LoveChain : GyuWoo II
-2-
“ผมตกลงซื้อสินค้าของคุณเหมือนเดิมคุณคิม”
“คุณเจิ้ง ทำไม..”
“แต่ผมมีข้อแม้” ชายชรายกยิ้มบางๆที่มุมปากก่อนจะปรายตาไปมองทางอูฮยอนด้วยแววตาชื่นชม
“นัมอูฮยอนจะต้องเป็นคนไปส่งอาวุธให้ทางเราด้วยตัวเอง”
คำพูดของผู้อาวุโสทำให้ท่านประธานสูงสุดแห่งคิมบีดีกรุ๊ปต้องหันไปมองร่างเล็กที่นั่งอยู่ข้างหลี่เจิ้งซานด้วยแววตาที่ไม่เข้าใจแต่เพียงครูเดียวแววตานั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความสงบนิ่งที่ไม่อาจคาดเดาได้ แต่ในตอนนี้คิมซองกยูก็ทำได้เพียงแค่ตอบตกลงเพราะทางเลือกของเเบล็คไดมอนด์คงจะเหลือไม่มากในการที่จะพยายามรักษาคู่ค้ารายสำคัญเอาไว้
“ตกลงครับ”
คิมซองกยูตัดใจที่เอ่ยออกไปพร้อมๆกับความหนักใจกับเรื่องที่จะเกิดต่อจากนี้ ทำไมเด็กคนนี้ถึงทำอะไรไม่ปรึกษากันสักนิดแถมยังเอาตัวเองไปพัวพันกับเรื่องแบบนี้อีก เพราะบางทีชีวิตของนัมอูฮยอนอาจจะไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิมก็ได้ แต่ทำไมเขาถึงต้องมารู้สึกแบบนี้ด้วยหล่ะ ทั้งอาการหงุดหงิด หนักใจและอดห่วงไม่ได้ที่คนตัวเล็กจะต้องไปทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงแบบนั้น ถึงตัวเขาเองจะมีลูกน้องมากมายที่คอยอารักขาแต่ก็นั่นแหละวงการมาเฟียกลวิธีสังหารมันไม่ธรรมดาแน่นอน และยิ่งเป็นนัมอูฮยอนคิมซองกยูก็ยิ่งห่วงไปใหญ่
“ไว้เจอกันที่เกาลูนนะคุณหนู” หลี่เจิ้งซานพูดยิ้มๆพร้อมกับหันมามองทางร่างเล็ก และอูฮยอนก็ส่งยิ้มไปให้พร้อมกับก้มศีรษะเล็กน้อย
“ครับคุณเจิ้ง” นัมอูฮยอนตอบหลี่เจิ้งซานก่อนที่มาเฟียอาวุโสจะเดินออกไปจากโต๊ะ ตอนนี้เหลือเพียงแค่อูฮยอนกับคิมซองกยูที่นั่งนิ่งสีหน้าเรียบเฉยที่อูฮยอนก็เดาไม่ถูกเหมือนกันว่าร่างสูงคิดอะไรอยู่ จะโกรธหรือเปล่าที่เค้าเข้าไปก้าวก่ายเรื่องสำคัญแบบนั้น แต่นัมอูฮยอนก็อดที่จะภูมิใจเล็กๆไม่ได้ที่ตนเองสามารถยื่นข้อเสนอทำให้หลี่เจิ้งซานตกลงได้
“พูดอะไร”เสียงห้าวดังขึ้นภายในรถยุโรปคันหรูที่เพิ่งออกมาจากเลี้ยงมุ่งหน้ากลับไปยังตึกคิมบีดีกรุ๊ป
“อะไร คุณหมายถึง...”ที่ถามออกไปเพราะอูฮยอนไม่มั่นใจในคำถามของคิมซองกยูแต่ถ้าจะให้เดาคงจะเป็นเรื่องข้อตกลงนั่นแน่ๆ ที่ทำให้มาเฟียหนุ่มทำบรรยากาศในรถเงียบมาเป็นเวลากว่า20นาทียอมเอ่ยปากพูดออกมา
“คุณพูดอะไรกับคุณเจิ้ง”
“ก็..”นัมอูฮยอนอึกๆอัก เพราะไม่รู้ว่าจะตอบออกไปยังไงดี
1ชั่วโมงก่อนหน้า
“เอ่อคุณเจิ้งฮะผมมีข้อเสนอ”
“ข้อเสนองั้นหรอ”ชายชราเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับถามหนุ่มน้อยที่นั่งตรงข้ามกัน แววตาเล็กๆดูซุกซนแต่บัดนี้กลับฉายแววจริงจังออกมาในแววตาคู่หวานนั้น คนตรงหน้านั่งตัวตรงดูเป็นงานเป็นการข้อเสนอของคุณหนูตรงหน้านี่จะมีอะไรทำให้ชายแก่ๆอย่างเจิ้งซานยอมรับได้หล่ะ อยากจะรู้จริงๆ
“ผมได้ยินว่าสินค้าของทางเรามีปัญหา” ข้อมูลที่พูดออกไปนัมอูฮยอนได้ยินจากที่ซองกยูคุยกับเจิ้งซานที่นี่นั่นแหละ ถ้าเข้าใจไม่ผิดประเด็นนัมอูฮยอนคิดว่าเรื่องแค่นี้ไม่ยากเกินความสามารถตนแน่ๆ “แต่ทำไมถึงกับต้องยกเลิกเลยล่ะครับ” คนอ่อนวัยกว่าถามออกไปยังผู้อาวุโสใบหน้าน่ารักบัดนี้กลับแสดงแววความสงสัยใคร่รู้อย่างที่เด็กคนนึงต้องการคำตอบจากผู้ใหญ่ และผู้ใหญ่อย่างเจิ้งซานเห็นแบบนี้แล้วก็อดเอ็นดูไม่ได้เสียด้วยสิ
“ฉันกับซองกยูเราค้าขายกันมานาน”มาเฟียอาวุโสกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง มือที่มีรอยเหี่ยวย่นตามกาลเวลาและร่องรอยการต่อสู้และการจับอาวุธสังหารยังคงหลงเหลือให้เห็น หยิบแก้วไวน์ทรงสูงขึ้นมาจิบ แล้วเอ่ยต่อ“แต่พักหลังๆสินค้าที่ส่งมาเรียกได้ว่าต่ำกว่ามาตรฐานของแบล็กไดมอนด์มาก และในเมื่อสินค้ามีปัญหาฉันจะสั่งมาทำอะไรได้ล่ะคุณหนู”
หลังจากฟังสิ่งที่เจิ้งซานกล่าวใบหน้าหวานครุ่นคิดตามคำพูดของผู้อาวุโสเรียวคิ้วสวยขมวดเข้าหากันอย่างคนที่กำลังใช้ความคิด ตอนนี้เค้ากำลังคิดตามสิ่งที่หลี่เจิ้งซานพูดว่าเพราะอะไรทำไมสินค้าถึงมีปัญหา เพราะจากที่ฟังจากพูดคุยนี้มาก็ดูเหมือนว่าตลอดเวลาหลายสิบปีที่แบล็คไดมอนด์ค้าขายกับ‘แก็งค์ชุนอวี้’ของเจิ้งซานทุกอย่างราบรื่นมาด้วยดีตลอด เพราะฉะนั้นเค้าคิดว่ามันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ
“แล้วทุกครั้งใครเป็นคนนำของไปส่งให้คุณเจิ้งหรอครับ”
“แรกๆซองกยูก็เป็นคนไปด้วยตัวเองแต่พักหลังเค้างานยุ่งฉันเลยให้ลูกน้องมารับบ้างแล้วก็..บางทีลูกน้องซองกยูก็เป็นคนไปส่งเอง เธอถามทำไม”
“ผมก็แค่อยากจะไปเรียนรู้งานกับเขาน่ะครับ เพราะต่อจากนี้ผมจะไปส่งของให้คุณด้วยตัวของผมเองถ้าคุณเจิ้งตกลงจะสั่งของจากทางเราต่อ ได้โปรดพิจารณาด้วยฮะ” เสียงของนัมอูฮยอนที่พูดออกมาแสดงความมุ่งมั่นอย่างฉายชัดและเค้าก็หวังว่าคนอาวุโสกว่าจะรับรู้มันได้และยอมรับของจากแบล็คไดมอน์อีกครั้ง
และอูฮยอนเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่ใครก็ใครจะต้องเป็นผู้อยู่เบื้องหลังแน่ๆและเค้าก็จะขอพิสูจน์ด้วยตัวเอง
หลังจากได้ฟังคำบอกเล่าจากร่างเล็กที่นั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถของเขาเล่าที่มาของพันธะสัญญาที่สุ่มเสี่ยงบ้าบอนั่น และไอคนที่ไปเสนอสัญญาและทำให้คนอื่นเค้ากังวลใจนี่สิกลับมายิ้มหน้าระรื่นลอยหน้าลอยตาอยู่ได้ น่าจับมาตีก้นชะมัด
“อูฮยอนคุณคิดอะไรอยู่กันแน่ มันอันตรายดูไม่ออกหรือไง”
“รู้สิว่าอันตราย...แต่ผมอยากจะช่วยคุณแค่นั้น”ใบหน้าหวานหันมาตอบมาเฟียหนุ่มข้างๆก่อนจะหันกลับไปสนใจกับวิวหน้ารถต่อ
“ซองกยู” เสียงหวานเอ่ยเรียกคนที่กำลังขับรถอยู่ให้สนใจเสียงเรียกของตน คิมซองกยูหันมามองอยู่วูบหนึ่งก่อนจะหันไปสนใจการขับรถต่อ เพราะสายตาแบบนั้นอาจจะทำให้เค้าไม่มีสมาธิขับต่อได้แน่ๆ
“หืม ว่าไง”ตอบอีกคนออกไปทั้งๆที่ดวงตายังคงมองถนนเบื้องหน้า
“คุณไม่คิดว่ามันแปลกหรอ”
“ยังไง...ที่คุณว่าแปลก”
“ก็อาจจะมีคนสับเปลี่ยนสินค้าไงล่ะ” คำพูดของร่างบาทำให้ท่านประธานสูงสุดของแบล็คไดมอนด์ต้องหันมามองหน้าเจ้าของคำพูดอีกครั้งก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ผมส่งลูกน้องไปสืบแล้วแต่ไม่มีอะไรแบบนั้น”
“...”
“ล้มเลิกซะผมจะโทรบอกคุณเจิ้งเอง”
“ไม่ เดี๋ยวก่อน” เสียงหวานเอ่ยห้ามคนข้างกายก่อนที่ซองกยูจะโทรหาหลี่เจิ้งซาน “อะไร”
“ให้ผมทำสักครั้งเถอะ รับรองว่าจะไม่ผิดพลาดและอย่างน้อยความน่าเชื่อถือของคุณจะได้กลับมาไง” ดวงตาหวานมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาที่ขอร้อง มือเล็กเอื้อมมาจับแขนของเค้าเบาๆพลางเขย่าไปมา และคิมซองกยูเป็นคนที่ทนลูกอ้อนอะไรแบบนี้ไม่ได้ซะด้วยสิ และยิ่งเป็นนัมอูฮยอนดูเหมือนหัวใจของท่านประธานใหญ่แห่งคิมบีดีกรุ๊ปจะอ่อนลงเร็วกว่าที่เคยเป็น
เมื่อเห็นว่าอีกคนยังเงียบอยู่นัมอูฮยอนคงต้องแอคแทคกันหน่อยแล้วล่ะ“นะๆๆๆซองกยูนะๆ”
“ก็ได้ๆ แต่ว่าวันนั้นผมจะไปกับคุณด้วยอูฮยอน”
“ซองยอล โทรตามโฮวอนให้ขึ้นมาประชุมบอร์ดแทนฉันด้วย”
“คุณซองกยูจะไปไหนครับ” เจ้านายของเค้ามีธุระอะไรสำคัญกว่าการประชุมบอร์ดบริหารหรือจะเรียกอีกอย่างว่าการประชุมกันของผู้นำที่ควบคุมพื้นที่ต่างๆระหว่างแก็งค์อย่างนั้นหรอ
“ไปเกาลูน”ตอบออกมาสั้นๆก่อนที่คำสั่งอีกคำสั่งจะออกจากปากผู้เป็นนายอีกครั้ง
“พรุ่งนี้เตรียมเครื่องบินให้ฉันด้วย”
“ครับคุณซองกยู” มือขวาหนุ่มรับคำก่อนจะเดินออกจากห้องผู้เป็นนายไป
ภายใต้ท้องฟ้าสีครึ้มมาเฟียเฒ่าหัวหน้าแก๊งค์ชุนอวี้ที่กำลังยืนรอมาเฟียรุ่นลูกและคนที่คิมซองกยูบอกว่าเป็นผู้ช่วยที่จะนำอาวุธมาส่งให้ด้วยตัวเองในวันนี้ สองมือที่ผ่านประสบการณ์มานับสี่สิบปีกุมไม้เท้าของตนที่ใช้พยุงกายให้ยืนอย่างมั่นคง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองไปยังผืนฟ้าที่ตอนนี้เกิดระลอกลมลูกใหญ่พัดเข้ามาจนลู่เฟยลูกน้องคนสนิทจ้องมานำตัวเจ้านายเข้าไปหลบในโกดัง
“ท่านครับเข้าไปรอข้างในดีกว่าเดี๋ยวผมจะพาคุณคิมเข้าไปหาท่านเองนะครับ” ชายหนุ่มผู้เป็นเสมือนมือขวาของเจิ้งซานกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ปิดบังความห่วงใยไว้ไม่มิด ดวงตาของชายชราทอดมองชายหนุ่มร่างโปร่งข้างกายที่ตนรักเหมือนลูกก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ
“แกนี่ฉันไม่เป็นอะไรมากหรอก”
“แต่ยังไงท่านก็ควรจะเข้าไปนะครับ” มือขวาหนุ่มยังไม่ลดละความพยายามที่จะคะยั้นคะยอให้เจ้านายของตนเข้าไปด้านใน
“เห้ออ ก็ได้ไอเด็กคนนี้นี่ตื้อจนยอมสินะ ฮ่าๆๆ” หลี่เจิ้งซานค่อยๆพยุงตัวเองเดินเข้าไปด้านในก่อนที่จะยื่นมือไปวางบนฝ่ามือของฉินฝูที่เข้ามารับช่วงต่อทันทีที่ลู่เฟยเรียก เจิ้งซานเข้าไปนั่งรอด้านในโดยที่ปล่อยให้งานของตนลู่เฟยเป็นคนจัดการ จะบอกว่าเขาไว้ใจลู่เฟยมากหรือไม่นั้นอาจจะตอบได้ว่ามากพอที่จะยกตำแหน่งหัวหน้าแกงค์คนต่อไปให้เลยล่ะ และการที่เขาไว้ใจลู่เฟยก็พอๆกับความไว้ใจที่มีให้ฉินฝูทั้งสองคนเปรียบเสมือนลูกชายในไส้และสองคนนี้ที่เจิ้งซานตั้งใจจะยกธุรกิจให้ดูแลต่อ
แรงลมจากยานพาหนะขนาดใหญ่บนท้องฟ้า เฮลิคอปเตอร์ลำใหญ่สีดำทะมึนเมื่อมองจากพื้นด้านล่างแรงจากใบพัดก่อให้เกิดกระแสลมที่รุนแรงก่อนที่มันจะสงบลงเมื่อลงจอดที่พื้นดินเรียบร้อยแล้ว
ชายหนุ่มร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำปล่อยชายกับกางเกงเข้ารูปสีดำทำให้ท่านประธานหนุ่มแห่งคิมบีดีกรุ๊ปดูแปลกตาไปจากทุกวันที่ใส่กางเกงแสล็กและเสื้อสูท เพราะชุดที่ใส่มาวันนี้ทำให้คิมซองกยูดูเด็กลงและเป็นเหมือนชายหนุ่มธรรมดาทั่วไปมากกว่าจะมองเป็นหนุ่มนักธุรกิจและหัวหน้าแก็งค์มาเฟีย และคนที่เดินตามซองกยูลงมาก็คือนัมอูฮยอนในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงสีขาว
“คุณเจิ้งล่ะ”ซองกยูถามชายหนุ่มที่มายืนรอรับพวกเขาทันทีที่เดินลงมา
“ท่านรออยู่ด้านในครับ”
“พร้อมมั้ยอูฮยอน อยากเปลี่ยนใจหรือเปล่า” ซองกยูหันมาถามร่างเล็กที่ยืนอยู่ข้างกายนัมอูฮยอนไม่เคยเจออะไรแบบนี้ เขาไม่แน่ใจว่าคนข้างๆเกิดอยากจะเปลี่ยนใจไม่ทำหรือเปล่าและถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆเขาก็จะไม่ว่าอะไรเพราะใจจริงซองกยูก็ไม่อยากให้อูฮยอนเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องผิดกฎหมายแบบนี้อยู่แล้ว แต่ดูเหมือนคำตอบที่ได้กลับมาทำให้ชายหนุ่มอดคิดไม่ได้ว่านัมอูฮยอนเป็นคนยังไงกันแน่ที่กล้าเอาตัวเองมาเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้
“ผมไม่เปลี่ยนใจแน่นอนฮะคุณซองกยู” ซองกยูถอนหายใจออกมากับความดื้อรั้นของร่างบาง พลางกระชับมือที่จับอูฮยอนไว้แน่นดูเหมือนว่ามันจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่พอจะทำได้ตอนนี้
ทั้งสองเดินเข้าไปภายในโกดังเก่าริมแม่น้ำแห่งหนึ่งในหว่านไจ๋มีลู่เฟยเดินนำหน้าทั้งสองคนเข้าไป ทันทีที่เดินเข้าไปด้านในกลิ่นสาปไม้และเหล็กเก่าๆที่ขึ้นสนิมวางเรียงรายระเกะระกะอยู่ภายในก็ส่งกลิ่นที่ชวนให้ท้องไส้ปั่นป่วนออกมาทักทาย แต่คิมซองกยูจะบอกว่าชินมั้ยเพราะเค้าไม่รู้สึกอะไรผิดกับคนตัวเล็กข้างกายที่ทำหน้าบูดปิดจมูกฟุดฟิดตั้งเดินเข้ามาไม่ถึง100เมตรด้วยซ้ำ ซองกยูล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงข้างซ้ายหยิบผ้าเช็ดหน้าสีย้ำเงินผืนเล็กออกมาพลางส่งให้อูฮยอน
“หือ ขอบคุณมากฮะ”คนตัวเล็กแสดงท่าทีตกใจออกมาเล็กน้อยที่อยู่ๆท่านประธานใหญ่แห่งคิมบีดีก็ยื่นผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กมาให้แต่ถึงยังงั้นอูฮยอนก็รับไว้พร้อมกบคำขอบคุณเบาๆที่ส่งไปให้ร่างสูง
“ไหวมั้ย” คำถามแสดงการห่วงใยถูกส่งมาอีกครั้งจากคิมซองกยู จนอูฮยอนเองก็อดสงสัยไม่ได้ว่ามันเป็นเพราะเค้ากำลังทำงานให้คิมซองกยูหรือเจ้าตัวเป็นห่วงเค้ากันแน่ แต่เหตุผลที่สองนั่นดูเหมือนว่าอูฮยอนจะต้องการคำตอบแบบนั้นมากที่สุด
เค้าต้องการความห่วงใยจากผู้ชายที่ชื่อคิมซองกยูอย่างงั้นหรอ แล้วความรู้สึกแปลกๆที่เกิดขึ้นกับผู้ชายที่เจอกันเพียงข้ามคืน อูฮยอนสะบัดหัวไล่ความคิดแปลกที่ทำให้ใจเต้นไม่ปกติออกไปก่อนที่ดวงตาคู่หวานจะทอดมองไปยังเส้นทางที่จะต้องเดินไปข้างหน้า ตอนนี้เค้าต้องมีสมาธิให้มากที่สุด
ห้องขนาดใหญ่สุดทางเดินดูเหมือนจะเป็นที่หมายสำหรับการส่งอาวุธครั้งนี้ หลินลู่เฟยเดินออกไปเปิดประตูเหล็กบานใหญ่สนิมเกรอะกรังออกกว้างเพื่อให้แขกคนสำคัญของนายเหนือหัวให้เดินเข้าไปด้านในที่มีเจ้านายของตนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว คิมซองกยูกระชับมือเล็กแน่นก่อนที่สองเท้าจะพาอูฮยอนก้าวข้ามผ่านประตูบานนี้เข้าไปด้านใน
สัมผัสแรกที่ร่างเล็กรู้สึกได้เมื่อเข้ามาในห้องแห่งนี้คือไม่มีกลิ่นชวนคลื่นเหียนออกมาทักทายเหมือนกับด้านนอก และการตกแต่งภายในที่ดูแตกต่างราวกับอยู่ในคฤหาสถ์หลังใหญ่ถ้าไม่ใช่มองจากภายนนอกแล้วเป็นโกดังเก่าๆที่ไม่น่าจะมีใครกล้าเข้ามาใช้งาน หลี่เจิ้งซานนั่งอยู่บนโซฟาสีน้ำตาลตัวยาวพลางส่งยิ้มที่อูฮยอนคิดว่าเป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นราวกับคุณตาทอดมองหลานชายยังไงยังงั้นส่งมาให้และคงเป็นเพระดวงตาคู่นี้แหละมั้งที่ทำให้เขากล้าที่จะยื่นข้อเสนอแบบนั้นออกไป
“สวัสดีครับคุณเจิ้ง” เป็นคิมซองกยูที่เอ่ยปากทักทายผู้อาวุโสออกไปพร้อมกับก้มศรีษะทักทายเจ้าของชื่อ
“สวัสดีฮะ” นัมอูฮยอนก้มศรีษะเล็กน้อยก่อนจะส่งรอยยิ้มสดใสไปให้ชายชราที่นั่งอยู่ด้านหน้า และได้รับรอยยิ้มตอบกลับมาเช่นกัน
“สวัสดีซองกยู สวัสดีคุณหนู..เชิญนั่งก่อนสิ” ถึงแม้อายุจะล่วงเลยเข้าเลขหกไปแล้วแต่สายตาของเจิ้งซานที่ในสมัยเป็นมาเฟียวัยรุ่นเลือดร้อนจะคมกริบดั่งสายตาของเหยี่ยวเพียงใดและตอนนี้มันก็ยังใช้การได้ดีอยู่ มาเฟียอาวุโสสังเกตุมือของมาเฟียรุ่นหลานอย่างคิมซองกยูที่จับมือของหนุ่มน้อยข้างกายไม่ยอมปล่อยตั้งแต่เดินเข้ามาจนกระทั่งนั่งลงบนโซฟา เค้าค้าขายกับซองกยูมานานและภาพแบบนี้ยอมรับมาเป็นครั้งแรกที่เคยเห็นจริงๆ ควากังวลใจเล็กน้อยที่ผุดขึ้นมาในความคิดของเจิ้งซาน ในวงการแบบนี้คนรักของเราจะเป็นจุดอ่อนสำคัญให้ศัตรูเอามาเล่นงานได้มาเฟียเฒ่าอยากจะเตือนซองกยูด้วยตนเองด้วยประสบการณ์ของเค้าเอง
“คุณเจิ้งตรวจสอบสินค้าทั้งหมดแล้วใช่มั้ยฮะ” นัมอูฮยอนถามหลี่เจิ้งซานออกไปหลังจากที่พวกเขาคุยตกลงซื้อขายกันเรียบร้อยแล้ว นัมอูฮยอนส่งสินค้าให้เจิ้งซานพร้อมกับรับกระเป๋าเป้ใบใหญ่สีดำมาไว้ในมือและตรวจเช็คเงินสดที่อยู่ภายในจนครบจำนวน
“ครบเรียบร้อยและสินค้าก็ไม่มีปัญหา ครั้งหน้าฉันคงต้องขอให้คุณหนูอูฮยอนมาส่งของให้อีกแล้วสิ ซองกยูนายว่ายังไง”คนถูกถามได้แต่ทำหน้านิ่งคิดไม่ตกว่าจะตอบออกไปยังไง แค่ครั้งนี้มันก็มากเกินพอสำหรับที่จะให้คนตัวเล็กมาเสี่ยงทำอะไรแบบนี้ แต่ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะมัวลังเลกับคำตอบมากเกินไปทำให้ผู้ที่เป็นประเด็นในการสนทนาชิงพูดขึ้นมาก่อน และคำพูดแบบนั้นก็ทำเอาซองกยูอยากจะกักขังอูฮยอนเอาไว้ให้เป็นเหมือนนกน้อยในกรงทอง ที่มีซองกยูเป็นเจ้าของ
“ยินดีฮะคุณเจิ้ง” คนตอบยิ้มกว้างไปให้หลี่เจิ้งซานโดยที่ไม่ทันสังเกตแววตาของซองกยูสักนิด ท่านประธานใหญ่แห่งคิมบีดีกรุ๊ปที่ตอนนี้ไม่ว่ายังไงก็ก็ปิดแววตาที่แสดงความเป็นห่วงออกมาไม่มิด
และคนที่สังเกตได้อย่างเจิ้งซานก็อดจะยิ้มออกมาไม่ได้
“ฮ่าๆฉันดีใจนะหนูน้อยที่เธอตอบแบบนั้น แต่ฉันว่าถามคนข้างๆเธอก่อนดีกว่าดีกว่าว่าเขาจะอนุญาตหรือเปล่า” คนที่ถูกพาดพิงในบทสนทนาปรับสีหน้าให้เป็นปกติแทบจะไม่ทันเมื่ออูยอนหันหน้ามาทางเขาพร้อมกับส่งแววตาออดอ้อนออกมา พลางเขย่าแขนของเขาไปมา
“ซองกยู”น้ำเสียงที่ติดสำเนียงออดอ้อนถูกส่งออกมาพร้อมกับเจ้าของเสียงที่ทำตาปริบๆใส่เขาจนต้องเบือนหน้าหนีไม่ใช่ว่าเค้าไม่ชอบแต่เป็นเพราะถ้าเกิดมองนานกว่านี้กลัวว่าตัวเองจะทนไม่ไหวกับคนตรงหน้านี้เอาซะก่อน
“นัมอูฮยอนจะมาส่งสินค้าให้คุณเจิ้งได้ ก็ต่อเมื่อผมว่างครับ ขอตัวก่อนนะครับ”
คำตอบที่ถูกส่งออกมาก่อนที่ผู้พูดจะเดินออกไป และคำตอบนั้นก็ทำให้เจิ้งซานอดจะยิ้มออกมาไม่ได้
“นัมอูฮยอนจะมาส่งสินค้าให้คุณเจิ้งได้ ก็ต่อเมื่อผมว่างครับ”
มันย่อมหมายความว่าถ้าเมื่อไรที่อูฮยอนมาส่งอาวุธให้เขาก็จะมีซองกยูตามมาด้วยทุกครั้ง
talk;สวัสดีค่ะและไม่มีอะไรจะพูดนอกจากคำว่าขอโทษที่หายไปนาน ต่อไปนี้จะไม่ดองค่ะสัญญาเนื่องจากจบม.6แล้ว(เย้ๆๆๆ) แะมีที่เรียนแล้วววว(ปรบมืออ) จะมาอัพให้ปล่อยกว่าเดิมค่ะ ช่วยติดแท็กได้น๊าาาที่ #osanything หรือไม่ก็คอมเมนต์ด้านล่างได้เลยย ตามไปด่าได้ที่@anythingelf ฟอลมาฟอลกลับค่ะ(เพราะไม่ใช่แอคหลัก)555 อ้อและอีกเรื่องค่ะไม่แน่ใจว่าในอีกสองตอนเอ็นซีจะอยู่ในตอนไหนแต่ให้ตามไปอ่านได้ที่ anythingelf.weebly.com/ นะคะในนี้จะลงฟิคบางเรื่องที่ลงในเด็กดีไม่ได้ด้วย ฝากบล็อกของเราด้วยนะคะ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น