรับผู้คนที่ผ่านไปมา  ตอนนี้คิมซองกยูสลัดภาพมาเฟียหนุ่มทิ้งไปเหลือเพียงคิมซองกยูผู้ชายธรรมดาในเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงยีนสีซีดธรรมดา และเขาก็อนุญาตให้เพียงซองอยลติดตามมาดูแลเท่านั้น ถ้าถามความรู้สึกซองกยูก็คงจะบอกว่าตื่นเต้นนั่นแหละแต่คงไม่เท่าเด็กบางคนที่ดูจะตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่แถวนี้มากกว่า
      
       ซองกยูอยากกินอันนี้
      “ซองกยูอันนี้น่ารักมั้ย
       ซองกยูซื้ออันนี้ให้หน่อยสินะๆๆๆ
       “ซองกยูลองชิมนี่ อร่อยมากเลยอ่ะ
       “ซองกยู.........และอีกสารพัดซองกยู

       อีซองยอลที่เดินตามเจ้านายของตนอดจะยิ้มออกมาไม่ได้กับภาพที่เห็น เจ้านายของตนที่ถูกอูฮยอนดึงไปทางนู้นทีทางนี้ทีแต่ก็ไม่ปริปากบ่นสักนิด
       คุณอูฮยอนเรียกคุณคิมไปกี่รอบแล้วนะวันนี้ได้แต่ส่ายหัวเบาๆพร้อมกับรอยยิ้ม นานๆทีคุณคิมจะได้ออกมาใช้ชีวิตแบบคนทั่วไปบ้างไม่ใช่คร่ำเคร่งอยู่กับการทั้งที่บริษัทและที่แก๊ง

       เห้อเหนื่อยจังอุฮยอนที่กลับมาถึงก็พุ่งตัวไปที่โซฟาพร้อมกับบ่นออกมาว่าเหนื่อย แต่ก็เป็นตัวเองไม่ใช่หรือไงที่เดินไปนู่นไปนี่ไม่หยุด
       ผมสิต้องบ่น คุณนี่จริงๆเลยเขาน่ะเป็นคนที่โดนลากให้ตามเจ้าตัวไปไม่ใช่หรอ วันนี้ได้ยินแต่เสียงเรียกซองกยูๆทั้งวัน เสียงแง้วๆที่เรียกอ้อนให้ดูนั่นดูนี่อ้อนให้ซื้อของให้ ลากไปดูนั่นดูนี่แต่แปลกที่เค้าไม่รำคาญเลย

       ซองกยูคะ”  เสียงหวานของหญิงสาวรูปร่างโปร่งบางดังขึ้นทางด้านหลัง ผมสีน้ำตาลทองที่ยาวเป็นลอนขับให้ไปหน้ายิ่งดูสวยมากยิ่งขึ้น ผู้มาใหม่เดินปรี่ไปยังร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆอูฮยอน หล่อนเดินผ่านไปราวกับไม่เห็นว่ามีอูฮยอนนั่งอยู่ตรงนี้

       สะโพกกลมกลึงบรรจงนั่งลงบนตักของท่านประธานหนุ่มก่อนที่แขนเรียวจะโอบกอดคอของซองกยูเอาไว้  คิมซองกยูทำตัวไม่ถูกที่อยู่ๆหญิงสาวตรงหน้าก็พรวดพราดเข้ามา ยิ่งมองไปเห็นสายตาของอูฮยอนก็ยิ่งทำอะไรไม่ถูก จะบอกว่ากลัวจะเข้าใจผิดก็คงใช่

       คาร่าคุณมาที่นี่ทำไม เสียงห้าวดังขึ้นก่อนที่จะดันตัวอีกคนลงจากตักของตนเอง คาร่าเป็นลูกสาวของลูกค้าคนสำคัญในฮ่องกงคนแรกๆ แต่ตอนนี้เค้ากับพ่อของเธอเลิกติดต่อค้าขายกันมาสักพักแล้ว

       “ซองกยู ผมไปนอนก่อนนะ จะให้เค้าอยู่เป็นก้างตรงนี้น่ะหรอ ผู้หญิงคนนั้นคงจะเป็นคู่ควงของคิมซองกยูสิน่ะสวยใช่เล่นเลยล่ะ แต่ตอนนี้อูฮยอนรู้สึกตัวเองหายใจไม่ค่อยคล่องยังไงไม่รู้ รู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอกไปหมด
       อ่ะ...อูฮยอนเดี๋ยว



       ปัง!!
       ประตูห้องนอนถูกปิดลงอย่างแรงด้วยฝีมือของเจ้าของห้อง ร่างเล็กเดินมานั่งที่เตียงล้มตัวลงนอนถอนหายใจออกมายาวๆความรู้สึกแปลกๆพวกนี้คืออะไร มองเห็นผู้หญิงคนนั้นที่มาคลอเคลียซองกยูแล้วมันขัดตาชะมัด อยากจะหนีออกมาให้พ้นไม่อยากเห็นเลยให้ตายสิ

       เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยค่อยๆใกล้เข้ามาเรื่อย

       ไม่อยู่กับหล่อนหรือไงน่ะ

เธอชื่อคาร่าน่ะ”  รู้แล้วไม่ต้องบอกซ้ำก็ได้ หงุดหงิดชะมัดไม่อยากได้ยินชื่อนี้เลย
.....
เธอมาคุยเรื่องงานแทนพ่อเธอ  เคยค้าขายกันแต่นานแล้วจะมาอธิบายทำไมเล่านี่ไม่ได้อยากรู้นะ
“…..” ยังไม่อยากตอบตอนนี้ดังนั้นอูฮยอนจึงเลือกที่จะเงียบและให้ความเงียบแทนคำตอบไปก่อน  แรงยุบของเตียงด้านหลังแสดงว่าซองกยูคงจะขึ้นมานั่งสินะ

       มือหนาวางลงบนไหล่มนของคนตัวเล็กกว่า พลางรั้งให้ร่างเล็กเข้ามาชิดแผงอกของตัวเอง ลมหายใจอุ่นเป่ารดลงบนกระหม่อมบางจนรู้สึกได้ถึงกลิ่นบุหรี่จางๆที่ติดออกมากับลมหายใจร้อนผ่าว

       มากอดทำไมนะ

       ซองกยูจับร่างเล็กให้นั่งพิงแผ่นหลังบอบบางมาที่อกของตนเองให้อูฮยอนทิ้งน้ำหนักตัวมาที่เค้าอยากให้อีกคนรู้ว่าเค้าสามารถเป็นที่พักพิงได้ สังเกตดูเมื่อกี้ร่างเล็กดูไม่ค่อยจะชอบใจเท่าไหร่ที่คาร่ามาวุ่นวายกับเค้า  อาการออกชัดเจนซะขนาดนั้นทำหน้าบึ้ง แล้วเดินกระฟัดกระเฟียดงอนตุ้บป่องๆเข้าห้องมาแบบนี้ ซองกยุก็ขอคิดเข้าข้างตัวเองหน่อยเถอะว่าสัญญาณที่ดีเริ่มจะมีมาให้เห็นแล้ว

       ในที่สุดคนที่นั่งเงียบราวกับมีใครปิดปากไว้ก็ยอมพูดออกมาสักที

มาทำไม ไม่อยู่กับแฟนคุณหรือไงล่ะถึงน้ำเสียงจะดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่ไอท่าทางที่ไม่ขืนตัวออกจากอ้อมกอดนี่ก็ทำให้คิมซองกยูหุบยิ้มไม่ได้  ความย้อนแย้งแบบนี้นี่มันยังไงกันนะอูฮยอน

ไหนแฟน ไม่มีสักหน่อยแต่ก็เล็งคนแถวนี้ไว้นะ

“…..” นั่นไงล่ะพูดมาแค่ประโยคเดียวก็เงียบไปอีก เดาใจไม่ถูกเลยจริงๆว่าโกรธหรือเขินคำพูดเมื่อกี้กันแน่
อุฮยอน.....คุณน่ะเสียงห้าวเว้นจังหวะไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาที่เปรียบเสมือนมีใครไปดึงเทปที่ปิดปากอูฮยอนไว้ จนร่างเล็กยอมพูดออกมา

“…”

คุณหึงผมหรอ

ห้ะ..หึงหรอแทนที่ประโยคเมื่อครู่จะทำให้เขินจนทำอะไรไม่ถูกแต่มันกลับเหมือนไปสะกิดจุดความรู้สึกที่อูฮยอนคิดมาตลอดว่ามันไม่ชัดเจน ความรู้สึกที่ยากจะยอมรับ ความรู้สึกที่เกิดในเวลาสั้นๆ และเพราะช่วงเวลานี่แหละที่ทำให้เค้าไม่แน่ใจในความรู้สึกของตัวเองที่อาจจะแค่เผลอไผล หรือคิดไปฝ่ายเดียวและการกระทำของร่างสูงตรงหน้าก็ไม่ได้ชัดเจนซะทีเดียว

หึง..หึ

ถามตัวคุณเถอะซองกยู ว่าผมมีสิทธิ์นั้นในฐานะอะไร จบประโยคที่พอพูดออกไปแล้วกลับมาคิดอีกทีอูฮยอนคิดว่าตัวเองต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่ไปเอาความกล้ามาจากไหนถึงไปถามอีกคนแบบนั้นดีไม่ดีซองกยูอาจจะไม่ได้รู้สึกอะไรเลยก็ได้  แล้วคนที่เสียใจคงไม่พ้นตัวเขาเองนั่นแหละ


คุณน้ำเสียงแผ่วเบาที่เล็ดรอดออกจากริมฝีปากบาง  คำพูดที่ไม่คาดคิดว่าจะออกจากปากของคนตรงหน้า ความคิดในหัวมันตีรวนไปหมดกับคำตอบที่เค้าเองก็ไม่รู้จะตอบออกไปยังไง ความรู้สึกระหว่างอูฮยอนในระยะเวลาสั้นๆแต่กลับชัดเจนในใจ  แต่ความสัมพันธ์ของเราอยู่ในฐานะอะไร

เค้าไม่ได้จีบอูฮยอน

ไม่ใช่คนรัก

แต่อูฮยอนน่ะ

เป็นคนที่คิมซองกยูสนใจ
.
.
.
.
ที่จะให้เข้ามาเป็นอีกครึ่งของชีวิต

ชีวิตที่กลัวมาตลอดกลัวการที่จะมีใครอีกคน หรือรักใครสักคนเพราะด้วยอาชีพด้วยงานที่ทำให้ชีวิตของซองกยูเหมือนเดินอยู่บนกระจกบางๆที่พร้อมจะแตกได้ทุกเมื่อ และเค้าเองก็ไม่อยากที่ให้ใครมาเสี่ยงไปด้วยกัน คนๆนั้นควรจะได้ใช้ชีวิตครอบครัวเหมือนคู่รักปกติทั่วไป

และซองกยูเองก็ไม่มั่นใจว่าอูฮยอนจะยอมเสี่ยงไปพร้อมกับเค้าหรือเปล่า


แต่ถ้าคนตัวเล็กนี่พร้อมจะก้าวเดินไปด้วยกันบนเส้นทางนี้ เค้าก็ขอสัญญาว่ะปกป้องอีกคนให้ดีที่สุด 


เท่าที่ชีวิตของเค้าจะสามารถทำได้



“….”ซองกยูเงียบงั้นหรอ นั่นสินะสถานะของเราสองคนมันไม่ชัดเจนสักนิด  อูฮยอนก็แค่คนที่ซองกยูยื่นข้อเสนอให้อยู่ด้วยแลกกับการช่วยอะไรบางอย่าง

เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักนิด

คุณอยากอยู่ในฐานะไหนล่ะหืมเสียงที่เอ่ยออกมาเจือปนแววแห่งความไม่มั่นใจบางอย่าง  แต่คนฟังก็เลือกที่จะเงียบอีกเช่นเคย

“…..”

ทุกๆสถานะในชีวิตผมเท่าที่คุณต้องการจะอยู่อูฮยอนอาเสียงของท่านประธานแห่งคิมบีดีกรุ๊ปเว้นจังหวะไปชั่วครู่ แต่....


ช่วยอยู่กับผมตลอดไปได้มั้ย

ตอนนี้อูฮยอนตกใจหรือจะสับสนกับคำตอบของอีกคนมากกว่า แต่ที่ดูเหมือนจะชัดเจนคงจะเป็นอ้อมกอดที่รู้สึกว่ามันช่างอบอุ่นกว่าอ้อมกอดไหนๆที่เคยสัมผัสมาเสียอีก  แขนแกร่งที่โอบกอดกันไว้หลวมๆแต่รู้สึกแนบแน่น


น้ำเสียงที่แผ่วเบาแต่ก็หนักแน่น 


สัมผัสที่บางเบาแต่ก็อบอุ่น


คำว่าตลอดไปของคนๆนี้คืออะไรคำจำกัดความของซองกยูเป็นแบบไหน แต่ตลอดไปของอูฮยอนมันจะเริ่มตั้งแต่ตอนนี้.........ไปเรื่อยๆ


จนกว่าจะถึงจุดจบเพราะบางทีตอนนี้หมอนี่อาจจะแค่สับสนกับความรู้สึกตัวเองก็ได้แต่พอผ่านไปสักพักซองกยูอาจจะเจอคนที่ถูกใจกว่าหรือคนที่คิดว่าใช่ อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นอูฮยอนจะเผื่อใจไว้ก็คงไม่ผิดหรอกเนอะ


ห้ามคืนคำนะ


....


ที่บอกว่าให้อยู่ตลอดไปน่ะ....จะมาทิ้งกันทีหลังไม่ได้แล้วนะคุณคิมซองกยู







เหมือนกับบรรยากาศเก่าๆที่หวนกลับมาให้นึกถึงช่วงแรกๆที่เจอกับคิมซองกยู  ตอนนี้ร่างเล็กของนัมอูฮยอนกำลังยืนอยู่หน้ากระจกในห้องนอนห้องเดิมกับเมื่อสี่เดือนที่แล้ว ชุดสูทสีขาวสะอาดกำลังถูกเจ้าของเรือนร่างบอบบางสวมใส่มัน  วันนี้อูฮยอนจะต้องไปออกงานคู่กับคิมซองกยู


เหมือนวันนั้น


สี่เดือนที่แล้ว


ผ่านพ้นมาสี่เดือนที่เค้าได้เข้ามาอยู่ที่นี่กับผู้เป็นแม่ก็ได้ติดต่อกันทางโทรศัพท์ซะส่วนใหญ่ ถึงอีกฝ่ายจะรบเร้าแกมบังคับให้อูฮยอนกลับไปที่บ้านเท่าไหร่แต่เค้าก็ไม่ใจอ่อน

ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างเค้ากับซองกยูเราอาจจะเรียกได้ว่าพัฒนาขึ้นมาแบบก้าวกระโดด จากคนรู้จักมาเป็นคนที่ได้ร่วมงานกัน และตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นคนที่กำลังมีความรู้สึกดีๆต่อกันอย่างนั้นหรอ


จะได้มั้ยนะ...?

เรานอนเตียงเดียวกันทุกๆคืนแต่ก็ไม่เคยล่วงล้ำกันคิมซองกยูให้เกียรติเค้าเสมอ ส่วนมากคนๆนั้นชอบจะเอาอูฮยอนไปกอดแทนหมอนข้างซะมากกว่า 


เราไปเดทกันทุกครั้งที่คิมซองกยูว่าง ไปดูหนังด้วยกัน ดื่มเบียร์ริมแม่น้ำฮันที่นานๆทีจะได้ไปเพราะจะออกไปทีไรก็มีบอดี้การ์ดเต็มไปหมด

และเราก็ไปส่งอาวุธให้หลี่เจิ้งซานด้วยกันบ่อยๆ


ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบไหนแต่อูฮยอนก็มีความสุขที่สุด  รู้แค่ว่าความสัมพันธ์นี้มันจะมีแต่พัฒนาขึ้นไปไม่มีวันลดลงอย่างแน่นอน


คิดอะไรอยู่น่ะ แรงกอดรัดจากด้านหลังที่ทำเอาร่างเล็กเซเข้าไปอยู่ในอ้อมอกของอีกคนเต็มๆช่องว่างวงแขนที่โอบกอดกันไว้พอเหมาะพอดีราวกับพระเจ้ากำหนดให้อ้อมกอดของคิมซองกยูมีเพื่อนัมอูฮยอน  และขนาดตัวที่เล็กบอบบางราวกับผู้หญิงก็ทำให้คนที่อยู่ในอ้อมกอดดูเหมือนจะจมหายไปกับแผ่นอกแกร่ง  น้ำเสียงที่เอ่ยถามกันเหมือนวันแรกที่เราเจอกันแต่สถานะตอนนี้มันต่างจากวันนั้นมากทีเดียว

แค่คิดถึงวันแรกๆน่ะ

ฮึ...วันแรกหรอ ทำไมวันแรกที่เราได้ออกงานด้วยกันน่ะหรออูฮยอนคิดอะไรอยู่แน่

ก็

“….”

ก็แค่อะไรบางอย่างมันเปลี่ยนไปน่ะ

ดวงตาหวานช้อนมองอีกคนทั้งที่ยังถูกพันธาการในอ้อมแขนแบบนั้น  ริมฝีปากของอีกคนที่อยู่ห่างปลายคางออกไปไม่กี่เซนติเมตรทำเอาคิมซองกยูที่ก้มมองลงมาหักห้ามใจยากเอาการ  ริมฝีปากได้รูปสีเชอร์รี่ อูฮยอนแอบแต่งหน้าหรือยังไงนะทำไมปากถึงได้แดงน่ากดจูบย้ำๆลงไปให้บวมเจ่อ แก้มก็ขึ้นสีจางๆน่าฟัดให้ช้ำด้วยริมฝีปากของเค้า

อะไรล่ะที่คุณว่าเปลี่ยนไปอ้อมแขนที่โอบกอดกันเปลี่ยนเป็นพลิกร่างเล็กให้หันหน้ามาทางเขา สบตากันตรงๆแบบนี้ยิ่งห้ามใจยากแฮะ

ก็คุณกับผมไง เรากำลัง...อยู่ใช่มั้ย


อะไรกำลังอะไรอะไรเนี่ยเด็กคนนี้ฮึ!!......เว้นช่องว่างแบบนี้ท่านประธานใหญ่แห่งคิมบีดีกรุ๊ปเลือกคำมาเติมแทบจะไม่ถูกเลยให้ตายสิ

ก็เอ่อ..แบบว่า ชอบกัน จีบกันหรือรักกันน่ะโอ้ยคนตาตี่นี่ต้องให้อายหรือไงกัน  ริมฝีปากที่ยู่ลงเวลาแสดงอาการขัดใจหรืออูฮยอนจะชอบทำมันเพื่อกลบเกลื่อนอาการเขิน แก้มกลมๆที่พองลมจนคนที่เห็นกลัวว่ามันจะแตกออกมา

น่าจับบีบชะมัด


อ่ะ อื้อหลังจากที่ได้เห็นอาการของอีกคนคิมซองกยูก็คิดว่าตัวเองทนไม่ไหวอีกต่อไป  สัมผัสบางเบาแต่เนิ่นนานจึงถูกประทับไว้ที่ริมฝีปากของอีกคน รสจูบที่แผ่วเบาไม่เหมือนกับครั้งแรกที่เราจูบกันแต่ทว่าครั้งนี้อูฮยอนจะจดจำมันได้ด้วย ต่างจากครั้งแรกที่คนตัวเล็กนี่ลืมมันไปสนิทซะงั้น


คิมซองกยูถอนริมฝีปากออกก่อนจะเอ่ยคำตอบที่คนถามอุตส่าห์ยอมอายเพื่อพูดออกมา เขาก็อยากจะตอบออกไปเหมือนกัน

สถานะเราตอนนี้คือเราจูบกันได้

“…” อะไรไม่เห็นเกี่ยวตรงไหนเลย อูฮยอนเคียงคอตั้งใจฟังแต่เรียวคิ้วสวยที่ขมวดอยู่นี่แสดงอาการสงสัยจนคนมองจับได้

และต่อไปเราจะทำมากกว่าจูบไงคุณอูฮยอน

โอ้ยย..เจ็บนะคุณเสียงร้องที่ดังขึ้นหลังจากที่เจ้าตัวพูดประโยคเมื่อสักครู่จบฝ่ามือที่มองดูเผินๆบอบบางแต่เมื่อประทับมาบนต้นแขนแล้วก็หนักไม่ใช่เล่น

พูดบ้าอะไรซองกยู  ทะลึ่ง!!”

“…เจ็บ.. เสียงของนายเหนือหัวแห่งแบล็กไดมอนด์เอ่ยอ่อยๆ มือหนาที่ลูบต้นแขของตัวเองไปมา ก่อนจะพูดอธิบาความหมายของประโยคที่เพิ่งพูดไปและเป็นเหตุทำให้เค้าต้องเจ็บตัวตอนนี้


ฟังผมนะอูฮยอนมือหนาเอื้มมาจับที่ไหล่มนของคนตรงหน้าก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาอีกคน
เราจูบกันโดยที่เราเต็มใจ  มันหมายถึงผมกำลังรู้สึกดีมากๆกับคุณและคุณก็กำลังรู้สึกดีมากๆกับผม

จริงสินะเมื่อกี้เขาก็ไม่ได้ห้ามซองกยู
และเอ่อ..ต่อไปที่บอกว่ามากกว่าจูบ

“…”

ทำเราทำแบบนั้น มันหมายความว่า

“…”

เรารักกัน แต่ไม่ใช่รักของผมจะหมายถึงเซ็กส์แต่เรื่องนั้นน่ะผมทำเฉพาะกับคนที่ผมรักเท่านั้น จำไว้นะเด็กน้อยมือหนาของคนพูดขยี้ที่กลุ่มผมนุ่มของคนตัวเล็กกว่าเบาๆ

อ่ะเอ่อ แต่ตอนนี้พอแค่จูบก่อนเนอะรีบไปเถอะเดี๋ยวสายคุณซองยอลรอละเนี่ยเป็นอูฮยอนเองที่ทนกับสายตาคมของอีกคนไม่ไหวจนต้องยกเรื่องเวลามาอ้างพร้อมดุนดันแผ่นหลังอีกคนออกจากห้องไป พร้อมกับตัวเองที่เดินตามออกไปด้วยใบหน้าที่แต้มไปด้วยรอยยิ้ม




รถยุโรปคันหรูเคลื่อนตัวมาจอดที่หน้างานเลี้ยงประจำปีของคิมบีดีกรุ๊ป ทันทีที่ลงมายืนมือบางก็ถูกอีกคนจับมันไปวางไว้บนต้นแขนแกร่ง ก่อนที่ทั้งสองจะก้าวเข้าไปในงานพร้อมกัน

แสงแฟลชมากมายที่สาดเข้ามาจนอูฮยอนแทบจะลืมตาไม่ได้ แสงที่สาดกระทบเข้ามามีมากพอๆกับคำถามที่บรรดานักข่าวต่างมุ่งถามท่านประธานหนุ่มเจ้าของงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ และหัวข้อของความสงสัยที่เหล่าบรรดาสื่อทั้งประเทศเกาหลีใต้อยากจะขุดคุ้ยคงไม่พ้นเรื่องหนุ่มน้อยหน้าหวานที่เดินมาเคียงข้างกายในวันนี้

แต่ที่จริงแล้วภาพหลุดระหว่างท่านประธานบริษัทส่งออกรถหรูกับหนุ่มน้อยปริศนาที่มีให้เห็นพาดหัวข่าวอยู่เรื่อยๆ จนแทบจะกลบข่าวดาราหรือไอดอลไปเสียหมด เพราะใครๆต่างก็อยากรู้จักหนุ่มน้อยที่ทุกคนลงความเห็นว่าช่างโชคดียิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งสักสิบใบเสียอีก

คุณสองคนกำลังเดทกันหรือเปล่าครับ
ความสัมพันธ์ของคุณสองคนเป็นยังไงครับ
ช่วยตอบด้วยค่ะ/ช่วยตอบด้วยครับ

กระจอกข่าวมากมายที่ต้องการคำตอบจากปากของชายหนุ่ม ไมค์และกล้องนับสิบจ่อมาที่ใบหน้าหล่อของท่านประธานแห่งคิมบีดีกรุ๊ป กลุ่มคนมากมายเสียจนไม่รู้ว่าใครเป็นใครและพวกนักข่าวก็เบียดเข้ามาเสียจนบอดี้การ์ดหลุดออกไปนอกวง ร่างเล็กที่โอนเอนไปตามแรงเบียดจนชิดเข้าที่แผงอกอุ่น คิมซองกยูใช้มือโอบรอบเอวคนข้างกายเอาไว้ และก่อนที่ชายหนุ่มจะหมดความอดทนกับสถานการณ์ตอนนี้

ผมจะไม่ให้สัมภาษณ์อะไรทั้งนั้น และช่วยถอยออกห่างจากคนของผมด้วย

คำพูดที่ดังออกมาราวกับการพูดคุยธรรมดาแต่น้ำเสียงและคำพูดทุกคนต่างก็รู้ว่าผู้มีอิทธิพลตรงหน้าเอาจริงขนาดไหน และเมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มสงบลงมือขวาหนุ่มก็สั่งให้เหล่าบอดี้การ์ดกันตัวคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปทันที


แต่อูฮยอนยังไม่ทันที่จะหายอึ้งกับประโยคเมื่อสักครู่ที่อดทำให้แก้มขึ้นสีไม่ได้
คนของผมงั้นหรอ คิดแล้วใบหน้าหวานก็หยุดยิ้มไม่ได้กับคำพูดนั้นและไหนจะยังมือที่โอบเอวกันอยู่ตอนนี้อีก ควรปล่อยได้แล้วมั้งแต่ฝ่ามือของคิมซองกยูก็ยังไม่ละออกไปจากเอวบางสักที จนกระทั่งเหมือนจะรู้ตัวร่างสูงรีบชักฝ่ามืออกทันทีก่อนจะยิ้มออกมา








โต๊ะสำหรับวีไอพีตอนนี้นอกจากซองกยูและเค้าแล้วยังมี นักธุรกิจหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันกับซองกยูที่บอกเค้าว่าชื่อฮันแทซองและอีกคนที่อูฮยอนไม่อยากจะเจออีกแต่ก็ดันมางานนี้จนได้

คาร่า

ในโต๊ะบรรยากาศมันอึดอัดชะมัด ไม่มีคุณเจิ้งเหมือนคราวที่แล้วด้วยสิถามซองกยูแล้วแต่ก็บอกว่า
หลี่เจิ้งซานติดงานที่ฮ่องกง  ส่วนสามคนนั้นก็เอาแต่คุยกันเรื่องธุรกิจแต่เท่าที่สังเกตุดูเหมือนซองกยูจะไม่ค่อยถูกคอกับฮันแทซองเท่าไหร่  ร่างเล็กยกน้ำผลไม้ขึ้นมาจิบกรอกตาไปมาเพราะไม่รู้จะทำอะไรแล้วจริงๆ มือเล็กก็หยิบขนมเข้าปากเรื่อยๆขนมที่ซองกยูสั่งให้คุณซองยอลไปตักมาให้ซะมากมาย กะจะขุนให้อ้วนหรือไงน่ะ ถึงจะเบื่อแต่อูฮยอนจะไม่บ่นหรอกนะ  ไม่อยากให้อีกคนต้องมาวุ่นวายเพราะเขา


       สายตาคมของหญิงสาวลูกครึ่งลอบมองหนุ่มน้อยหน้าหวานข้างกายซองกยูมาสักพักแล้ว 
       เด็กนี่น่ะหรอที่ซองกยูชอบน่ะหล่อนได้แต่แค่นขอดในใจก่อนจะเปรยคำพูดเสียดสีอีกคนมาให้

ซองกยูคะให้น้องอูฮยอนกลับก่อนดีมั้ยดูเค้าเบื่อๆนะ  ให้เด็กมานั่งอยู่ในงานของผู้ใหญ่แบบนี้คงเบื่อแย่หญิงสาวจงใจเน้นย้ำคำว่าเด็กเต็มที่ แล้วทำไมอูฮยอนจะสังเกตไม่ได้

ขอบคุณที่เป็นห่วงฮะแต่ผมไม่เบื่อหรอกเพราะซองกยูอยู่ที่นี่ กลับไปอยู่คนเดียวสิเบื่อกว่าคนตัวเล็กเอ่ยตอบกลับไปพลางเอนศีรษะไปซบกับแขนของคนอายุมากกว่าที่นั่งอยู่ข้างกัน

เล่นอ้อนกันที่สาธารณะเลยหรือไงเด็กน้อย ท่านประธานหนุ่มเริ่มจะหายใจติดขัดเพราะการกระทำของเด็กข้างๆที่เอนหัวทุยๆมาซบยังไม่พอแถมยังเอามือป้อมมาเกาะแขนเขาอีก

จะทนไม่ไหวแล้วนะเด็กน้อย

ถ้อยคำที่ตอบออกมากับท่าทางสนิทสนมแบบนั้นก็พอจะดูออกอยู่หรอกว่าคิมซองกยูกับเด็กนี่เป็นอะไรกัน ใบหน้าสวยของหญิงสาวออกอาการที่จะเรียกว่าหน้าตึงก็คงถูกเมื่อเจอเด็กที่ดูใสๆอย่างนัมอูฮยอนตอบกลับแบบนั้น ก่อนที่คาร่าจะขอตัวออกจากโต๊ะไป

อูฮยอนอา..อยากให้ทนไม่ไหวหรือไงก้มลงกระซิบข้างหูอีกคนเมื่อเห็นว่าหล่อนลุกออกจากโต๊ะไปแล้ว
เค้าว่าผมเด็กนะ ทนได้ที่ไหนอายุจะยี่สิบแล้วนะคนที่อ้างว่าตัวเองอายุจะยี่สิบทำปากเบะแล้วก็พองลมแบบนี้หรอ นี่แหละที่เรียกว่าเด็ก
โอ้ย..ซองกยูเจ็บนะ บีบปากทำไมเล่าซองกยูหัวเราะกับท่าทางของเด็กน้อยของเขาตรงหน้าที่ลูบปากตัวเองป้อยๆ

อายุจะยี่สิบน่ะใช่แต่ท่าทางคุณน่ะเด็กสิบขวบนะอูฮยอน

ซองกยูเรียกเสียงแข็งแบบนี้แปลว่างอนใช่มั้ยเนี่ย

แต่ถึงนิสัยจะเด็กแต่อายุก็ไม่เด็กแล้วเนาะ....เพราะผมไม่อยากพรากผู้เยาว์น่ะสิอูฮยอนอา

พูดบ้าไรเนี่ยงื้อไปเตรียมตัวขึ้นเวทีเถอะไปได้แล้วอิตาคนแก่มือป้อมๆรุนหลังชายหนุ่มให้ลุกออกไปจากโต๊ะเพื่อเตรียมตัวขึ้นเวทีและอีกเหตุผลก็ป้องกันหัวใจวายจากคำพุดขอคนๆนั้นอีกนั่นแหละ ขืนให้อยู่พูดต่อมีหวังหัวใจอูฮยอนหลุดออกมานอกอกแน่ๆ


น่ารักดีนะครับเสียงของแขกอีกคนที่ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะเอ่ยขึ้น ชายหนุ่มใบหน้าคมราวกับชาวตะวันตก ไรหนวดที่ขึ้นปลายคางกับริมฝีปากไม่ได้ทำให้ดูแย่แต่กลับทำให้ใบหน้าของฮันแทซองน่ามองยิ่งขึ้น
ฮะ..คุณหมายถึงร่างเล็กเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ

คุณสองคนน่ะ คบกันหรอครับน่ารักดีนะเวลาอยู่ด้วยกัน ฮ่าๆแต่ก็ขอโทษนะครับที่แอบมองคำพูดกับท่าทางสบายๆที่ส่งออกมาผ่านท่าทางการแสดงออกของอีกฝ่ายทำให้อูฮยอนผ่อนคลายลง อย่างน้อยก็จะได้มีเพื่อนคุยฆ่าเวลา

เรายังไม่ได้คบกันหรอกฮะ ฮ่าๆเพราะไม่รู้จะตอบไปยังไงทำให้อูฮยอนเลือกที่จะใช้คำตอบที่เลี่ยงๆออกไป 

เสียงปรบมือดังขึ้นทำให้บทสนทนาระหว่างเค้ากับฮันแทซองสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ ก่อนร่างสูงโปร่งที่คุ้นเคยจะก้าวขึ้นไปบนเวที คิมซองกยูกำลังขึ้นไปกล่าวต้อนรับแขกที่มางานวันนี้ ถึงจะอยู่ด้วยกันมาเกือบจะเข้าห้าเดือนแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าใบหน้าท่าทาง ทุกๆอย่างที่เป็นซองกยูยังคงดึงดูดสายตาของอุฮยอนเสมอ  ดวงตาหวานจ้องมองไปยังคนที่ยืนเด่นอยู่บนเวทีทรงผมที่ปกติจะปัดหน้าม้าลงแต่วันนี้ซองกยูเอาผมด้านหน้าขึ้นทำให้ดูแปลกตาออกไปและอุฮยอนก็คิดว่าดูดีมากๆ

มือเล็กเอื้อมไปหยิบจานเค้กที่วางอยู่ตรงหน้ามากินพร้อมกับมองอีกคนไปด้วย ทำไมเค้กถึงอร่อยกว่าที่เคยกินนะหรือเพราะมีจุดรวมสายตาที่ดี >///<


 ตามสคริปต์แล้วเขาต้องกล่าวเปิดงานเป็นเวลาร่วม15นาทีได้  และตอนนี้ก็เกือบจะครบตามกำหนดการแล้วเหลือเพียงกล่าวขอบคุณบางส่วนเท่านั้น  แต่พลันสายตาเหลือบไปเห็นเด็กน้อยที่มาด้วยกันนั่งกินอะไรอยู่บนโต๊ะ  ท่านประธานหนุ่มแห่งคิมบีดีกรุ๊ปก็แทบจะถลาลงจากเวทีไปหาคนของเขาทันที  ถ้าสายตาของเขามองไม่พลาดที่อูฮยอนกินมันคือเค้กแน่นอน

และเป็นเค้กผสมแอลกอฮอล์

กินไปเยอะแค่ไหนแล้วนะ ไม่ใช่ว่าเด็กนั่นแพ้หรืออะไรแต่เวลาอูฮยอนมีแอลกอฮอล์ในร่างกายก็จะมีอาการแปลกๆทุกที  แล้วไอท่าทางตอนนี้ที่แทบจะไปซบฮันแทซองนั่นคืออะไร แถมยังคุยกันแล้วหัวเราะร่าอีก  หมอนั่นไว้ใจได้ที่ไหนเพลย์บอยตัวพ่อขนาดนั้น

สคริปต์ที่เหลือถูกตัดจบด้วยฝีมือของเจ้าของงานก่อนที่ร่างโปร่งของท่านประธานสูงสุดจะก้าวลงจากเวทีและตรงดิ่งมายังโต๊ะของตัวเอง 

อีซองยอลสั่งการให้พิธีกรขึ้นไปทำหน้าที่ต่อทันทีเมื่อเห็นว่าเจ้านายของตนคงมีเรื่องจะจัดการ


  คนตัวเล็กที่ใบหน้ากลายเป็นสีแดงจางๆพูดจาหัวเราะร่าเริง ท่าทางสนิทสนมกับฮันแทซองนั่นอีกนัมอุฮยอนจะรู้ตัวมั้ยนะว่าตัวเองแทบจะถูกกอดอยู่แล้วน่ะ

มือหนาเอื้อมไปคว้าตัวคนที่สติเริ่มจะเลือนรางเพราะฤทธิ์เหล้าที่ผสมอยู่ในเค้กมาไว้ในอ้อมอก

ขอบคุณนะแทซองที่ช่วยดูแลคนของฉันให้ แต่ตอนนี้คงต้องขอตัวก่อน
แต่เมื่อกี้คุณอูฮยอนเค้าบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรกับนายนิ่
หน้าตาที่ยิ้มแย้มขัดกับน้ำเสียงและแววตาที่แสดงออกทำให้คิมซองกยูอยากจะซัดใบหน้าของไอหน้าหนวดนี่สักหมัด

.....
ไม่น่าเชื่อนะว่าท่านประธานใหญ่ของแก๊งค์  เอ๊ะไม่สิคิมบีดีกรุ๊ปจะมาหลงเด็กน้อยแบบนี้
....
ยิ่งเขาไม่ตอบโต้ก็ดูเหมือนฮันแทซองจะยิ่งได้ใจ
ถ้าเบื่อแล้วก็ส่งมาทางนี้ได้นะครับ จะดูแลให้อย่างดียิ่งตัวบางๆแบบนี้ผมจะยิ่งดูแลให้ดีที่สุดเลยคำพูดที่ดูเหมือนอีกฝ่ายจับต้องร่างเล็กในอ้อมกอดของเค้า คำพูดที่เหมือนกับว่าร่างกายของอูฮยอนผ่านมือของมันมาแล้ว คงจะถือโอกาสตอนเมาสินะไอชั่วเอ้ย

เก็บเวลาของนายไว้รักษาชีวิตไว้ให้ดีเถอะฮันแทซอง อย่ามารุ่มร่ามกับคนของฉันอีก










รถยุโรปคันหรูจอดอยู่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ อีซองยอลเดินลงมาเปิดประตูให้ผู้เป็นนาย คิมซอง
กยูอุ้มร่างเล็กที่เมาไม่ได้สติไว้แนบอก ต้องกินเค้กไปเยอะแค่ไหนนะถึงจะได้เมาซะขนาดนี้

ขายาวๆของผู้เป็นเจ้าของบ้านก้าวเดินขึ้นไปที่ชั้นสอง มือเรียวหมุนลูกปิดประตูบานใหญ่สีขาวตรงหน้าพาร่างบางที่หลับสบายเข้าไปภายในห้อง  ก่อนจะวางอีกคนลงบนเตียงอย่างแผ่วเบาและผละไปเตรียมผ้ากับน้ำเพื่อมาเช็ดตัวให้คนที่หลับไปเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์  ที่จริงบ้านหลังนี้ก็มีแม่บ้านแต่ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว  มือเรียวสวยค่อยบรรจงบิดผ้าหมาดๆก่อนจะเริ่มเช็ดที่ใบหน้าหวานเป็นส่วนแรก
เสียงอื้ออึงในลำคอดังมาเป็นระยะเพราะน้ำเย็นไปรบกวนการนอนของเด็กขี้เมาตรงหน้า  อูฮยอนพลิกตัวนอนคว่ำหน้าลงไปกับเตียงทำให้ซองกยูยิ่งเช็ดตัวยากขึ้นไปอีก  อยากจะตีให้ก้นลายเลยที่ทำตัวแบบนี้

       หึ..นอนแบบนี้ผมจะเช็ดตัวให้คุณได้ยังไงฮึชายหนุ่มค่อยๆสอดแขนเข้าไปก่อนจะยกตัวคนที่ไม่ได้สติให้ลุกนั่งพิงมาที่ตัวของเขา  วงแขนแกร่งที่คล้ายจะโอบกอดกันกลายๆค่อยแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตที่คนตัวเล็กใส่อยู่ เพียงไม่กี่นาทีสื้อเชิ้ตสีขาวก็ถูกวางลงข้างๆเตียง

ในเวลานี้ซองกยูคิดว่าตัวเองคิดผิดเหลือเกินที่ไม่ยอมเรียกป้าแม่บ้านมาเช็ดตัวให้อูฮยอน  เพราะตอนนี้เรือนร่างบอบบางที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ายิ่งทำให้อูฮยอนดูจะไม่ปลอดภัยจากปีศาจร้ายที่ชื่อว่าซองกยูเหลือเกิน

ผ้าขาวสะอาดผืนเล็กที่เขาบรรจงเช็ด ซับเม็ดเหงื่อเล็กๆบริเวณแผ่นหลังของอีกคนมือเรียวสวยลากผ้าผืนจิ๋วไปมาเบาๆ ก่อนจะพลิกตัวอีกคนให้นอนหงายลงบนเตียง  แผ่นอกขาวสะอาดที่สะท้อนขึ้นลงตามแรงหอบหายใจ ยอดอกสีอ่อนที่ซองกยูบังคับใจตัวเองอย่างมากไม่ให้มองไปที่ตรงนั้น




.....น่ารักไปแล้วนะอูฮยอนอา


จะเรียกว่ากลัวใจตัวเองก็คงถูกเพราะนอกจากเขาจะไม่ยอมมองไปที่ร่างเล็กแล้วอาการที่หันหน้าไปทางอื่นตอนเช็ดตัวก็ยิ่งบอกชัดว่าซองกยูต้องหักห้ามใจมากแค่ไหน  และแล้วในที่สุดการเช็ดตัวที่แสนจะทุลักทุเลก็สิ้นสุดลงเขาสวมเสื้อยืดสีขาวที่คิดว่าขนาดเล็กที่สุดที่มีอยู่ในตู้เสื้อผ้าให้กับอีกคนก่อนที่ซองกยูจะผละตัวออกไปเพื่อนจะเอากะละมังน้ำไปเก็บ


       แต่ยังไม่ทันที่เท้าจะสัมผัสพื้นครบทั้งสองข้างแขนแกร่งก็ถูกรั้งไว้ด้วยมือเล็กๆของคนที่เมื่อกี้ยังนอนหลับแต่ตอนนี้กลับลืมตาแป๋วมองกันซะอย่างงั้น

ซองกยูน้ำสียงที่ติดจะงัวเงียส่งออกมาจากริมฝีปากบาง  ดวงตาหวานที่ช่ำปรือของอีกคนมองสบตากับเขา และชาหนุ่มก็คิดว่าวันนี้แววตาของคนตัวเล็กนี่สวยกว่าวันไหนๆ
ว่าไงครับตอบรับออกไปแผ่วเบา มือเรียวสวยลูบที่ศีรษะของคนที่นอนอยู่ไปมา

คุณเบื่อเด็กแบบผมหรือเปล่าคำถามแปลกถูกส่งออกมาจากริมฝีปากบางของคนที่นอนอยู่ตรงหน้า  อาจเป็นเพราะแอลกอฮอล์ที่ทำให้อูฮยอนพูดอะไรแปลกๆออกมา  แต่คนเมามักจะพูดสิ่งที่ไม่กล้าพูดในตอนที่ปกติออกมาและซองกยูก็อยากรู้ว่าเด็กน้อยของเขาอยากจะพูดอะไร

เบื่อได้ไง ไม่เบื่อหรอกเด็กดื้อๆแบบนี้น่ะหายาก แววตาที่ยังคงสบสายตากันอยู่อย่างนั้น ถึงคำพูดจะทีเล่นทีจริงแต่แววตาคมที่จ้องเข้ามาภายในดวงตาหวานไม่มีแววเล่นสักนิด

แล้วคุณ...
....

รักผมหรือเปล่าถึงน้ำเสียงจะแผ่วเบาเหมือนกับว่าจะลอยไปตามลม แต่ภายในห้องที่เงียบแบบนี้ถึงเสียงพูดจะเบาแค่ไหน แต่เขาก็ได้ยินมันอยู่ดี
อูฮยอนอา...คุณความรู้สึกของอีกคนซองกยูรับรู้ได้ตลอดเหมือนที่อูฮยอนก็รู้ความรู้สึกของเขาเหมือนกัน เพียงแต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะพูดออกมาก่อน

ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบราวกับว่าหากมีเข็มสักเล่มหล่นลงที่พื้นก็คงจะได้ยินเสียง  ซองกยูคงลำบากใจสินะ  แล้วอูฮยอนก็คิดว่าตัวเองไม่สมควรที่จะถามออกไป ไม่ต้องตอบก็ได้ คุณลืมมันไปเถอะร่างเล็กพลิกตัวตะแคงไปอีกข้างก่อนจะข่มตาให้หลับ อยากให้เหตุการณ์เมื่อสักครู่เป็นแค่ฝัน ลมหายใจที่สม่ำเสมอต่างกับจิตใจที่วุ่นวายอยู่ภายใน ความรู้สึกของเขายังรู้สึกได้ว่าอีกคนยังไม่ลุกไปไหน

คิมซองกยูยังอยู่ที่เดิม

แรงกอดรัดที่ถูกส่งมาจากด้านหลัง ซองกยูพลิกตัวอีกคนให้หันมาเผชิญหน้ากันใบหน้าหวานที่เอาแต่ก้มมองผ้าห่มราวกับอยากจะสังเคราะห์เส้นใยของมัน มือเรียวเชยคางมนให้เงยขึ้นมามองตากันก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา  คุณเมาอยู่หรือเปล่าอูฮยอน

อยากจะถามให้แน่ใจว่าถ้าเขาบอกความรู้สึกออกไปแล้วคนตรงหน้าจะไม่ลืมมันเหมือนจูบครั้งแรกของเราสองคน

ผมสติครบถ้วนดีจริงๆอูฮยอนรู้สึกตัวตั้งแต่อีกคนเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้แล้วแหละ

งั้นฟังดีๆนะมืออุ่นลูบแก้มของคนที่นอนอยู่ข้างกันแผ่วเบา ปลายนิ้วหัวแม่มือที่ไล้ไปมาเบาเชิงบังคลับกลายๆให้สบตากัน ก่อนเสียงห้าวจะเอ่ยประโยคบางประโยคออกมา

...ตั้งใจฟังอยู่นี่ไง

ผมรักคุณ...แล้วคุณ

ถ้าไม่รักแล้ว..คุณจะได้มานอนกอดผมแบบนี้หรอซองกยู

แต่ตอนนี้ไม่อยากแค่กอดแล้วสิ

ทะลึ่ง!!”


ซองกยู...
หืม
ผมจะไม่ผูกมัดคุณนะ บางที...บางทีตอนนี้คุณอาจแค่สับสน อ่ะเอ่อ...ถ้าเกิดวันไหนรู้ตัวว่าไม่รักกันน่ะก็บอกเลยนะ ผมคงเสียใจมากๆแหละแต่ก็จะไม่เรียกร้องอะไรเลย

เสียงถอนหายใจดังมาจากคนที่อายุมากกว่า เค้าอยากจะรู้จริงๆว่าอูฮยอนคิดอะไรอยู่
ไม่แน่ใจสินะ

แต่ผมจะผูกมัดคุณ ไว้กับผมตลอดไป
...
ทำยังไงคุณถึงจะเชื่อว่าตอนนี้ผมไม่ได้สับสนอูฮยอน

ทำยังไงก็ได้คิมซองกยู ตามที่คุณอยากจะทำ

แววตาหวานที่มองกันไม่หลบแบบนั้นเหมือนเป็นมนต์สะกดให้ใบหน้าคมของซองกยูโน้มต่ำลงมาใกล้เรื่อยๆ ก่อนริมฝีปากบางจะประกบกันเรียวลิ้นหนาสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากของคนตัวเล็กกว่า เกี่ยวกระหวัดไล่ต้อนชิมความหวานทุกๆพื้นที่สัมผัสในริมฝีปาก ลิ้นเล็กที่ไม่ประสีประสาตอบรับกันอย่างงเอะงะ

ฮ่ะ..อ่ะอื้อเสียงครางอื้ออึงดังอยู่ในลำคอ ซองกยูจูบเก่งเกินไปแล้วและออกซิเจนที่มีอยู่คนตัวเล็กก็คิดว่ามันกำลังจะถูกสูบออกไปจากร่างกายหมดเสียก่อน  กำปั้นเล็กทุบเบาๆที่แผงอกแกร่ง ชายหนุ่มจำใจที่จะต้องละออกมาจากความหอมหวานตรงหน้า ริมฝีปากที่ถอนออกมาอย่างแรงจนเกิดเสียงน่าอายขึ้นซองกยูดูดดึงปากล่างของเด็กน้อยจนมันบวมเจ่อ

ยิ่งน่าจูบให้ช้ำ

อูฮยอนนอนหอบหายใจแรงรีบโกยออกซิเจนเข้าไปทดแทนส่วนที่ถูกใครบางคนแย่งไปแต่เพียงไม่นานปากของเขาก็ถูกประกบลงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะรุนแรงกว่าเก่าลิ้นหนาของคนด้านบนที่ไล่ต้อนกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เกี่ยวกระหวัดอยู่ภายในพลางดูดดึงริมฝีปากหนาจนบวมเจ่อเกิดเสียงดังขึ้นอยู่เป็นระยะ

ใบหน้าคมเลื่อนต่ำมาที่ลำคอขาว อูฮยอนหันหน้าไปอีกทางยิ่งเหมือนเป็นการเปิดทางให้อีกคนทำอะไรได้สะดวกยิ่งขึ้น  ริมฝีปากซุกซนที่ไล้กดจูบตั้งแต่หลังใบหูเรื่อยลงมาถึงลำคอระหงส์ กดจูบดูดดึงแผ่วเบาจนเกิดรอยรักสีแดงจางทั่วลำคอ แค่อยากจะแสดงเอาไว้ว่าเด็กน้อยคนนี้น่ะเป็นของซองกยูแค่คนเดียว

อ้ะ..พอแล้ว

รีบจังครับที่รักเอ่ยเย้าแหย่คนที่นอนอ่อนระทวยอยู่ใต้ร่างก่อนจะจับแก้มยุ้ยดึงยืดไปหนึ่งที  อูฮยอนน่ารักขนาดนี้เขาก็ไม่แน่ใจว่าจะควบคุมตัวเองได้แค่ไหนหรอกนะ

ริมฝีปากกับมือที่ทำงานสอดประสานกันอย่างดี มือหนาที่เลื่อนไปรั้งเสื้อยืดที่เค้าเป็นคนใส่มันลงไปกับมือขึ้นมาเหนือแผ่นอกบางที่กำลังสะท้อนแรงหายใจอย่างหนักหน่วง  เรียวลิ้นร้อนแตะลงบนยอดอกข้างซ้าย ก่อนที่มือข้างที่ว่างจะเคล้นคลึงยอกอกอีกข้าง

ฮ่ะ..อ้ะอ๊าา

ซองกยูเกร็งลิ้นพลางไล้เลียบนยอดอกของร่างเล็กจนมันชุมไปด้วยน้ำลายของตนและย้ายไปทำแบบเดียวกันอีกข้าง  ร่างเล็กที่ดิ้นเร่าๆอยู่ตอนนี้ใบหน้าแดงจัด ริมฝีปากบวมเจ่ออีกทั้งยังหอบหายใจแรง

ยิ่งมอง

ยิ่งอยากทำให้หอบกว่านี้

ให้ร้องเรียกแต่ซองกยูคนเดียว

มือหนาถอดเสื้อยืดตัวบางออกก่อนจะดันตัวอีกคนให้นอนลงหงายลงไป  สายตาคมทอดมองคนที่นอนหอบหายใจหักอยู่ตรงหน้าก่อนจะทาบทับร่างกายของตนลงไป  มือซนที่อยู่ไม่สุขเอื้อมไปรูดซิปกางเกงนอนตัวยาวออกทีเดียวพร้อมกับชั้นในบาง  เผยให้เห็นแก่นกายขนาดพอดีมือที่ชูชันอยู่ตอนนี้

คนร้ายกาจเอื้มมือไปลุบไล้ส่วนอ่อนไหวเพียงแผ่วเบาก็เรียกเสียงครางหวานจากอีกคนได้

อ๊ะ..อ๊าซองกยู อื้อออยะ อย่าแกล้งตอนนี้อูฮยอนเหมือนควบคุมตัวเองไม่ได้ รู้แค่ว่าความรุ้สึกเรียกร้องหาสัมผัสที่อีกคนมอบให้เหมือนกับว่า

อยากได้มากขึ้นไปอีก

อยากได้สัมผัสนั้น

อ๊ะๆ อ๊าาา เสียงครางหวานหูกับร่างเล็กที่ดินเร่าทันทีที่ริมฝีปากบางแตะเข้าที่กลางกาย ลิ้นอุ่นชื้นไล้เลียไปมาแผ่วเบาตามความยาวของส่วนอ่อนไหวที่ชูชันก่อนที่คนร้ายกาจจะโอบอุ้มไว้ทั้งหมดด้วยโพรงปากอุ่นของตนเอง  แล้วเร่งศีรษะผงกหัวขึ้นลงรัวเร็วจนอีกคนตามไม่ทัน ปลายลิ้นหนาหยอกล้อกับส่วนหัวไปมา

อ๊ะๆๆ ฮ่ะ..ผะ..ผมหายใจไม่ทัน อ๊าาเสียงที่ขาดห้วงเพราะแรงอารมณ์เอ่ยขึ้นมาเพราะคนตรงหน้าที่ทำเอาแทบขาดใจตาย 

ทำไมซองกยูถึงร้ายกาจขนาดนี้

มือบางจับอยู่ที่กลุ่มผมสีน้ำตาลเข้ม ศีรษะของเขาที่ซุกอยู่กับส่วนกลางลำตัวแรงกดจากคนอายุน้อยกว่าที่ยิ่งทำให้ใบหน้าของชายหนุ่มแนบชิดกับสัดส่วนอ่อนไหวมากขึ้นไปอีก

ซองกยูรับรู้ได้ถึงรสคาวเฝื่อนที่ซึมออกมาจากส่วนหัว

เด็กน้อยใกล้จะถึงฝั่งฝันแล้วสินะ

ความรู้สึกที่ราวกับว่ากำลังขึ้นไปบนเครื่องเล่นที่หวาดเสียวมากๆแต่ความรู้สึกกลับชะงักงันกลางคันเพราะอีกคนเอานิ้วหัวแม่มือมากดไว้ที่ส่วนหัวเพื่อไม่ให้อูฮยอนได้ปลดปล่อยออกมา

ฮ่ะ ซองกยูงื้ออ
จะมีความสุขคนเดียวหรอครับ ขี้โกงกันนี่

อย่าแกล้งกันเลยนะ นะๆ นะฮะน้ำเสียงออดอ้อนที่ส่งมาเกือบจะทำให้ท่านประธานสูงสุดแห่งคิมบีดีกรุ๊ปใจอ่อน แต่ยังหรอกเด็กน้อย

ร่างโปร่งลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตนออกไป ในเวลาไม่กี่นาทีคิมซองกยูก็เปลือยเปล่า  ดวงตาหวานที่หันไปทางอื่นเพราะความเขินอายแต่มือของคนที่เพิ่งจะก้าวขึ้นมาก็จับคางมนแกมบังคับให้หันมาเสียก่อน

ต่อไปนี้จะไม่แกล้งแล้วครับคำพูดที่ราวกับสิ่งหลอกล่อเด็กน้อยให้เข้าไปหลงกลของผู้ชายร้ายกาจที่หลังจากนี้ก็จะไม่ปราณีเด็กน้อยคนนี้อีกแล้ว

อ๊ะๆๆ อ๊าาาเสียงครางอย่างซาบซ่านหลุดออกมาจากริมฝีปากบางเพราะอีกคนเอื้อมมือมาขยับแกนกายเล็กที่คั่งค้างอย่างรวดเร็วอยากจะให้ขาดใจตายหรือไง  เพียงไม่นานร่างเล็กก็ปลดปล่อยออกมาเต็มฝ่ามือหนา กระเซ็นเลอะไปจนถึงหน้าท้องแกร่ง

เด็กน้อย ไปถึงก่อนแบบนี้ต้องถูกทำโทษรู้มั้ยหืม..แววตาเร่าร้อนที่อีกฝ่ายส่งมาให้กับการกระทำที่คนมองอย่างอูฮยอนรู้สึกเขินขึ้นมา  ซองกยูยกฝ่ามือที่เปรอะเปื้อนคราบคาวของร่างเล็กขึ้นมาก่อนจะส่งนิ้วเรียวสวยเข้าไปในโพรงปากดูดดึงที่ละนิ้วชิมความหวานจากร่างกายของอีกคน

ใบหน้าหวานขึ้นสีกับการกระทำตรงหน้า ก่อนจะตกใจมากขึ้นไปอีกเมื่อมือของตนถูกจับให้ไปว่างบนแกนกายขนาดใหญ่ของอีกคนที่ชูชันแสดงความต้องการอยู่ตอนนี้
      
       ขยับสิเด็กดี
ราวกับน้ำเสียงของอีกคนเป็นเวทมนต์สะกดให้อูฮยอนทำตามอย่างว่าง่าย มือเล็กขยับไปมาแผ่วเบาบนแกนกายอุ่น ก่อนจะเร่งความเร็วขึ้นไปอีก

ฮ่ะ..อ่ะดีแบบนั้นและ อูฮยอนอาเร็วอีกสิ

อ่ะ อา....ฮ่ะคิมซองกยูเอื้อมมือไปจับมือของเด็กน้อยที่ตอนนี้ทำหน้าสงสัยว่าเขาทำแบบนี้ทำไมในเมือ่ใกล้จะสุขสมอยู่แล้ว

แต่คนอายุมากกว่าก็ไม่ได้ปล่อยให้เด็กน้อยของเขาสงสัยอยู่นาน แขนแกร่งพลิกตัวอีกคนให้นอนอยู่ใต้ร่างก่อนจะประกบจูบเร่าร้อนลงไป มือข้างที่ว่างสอดหายเข้าไปใต้ขาเรียวก่อนจะใช้นิ้วชี้สอดเข้าไปในช่องลับสีหวานของอีกคน

อ้ะอื้ออเสียงประท้วงอื้ออึงในลำคอเพราะริมฝีปากถุกทาบทับด้วยริมฝีปากของผู้ชายร้ายกาจคนนี้ ซองกยูขยับนิ้วชี้ไปมาเพื่อปรับความคุ้นชินให้ร่างเล็กก่อนจะเพิ่มจำนวนนิ้วเข้าไปอีกสองนิ้วและกดแช่ไว้แบบนั้น  ยิ่งทำให้ความรู้สึกเสียวซ่านเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกมาก่อนจะกดจูบบนปากที่บวมช้ำเจ่อไปมาแรงๆด้วยความหมั่นเขี้ยวคนตรงหน้า  ตอนนี้แกนกายของเขาก็ปวดหนึบไม่แพ้กัน

คิมซองกยูพลิกร่างเล็กให้นอนคว่ำลงยกสะโพกมขึ้นสูงก่อนจะประคองแกนกายที่ปวดหนึบของตนเข้าไปใกล้ใช่ส่วนปลายที่แข็งขืนสะกิดแผ่วเบาที่ช่องทางเร้นลับก่อนจะค่อยๆกดสอดใส่เข้าไปทีละนิด

อ่ะ.ซะ..ซองกยูมันเจ็บ อื้อ..อ๊ะความรู้สึกเจ็บแปลบช่องทางด้านหลังราวกับร่างกายจะแตกออกเป็นเสี่ยง อูฮยอนขยับตัวหนีอีกคนไปด้านหน้าแต่มือหน้าก็ดึงตัวเขากลับไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว

อ๊าา ...เจ็บผลจากการที่เมื่อกี้ซองกยูดึงตัวอูฮยอนกลับมาทำให้แกนกายของเขาเข้าไปในตัวของร่างเล็กจนมิดด้าม คนอายุมากกว่าขยับไปมาเบาเพื่อให้อีกคนผ่อนคลาย

ก่อนที่จะเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆตามแรงอารมณ์ และเสียงร้องเพราะความเจ็บปวดก็กลายเป็นเสียงครางเพราะความสุขสมที่ได้รับจากผู้ชายร้ายกาจที่ชื่อซองกยู

มือหนาเอื้อมมาจับเอวคอดไว้ก่อนจะส่งแรงกระแทกอย่างหนักหน่วงเข้าไป แกนกายะที่กระทบกับจุดกระสันทำให้อูฮยอนกหลุดเสียงครางหวานออกมาอีกครั้ง

อีกครั้ง

และอีกครั้ง

อ๊ะ...ซองกยู ระ..เร็วอีกสิฮะ อ๊ะๆ เสียงหวานที่เร่งเร้าเรียกร้องเพียงแค่ชื่อของซองกยูราวกับเด็กน้อยที่เพิ่งจะหัดพูด และเค้าก็จะทำให้เด็กน้อยตรงหน้าพูดได้เพียงแค่คำว่าซองกยุ เท่านั้น

ฮ่ะ..อ่ะเด็กดี ร่างกายนายมัน..อ่า

อ๊ะ..ฮ่ะอ๊า..ซะซองกยู ร่างกายบางที่สั่นสะท้านเมื่อใกล้ถึงความสุขสม ซองกยุจึงเร่งสะโพกหนาส่งแรงกระแทกกายเข้าไปให้เร็วและลึกกว่าเดิมเพราะตอนนี้แกนกายของตนก็ปวดหนึบไม่แพ้กัน

มือหนาเอื้อมไปด้านหน้ากอบกุมส่วนอ่อนไหวของอีกคนก่อนจะชักรูดไปพร้อมกับแรงกระแทกแกนกายเข้าไปในช่องทางรักที่ตอดแน่นตุบๆจนแกนกายปวดหนึบ

ร่างเล็กครางไม่เป็นภาษาเมื่อถูกรุกล้ำทั้งสองทาง ความรู้สึกตีรวนไปหมดลำตัวโยนไปตามแรงกระแทกทางด้านหลัง และความรู้สึกวูบวาบสุขสมจากการปรนเปรอทางด้านหน้าทำเอาอูฮยอนแทบจะสำลักความสุขตาย

ซองกยูเร่งเร้าขึ้นไปอีกเมื่อเห็นเด็กน้อยใกล้จะถึงฝั่งฝัน

อ่า..อูฮยอนฮ่ะ..พร้อมกันนะ

อ๊ะๆ อ่า..อ่ะอ๊า
ฮั่ก..อ่ะอืมเด็กดี

อื้ออ..
อ่า
อ๊าาาา


ของเหลวขุ่นข้นสีขาวขุ่นที่ฉีดพ่นเข้าไปในร่างกายของร่างเล็กและ เปรอะเปื้อนที่นอนด้านหน้าก่อนที่อูฮยอนจะล้มฟุบลงไปกับเตียงด้วยความเหนื่อยอ่อน คิมซองกยูจัดการเช็ดตัวใส่เสื้อผ้าให้กับอีกคนก่อนจะจัดการกับตัวเองแล้วมาล้มตัวลงนอนข้างกัน


แขนแกร่งโอบกอดอีกคนให้เข้ามาแนบชิดกดจูบหน้าผากมนแผ่วเบาก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราตามคนตัวเล็กไป

ต่อให้ไม่ว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไงจะเกิดอะไรขึ้น เขาสัญญาว่าจะดูแลคนๆนี้ให้ดีที่สุดและยิ่งตอนนี้สถานะของคนตัวเล็กก็ยิ่งชัดเจน

แต่ในเมื่ออูฮยอนเปรียบเสมือนหัวใจของซองกยู

เค้าก็จะไม่ยอมให้หัวใจตัวเอง

เป็นอะไรไปเด็ดขาด...








Talk; สวัสดีค่ะ ตอนนี้มันมึนเหมือนตัวเรานี่แหละค่ะมีพล็อตเยอะเเยะไปหมดอยากทำนั่นทำนี่555 ​ขอภัยถ้าเอ็นซีเรามันกากกวงแต่ตอนนี้ก็ทำเอาเกือบตายเหมือนกันเขียนหลายวันมาก  หวังว่าจะชอบนะคะ><คอมเมนต์สักนิดก็ได้ว่าดีมั้ยกากมากมั้ย555 //เจอกันเลิฟเชนตอน4ค่ะ อันยองงง


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Playlist|minhwan|Lo Siento

R A B I D THE SERIES|SCENE 3 ll (END)

05|Taipei