LoveChain 11
-11-
“ไม่คิดว่าจะเจอกันที่นี่นะคุณลูกเลี้ยง"
“แก...ลีแทซอง"
น้ำเสียงแผ่วเบาที่เปล่งออกมากับแววตาที่ตกใจไม่แพ้กันในเมื่อนัมอูฮยอนไม่คิดว่าชาตินี้เขาจะมีวันได้พบได้เจอกับผู้ชายคนนี้อีก
แต่นี่กลับเป็นเรื่องที่ไม่คาดฝันเสียจริงๆเมื่อลี
แทซองมายืนอยู่ต่อหน้าในตอนนี้
ถ้าผู้ชายสารเลวคนนี้ที่ยืนอยู่ต่อหน้าเขาตอนนี้แล้วแม่ของเขาล่ะ
แม่ของอูฮยอนที่เป็นคนรักของผู้ชายคนนี้ แม่ที่เขาจากมา1ปี
“ทำไมแก..แกถึงมาอยู่ที่นี่” น้ำเสียงที่เจ้าตัวพยายามควบคุมไม่ให้สั่นไหวยามที่จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับคนที่ได้ชื่อว่า
‘พ่อเลี้ยง’ แต่ชายคนนั้นกลับทำเพียงแสยะยิ้มออกมา
รอยยิ้มที่น่าเกลียดที่สุดในโลกพอๆกับการกระทำของผู้ชายต่ำทรามคนนี้
ที่อูฮยอนไม่มีวันลืมได้ลงพอๆกับคำพูดของคนเป็นแม่ในวันนั้น
“ฉันก็มาทำงานของฉันน่ะสิ
แต่ดูท่าวันนี้งานของฉันจะสนุกขึ้นเป็นสิบเท่าเลยล่ะว่ามั้ยอูฮยอนลูกรัก” อูฮยอนพยายามเบี่ยงตัวหลบสัมผัสที่น่ารังเกียจจากมือคู่นั้น ยามที่ลีแทซองคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อเลี้ยงพยามจะแตะต้องร่างกายบางที่ตอนนี้สั่นระริก
แต่ถึงจะหลบจากสัมผัสที่น่ารังเกียจนั้นได้แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็หลบจากสายตาโลมเลียที่มองมาอย่างหื่นกระหายคู่นั้นไม่ได้
ผู้ชายร่างท้วมที่มาด้วยกันกับลีแทซองเข้าประชิดตัวลีซองจงก่อนจะแย่งปืนพกกระบอกเล็กไปและจับพวกเขาสองคนมัดมือพร้อมกับปิดปากเอาไว้ก่อนจะถูกมัดติดกับต้นไม้อีกที
บรรยากาศที่เงียบสงัดกับลมแรงๆที่โกรกเข้ามายิ่งทำให้ร่างกายที่สั่นไหวเพราะความกลัวที่ครอบงำดูเหมือนจะยิ่งสั่นไปกว่าเดิม
แต่ตอนนี้น้ำตาสักหยดอูฮยอนก็คิดว่ามันไม่สมควรจะไหลออกมา
เพราะถ้าเมื่อไหร่น้ำตาไหลออกมาสติของเขาก็จะขาดผึงไปด้วย
เพียงไม่นานผู้ชายร่างท้วมที่หายตัวไปพักใหญ่ก็เข้ามาพร้อมกับเรือลำนั้นที่มาจอดเทียบท่าชิดริมฝั่งที่พวกเขาโดนจับมัดอยู่
“จะเอายังไงดีวะจะฆ่าหรือจะเอาไปด้วย” คำถามที่ต้องการคำตอบของเพื่อนร่วมงานชาวญี่ปุ่นดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศสงบเงียบ
ลีแทซองมองมายังเหยื่อตัวน้อยๆของเขาหลังจากฟังประโยคภาษาญี่ปุ่นของชายร่างท้วมจบ มือหยาบกร้านเชยคางมนให้เงยหน้าขึ้นมา
แววตาเย่อยิ่งที่นัมอูฮยอนยังคงฉายมันออกมาในยามนี้ที่แม้ตัวเองกำลังตกอยู่ในสถานะที่ไม่ใช่จะมาทำตัวถือดีได้
แต่ลูกเลี้ยงของเขากลับทำมันได้ดีเยี่ยม
และถ้าในเมื่อเกือบปีก่อนลีแทซองปรารถนาในตัวเด็กหนุ่มตรงหน้านี้ยังไง
ตอนนี้ความรู้สึกนั้นมันก็ยังคงอยู่และด้วยเหตุนี้เองยิ่งทำให้การตัดสินใจครั้งนี้ง่ายดายยิ่งขึ้น
โดยที่เขาคิดว่าไม่จำเป็นที่จะต้องโทรหา ‘นายใหญ่’ ด้วยซ้ำ
“ฆ่า..”
“ได้ยินว่าคุณคิมซื้อเกาะฝั่งชิโกกุตอนนี้ก่อสร้างไปถึงไหนแล้วครับ”
คำถามตามมารยาทของการรักษาบทสนทนาบนโต๊ะเสียมากกว่าจะมาจากความใคร่อยากจะรู้จริงๆของคนถามคำถามนั้น
คิมซองกยูวางแก้วทรงสูงในมือลงก่อนจะหันไปตอบซาโต้ มิคิโอะที่นั่งอยู่อีกฝั่ง
“ใกล้เสร็จแล้วล่ะครับ”
เป็นการตอบคำถามที่กระชับและให้อีกฝ่ายรู้ข้อมูลของเราน้อยที่สุดแต่ก็ถือว่าไม่ได้เสียมารยาทจนเกินไป
ตอนนี้บรรยากาศในงานไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการนั่งจิบไวน์และปล่อยเวลาให้ผ่านไปเรื่อยๆอย่างไร้ประโยชน์ในงานเลี้ยงที่หาความสำคัญอะไรไม่ได้แบบนี้
แต่ทว่านี่ก็นับว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่สิ่งที่พอจะทำได้ในงานสวมหน้ากากเข้าหากันแบบนี้ คิมซองกยูมองไปรอบๆอย่างเบื่อหน่ายเพราะไม่มีอะไรทำคุณลุงทาเคตะก็ไปคุยกับนักธุรกิจรุ่นราวคราวเดียวกันที่อีกด้าน
ส่วนเขาที่คิดว่าจะหันไปหาเพื่อนเพียงคนเดียวในที่นี้อย่างอีโฮวอน
แต่เมื่อหันไปซองกยูก็คิดได้ว่าตัวเองคิดผิดอย่างมหันต์เมื่อมือซ้ายคนสนิทของเขากำลังเล่นสงครามประสาทกับทาเคตะมยองซูซึ่งนั่งอยู่ถัดไป
เมื่อไหร่จะเลิกฟอร์มกันสักที
ชายชุดดำคนหนึ่งเดินเข้ามาทางโต๊ะวีไอพีพลางก้มลงกระซิบอะไรบางอย่างกับเจ้าของงานเพียงคนเดียวที่นั่งอยู่ในโต๊ะ
ซองกยูพยายามทำเป็นสนใจเครื่องดื่มตรงหน้ามากกว่าที่จะจ้องมองให้กลายเป็นคนเสียมารยาท
“มีอะไร” ซาโต้เอ่ยถามกับลูกน้องที่เพิ่งจะเดินเข้ามาก่อนที่จะได้รับข้อความบางอย่างที่ทำให้เจ้าของงานในวันนี้ถึงกับต้องทิ้งงานเลี้ยงของตนเองไว้เบื้องหลังและออกจากงานไปทันที
โดยที่ไม่มีใครจับสังเกตได้นอกจากคนที่ทำเป็นไม่สนใจแต่ที่จริงแล้วถึงแม้เขาจะไม่ได้มองอีกฝ่ายอย่างเต็มตาแต่
ซาโต้ มิคิโอะ ก็ถูกหางตาของ คิมซองกยู
จับจ้องอยู่ตลอด
สองเท้าที่ก้าวเดินไปอย่างรวดเร็วจนอยู่ในระดับที่เรียกว่ากึ่งเดินกึ่งวิ่ง
เสียงของพื้นรองเท้าหนังสีดำแบรนด์หรูที่กระทบกับพื้นหินอ่อนในทางเดินของห้องโถงขนาดใหญ่ในเกาะส่วนตัวดังกึกก้องไปทั่วเมื่อตอนนี้ด้านนอกไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นใดอยู่เลยสักนิด
เว้นก็แต่เจ้าของงานที่กำลังรีบเดินไปที่เรือลำใหญ่ของตนด้านหลังเกาะพร้อมกับลูกน้องอีกราวห้าคน
เขาต้องรีบไปจัดการด้วยตนเอง งานนี้ซาโต้
มิคิโอะจะไม่ยอมให้เกิดความผิดพลาดเด็ดขาด
“ไปทางตะวันออกของซูตะ”
เรื่อลำใหญ่แล่นฉิวออกไปจากฝั่งอย่างรวดเร็วโดยที่เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาของนายเหนือหัวแห่งแบล็กไดมอนด์
“หมอนั่นทำไมถึงทิ้งงานตัวเองไปกลางคันแบบนั้น” และถ้าจะให้เดาป่านนี้ภายในงานก็คงเป็นคนสนิทสักคนที่ขึ้นไปรับหน้าแทนเจ้าของงานที่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในพื้นที่จัดงานแต่กำลังมุ่งหน้าไปที่ไหนสักแห่ง
แต่ที่แน่ๆมันเป็นทิศที่เกาะของเขาตั้งอยู่
ติ๊ด!! ๆๆ
เสียงสัญญาณมือถือดังขึ้น
ที่หน้าจอโชว์หราเบอร์ของมือขวาคนสนิท ‘อี ซองยอล’
“มีอะไร”
ติ๊ด!
เสียงกดตัดสายดังขึ้นทันทีในยามที่มือขวาคนสนิทของคิมซองกยูโทรไปรายงานเจ้านายของตนแล้ว
สายตาแหลมคมพยายามมองฝ่าเข้าไปในความมืดมิดที่แทบจะมองอะไรไม่เห็นแม้สักนิด
และต้นไม้ที่นี่ก็หนาและทึบเกินไปที่แสงจันทร์ในคืนเดือนหงายแบบนี้จะสาดส่องลงมาถึง แต่ทว่าแสงวูบวาบคล้ายกับแสงไฟหรืออะไรสักอย่างที่สาดส่องมาจากทางทิศตะวันออกของเกาะก็ทำให้อีซองยอลรีบวิ่งตามแสงนั้นไปทันที
ในใจได้แต่ภาวนาว่าจะเป็นสองคนนั้นที่เขากำลังตามหา
และเสียงปืนนั้นก็ขอให้เป็นแค่เสียงปืนที่ซองจงทำลั่นแค่นั้น
ขออย่าให้มีอะไรมากไปกว่านั้น
“จะเอายังไงดีวะจะฆ่าหรือจะเอาไปด้วย”
“ฆ่า..ไปก็เสียของ มันทำสินค้าตัวเอ้ของเราหลุดไปเราก็เอามันไปแทนสิวะ”
ลีแทซองเอ่ยตอบพื่อนร่างท้วมถึงเหตุผลที่เขาไม่ต้องการจะฆ่าหนุ่มน้อยจอมจุ้นสองคนที่ทำเอางานของเขาเสียเรื่องจนได้
แต่มากกว่าการฆ่าเพื่อความสะใจมันยังมีอะไรให้เล่นสนุกๆได้มากกว่านั้นอีกเยอะ
“เออ เอาแบบนั้นก็ดีเหมือนกันเดี๋ยวจะโดนด่าได้ว่าของไม่ครบ”
“ใช่ แต่ฉันว่าเราต้องได้ทิปเยอะแน่ๆเลยว่ะ
เพราะสินค้าใหม่มันสดกว่าของเก่าเยอะ” รอยยิ้มร้ายๆที่อูฮยอนเกลียดที่สุดและไม่ปรารถนาจะได้เห็นตอนนี้เขากลับได้รับมันจากคนที่อยู่ตรงหน้าที่มองมาด้วยสายตาที่น่ารังเกียจ
ลีแทซองมองชื่นชมหนุ่มน้อยสองคนที่ตนเพิ่งจะเรียกว่าเป็น
‘สินค้าใหม่’ อย่างหื่นกระหาย
และคำว่าสินค้าใหม่ที่อูฮยอนและซองจงเพิ่งจะได้รับไปนั้นมันก็ย่อมหมายถึงว่า
สินค้าใหม่จะต้องถูกตรวจสอบก่อนจะส่งไปไม่ใช่หรือ
แค่คิดว่าจะได้สำรวจสินค้าตรงหน้าทุกซอกทุกมุมลีแทซองก็ไม่คิดว่าจะมีอะไรดีๆมากไปกว่านี้แล้ว
“เร็วกว่านี้อีก”
เสียงแหบห้าวที่ตะโกนฝ่าออกไปยังคนที่ทำหน้าที่เป็นคนขับอยู่ทางด้านหลัง
ตอนนี้ซองกยูอยู่ทางด้านหน้าเรือแต่ถึงอย่างนั้นภายในใจตอนนี้ของเขามันร้อนรุ่มมากเสียจนถ้าหากว่าตัวของเขา
ร่างกายของเขายังอยู่ตรงนี้
แต่จิตใจของซองกยูป่านนี้มันคงลอยไปที่เกาะเรียบร้อยแล้วตั้งแต่รับสายมือขวาคนสนิทในตอนนั้น
เพราะเขาไม่อยากจะช้าไปแม้สักวินาที
คลื่นขนาดใหญ่ซัดออกตามแรงทะยานตัวของเรือขนาดกลางที่เร่งความเร็วพุ่งทะยานไปบนผืนน้ำในเวลากลางคืนที่เงียบสงัดอย่างงี้
หยดน้ำเล็กๆกระเซ็นขึ้นมาจนเปียกไปทั่วขาและลำแขนแกร่งที่ถือเบเร็ตต้าคู่ใจไว้ข้างหนึ่ง
ถึงแม้อากาศยามนี้จะหนาวเย็นมากบวกกับน้ำที่เปียกร่างกายยิ่งเพิ่มความหนาวเย็นเข้าไปอีกเท่าตัว
แต่ดูเหมือนว่าคนที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวตอนนี้จะไม่รับรู้อะไรทั้งนั้นกับความหนาวที่เทียบไม่ได้กับเศษเสี้ยวความร้อนภายในใจ
อีโฮวอนลุกขึ้นพลางเดินมาแตะบ่าเจ้านายและเพื่อนรักของตนเบาๆอย่างให้กำลังใจ
ก่อนหน้านี้เขาบอกเหตุการณ์ทั้งหมดกับท่านประธานของทาเคตะแล้วเรียบร้อยก่อนจะออกมา
โฮวอนส่งเรือส่วนตัวของแบล็กไดมอนด์ตามไปคุ้มกันสองพ่อลุกระหว่างขากลับไปยังโยโกฮาม่าด้วยเพื่อความปลอดภัย
“ทุกอย่างจะโอเค”
“…”
“แกต้องตั้งสติ แล้วอูฮยอนจะไม่เป็นอะไร”
ใบหน้าคมก้มต่ำลงสายตาจรดรวมอยู่ที่พื้นเรือ
ซองกยูพยายามรวบรวมสมาธิเพื่อที่ตนเองจะได้กลับมามีสติครบทุกอย่างเขากำลังทำตามที่โฮวอนมันบอกเขาต้องมีสติแล้วทุกอย่างจะโอเค
แรงตบเบาๆสองครั้งสุดท้ายก่อนที่เพื่อนรักร่างหนาจะเดินไปอีกทาง
อีโฮวอนเดินไปนั่งที่ข้างๆคนขับเรือ
ใบหน้าภายใต้หมวกแก๊ปสีดำสนิทกับผ้าปิดปาอีกหนึ่งอันสะดุดสายตาอยู่ไม่น้อย
และดูเหมือนว่าเจ้าคนขับเรือลำนี้จะรู้ตัวถึงได้เอาแต่ก้มหน้างุดหรือพยายามหลบสายตาเขาอยู่แบบนั้น
ทำตัวแปลกๆอย่างไม่ต้องสงสัย
และอีโฮวอนก็ยิ่งแปลกใจเข้าไปอีกเมื่อนั่งลงจนสังเกตได้ใกล้ๆว่าผู้ชายคนที่ขับเรือให้เขากับคิมซองกยูนั้นสวมสูท
ดูไม่ผิดแน่ผู้ชายคนนี้ใส่สูทมาตรฐานเป๊ะๆราวกับเพิ่งจะไปงานที่ไหนมา และคนขับเรือที่ไหนกันจะใส่สูทเต็มยศขนาดนี้
จะเป็นลูกน้องของแบล็กไดมอนด์ก็ไม่ใช่เพราะเขาส่งไปคุ้มกันทาเคตะหมดแล้ว
และเรือที่เขาจ้างมาเป็นของชาวบ้านธรรมดาคนนึงเท่านั้น
มือขวาเข้าแตะที่ขอบกางเกงด้านหลังอย่างที่เคยทำเป็นประจำตามสัญชาติญาณ
พลางมืออีกข้างก็วกอ้อมไปทางด้านหลังชายชุดดำเพื่อที่จะปัดหมวกออกไป
‘อ่ะ!’ ภายในพริบตาหมวกสีดำก็ลอยละลิ่วตกไปยังด้านหลังเรียบร้อย
คนที่ถูกปัดหมวกออกโดยไม่ทันตั้งตัวดูท่าจะตกใจอยู่ไม่น้อยเจ้าตัวถึงหันมาทางโฮวอนที่นั่งอยู่
และเพียงแค่ชั่วครู่ที่คนๆนั้นหันมาดวงตากลมโตที่คุ้นเคยก็กระทบเข้ามาในโสตประสาทการมองเห็นของมือซ้ายหนุ่มอีกครั้งหนึ่ง
เขาจำไม่ผิดแน่
และไม่มีทางจำผิด
มือซ้ายหนุ่มเขยิบเข้าไปใกล้
พลางชายชุดดำก็เขยิบออกไปอีกทางทำแบบนั้นอยู่เรื่อยๆจนไม่มีที่จะให้ขยับหนีไปไหนได้อีก
มือหนาค่อยๆเอื้อมมาปลดแมสที่ปิดปากของอีกฝ่ายออกช้าๆ
พร้อมๆกับที่เจ้าของเรือนร่างบอบบางที่คุ้นเคยของอีโฮวอนหลับตาลงเสียสนิทเพราะกลัวว่าจะถูกจับได้
เป็นนายจริงๆด้วย
มยองซู
“ทำไมไม่กลับไปกับพ่อ” เสียงห้าวเอ่ยถามทันทีที่เห็นใบหน้าของคนตรงหน้าชัดเจน
แสบนักนะ
“ก็อยากมาช่วย”
“…”
“ไม่ได้หรือไง” มันเป็นความผิดของเขาเองแหละที่แอบปลอมตัวมาเป็นคนขับเรือของสองคนนี้ แต่เพราะเป็นห่วงใครบาคนแถวนี้ไม่ใช่หรือไงเล่า
“อันตราย.....ไม่รู้หรอ” โฮวอนถามกลับไปอย่างอ่อนใจ
“รู้สิ” มยองซูตอบกลับโดยที่สายตายังคงไม่ละไปจากท้องทะเลตรงหน้า
ก่อนจะหันมาสบตากับคนข้างๆอีกครั้ง
“แต่เพราะมีพี่อยู่ ผมก็ไม่กลัวอะไรอีกแล้วไง”
‘ปั่ก!’
เสียงวัตถุอะไรบางอย่างที่ตกกระทบลงกับพื้น
ก่อนที่ไฟทุกดวงในห้องจะสว่างขึ้นทำให้มองออกว่ามันคือกล่องปฐมพยาบาล
ลีซองจงรีบคว้ามันมาไว้กับตัวก่อนจะเปิดออกมา โชคดีที่ภายในกล่องมีอุปกรณ์ทำแผลครบชุดรวมไปถึงอุปกรณ์ที่เขาคิดว่าจะหาไม่ได้จากเรือลำนี้อีกแล้ว
อย่างเช่น
อุปกรณ์ผ่าตัด
แต่เราจะผ่ากลางแจ้งแบบนี้หรอ
“รีบๆจัดการซะก่อนที่ลูกสุดที่รักของฉันจะตายไปซะก่อน” เสียงแหบห้าวดังมาจากทางด้านหลังพร้อมกับการปรากฏตัวของชายร่างผอมหนึ่งในแกงค์ค้ามนุษย์พวกนี้
“แกต้องการอะไร ปล่อยเราไปเถอะ”
“จุ๊ๆ หนุ่มน้อยอย่าต่อรองให้เปลืองแรงเลยน่า..รีบๆจัดการเร็วสิก่อนที่เด็กนี่จะเลือดหมดตัว
อุตส่าห์หามาให้ตามที่ขอก็อย่าให้เสียของ” พูดแค่นั้นชายร่างผอมที่เขาเคยได้ยินอูฮยอนเรียกว่า
‘ลีแทซอง’ก็เดินออกไป
มือบางกวาดหายาชาหรือยาสลบในกล่องปฐมพยาบาลก่อนที่จะผ่าตัดให้กับนัมอูฮยอนที่ตอนนี้เสียเลือดไปมากจนเกือบไม่ได้สติ
“ทนหน่อยนะฮะ” พูดจบพร้อมๆกับมีดผ่าตัดที่จรดลงกับผิวเนื้อสีน้ำนมก่อนจะค่อยๆกรีดไปตามแนว
ของเหลวสีแดงสดที่ไหลออกมาจากปากแผลถูกซับด้วยสำลีสีขาวสะอาดอีกที
อูฮยอนเหงื่อแตกพลั่กพลางกัดริมฝีปากล่างเพื่อระงับเสียงร้องเอาไว้
และทนกับความเจ็บปวดของบาดแผลในครั้งนี้
“เอาคนมาเพิ่มอีกค้นหาทางน้ำ บนบก หรือบนฟ้าทำทุกวิถีทางหาอูฮยอนให้เจอ”
เสียงประกาศกร้าวไปทั่วเรือลำใหญ่ของแบล็กไดมอนด์ดังขึ้นทันทีที่นายเหนือหัวก้าวเท้าขึ้นมาเหยียบลำเรือแห่งนี้
กล้องส่องทางไกลในมือลูกน้องถูกแย่งไปจากมือด้วยฝีมือของผู้เป็นนาย
ดวงตาคมทอดมองผ่านเลนส์กล้องไปทั่วทุกทิศทางแต่ก็ไม่พบวี่แววอะไร
“นายคลาดกับเรือลำนั้นนานแค่ไหน” เมื่อมองไม่เห็นวี่แววของเรือลำนั้นตามที่ได้รับรายงาน
เขาจึงหันไปสอบถามกับมือขวาคนสนิทอย่างอีซองยอลที่เป็นคนโทรรายงานเรื่องนี้กับเขาด้วยตนเอง
“ราวๆ5นาทีครับ”
กล้องในมือถูกเหวี่ยงใส่ลูกน้องที่ยืนอยู่ไม่ห่างกันนักด้วยแรงอารมณ์
ห้านาทีที่อูฮยอนคลาดสายตา
ห้านาที....ที่พวกมันจะทำอะไรกับอูฮยอนก็ได้
ห้านาที....ที่ไม่รู้ว่าอีกคนจะเป็นยังไง
มากกว่าจะมานั่งตีโพยตีพายคิมซองกยูเดินไปนั่งอยู่มุมหนึ่งของเรือจมอยู่กับความคิดของตนเอง
“ซองกยูเรือที่จอดอยู่ท้ายเกาะเล็กนั่นของเราหรอ”
“เกาะฝั่งนู้นไง”
ราวกับภาพเหตุการณ์ทุกอย่างในอดีตที่ไหลย้อนกลับมาในสมองอันว่างเปล่าราวกับกรอเทปม้วนเดิมจนตอนนี้แทบจะไม่มีที่ว่าง
เมื่อยิ่งคิดถึงเรื่องเรือลำนั้นก็ยิ่งพาลให้สงสัย
“เรือ?”
นายเหนือหัวแห่งแบล็กไดมอนด์บ่นพึมพำกับตัวเอง
พลางสั่นศีรษะไปมาแต่เพียงแค่วูบเดียวภาพเหตุการณ์ในงานเลี้ยงก็ผุดขึ้นมาในหัว
ภาพที่ซาโต้รีบหุนหันออกจากงานเลี้ยงไปบวกกับข้อมูลที่เคยได้รับรายงานมาก่อนหน้านี้ว่าเคยเห็นคนของมิคิโอะเข้ามาป้วนเปี้ยนแถวๆซูตะเมื่อไม่นานมานี้
“ซาโต้” เหมือนกับปลดล็อกความคิดที่ยุ่งเหยิงจนเข้าที่เข้าทาง
ซองกยูตะโกนเรียกมือซ้ายของตนเองดังลั่นจนลูกน้องรอบข้างหันมามอง
เพียงไม่นานชายหนุ่มร่างหนาก็วิ่งออกมาจากทางด้านหลังเรือพร้อมกับคุณหนูตระกูลทาเคตะทีตามมาติดๆ
“มีอะไร” อีโฮวอนเอ่ยถามชายหนุ่มร่างสูงที่เรียกตนมา
ซองกยูหันหลังกลับมา
“เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับมิคิโอะ”
“มิคิโอะ?”
“ใช่ ให้คนของเราตรวจสอบดูรอบๆเกาะของซาโต้และสืบมาว่าตอนนี้หมอนั่นอยู่ไหน
เพราะว่าตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในงาน”
ถึงจะไม่ได้คำตอบที่แน่ชัดแต่อีโฮวอนก็พยักหน้ารับคำ
ซองกยูออกปากมาแบบนี้แสดงว่าต้องมีอะไรแน่ๆ
“เดี๋ยวฮะ” ทาเคตะ
มยองซูเอ่ยขึ้นหลังจากที่นิ่งฟังบทสนทนาทั้งหมด
“มีอะไร” ซองกยูเอ่ยถาม
ทั้งๆที่สายตายังจดจ่ออยู่กับเลนส์กล้องที่ใช้ส่องมันไปทั่วผืนน้ำเผื่อจะเจออะไรบ้าง
“ผมรู้จักเกาะส่วนตัวของตระกูลมิคิโอะ ผมว่าซาโต้น่าจะอยู่ที่นั่น”
“ตกลง ไปบอกคนขับเรือเถอะ”
“ฮะ” คนที่รู้สึกดีใจที่อย่างน้อยตัวเองก็เป็นประโยชน์บ้างหันหลังเตรียมจะเดินเข้าไปในห้องควบคุมแต่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะมือบางคู่ที่รั้งเอาไว้
“ทำไมถึงรู้จักที่แบบนั้น” ดวงตาคมทอดมองอีกคนที่ค่อยๆหันมาจนกลายมาเป็นเผชิญหน้ากัน
“ผมเคยไปกับพ่ออยู่บ่อยๆ เห็นมั้ยว่าผมน่ะมีประโยชน์จะตาย” มยองซูแกะมืออีกคนออกอย่างแผ่วเบาก่อนจะรีบวิ่งไปอีกทาง โดยมีสายตาคู่หนึ่งคอยมองตามไปจนลับสายตา
“คุณซองยอลครับ”
“ว่ามา”
“พบเรือต้องสงสัยอยู่ห่างไปราวๆ500เมตรครับ ”
“งั้นหรอ....ไปบอกให้เร่งความเร็วเรือไปให้ใกล้เรือลำนั้นให้มากที่สุด”
“ครับ”
มือขวาหนุ่มรีบเดินเดินไปยังด้านหน้าของเรือเพื่อแจ้งให้เจ้านายของตนทราบว่าตอนนี้เรากำลังเจอสิ่งที่น่าสงสัยและกำลังจะเข้าไปใกล้พวกมัน
คิมซองกยูพยักหน้ารับและเบนทิศทางของกล้องเพื่อมองหาเรือลำที่ว่านั้น
เรือลำใหญ่ของแบล็กไดมอนด์ค่อยเคลื่อนเข้าใหญ่เรือโดยสารขนาดกลางทีละนิดโดยที่คนในเรือลำนั้นไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด
แสงสีส้มนวลจากแสงไฟภายในเรือที่เห็นรางๆกับภาพของชายสองคนที่ยืนอยู่ทางด้านหน้าเรือราวกับกำลังพูดคุยกัน
ก่อนที่ชายอีกคนที่รูปร่างผอมกว่าจะเดินเข้าไปในเรือและกลับออกมาพร้อมกับร่างของคนอีกคนที่พยายามยื้อยุดราวกับว่าต่อต้านและไม่อยากจะตามคนๆนั้นไป
คนตัวเล็กกว่าพยายามสะบัดแขนที่ถูกจับออกให้หลุดแต่ไม่เป็นผลก่อนที่ ‘ผู้ชายร่างเล็ก’
กว่าชายอีกคนจะโดนตบเข้าที่ใบหน้าด้วยปืนพกในมือจนล้มไปอีกทาง
แววตาคมที่มองผ่านเลนส์กล้องสั่นระริก มือเรียวบีบเข้าหากันแน่นจนเห็นข้อนิ้วขาว
ซองกยูแทบจะไม่อยากมองภาพนั้นแต่ทว่าหากเขาปล่อยให้คลาดสายตาไปอีกก็เป็นห่วงอีกคนเหลือเกิน
จำไม่ผิดแน่ภาพที่เขาเห็นผู้ชายอีกคนกับอูฮยอนที่โดนทำร้าย
กล้องส่องทางไกลในมือถูกลดลงเพียงครู่ก่อนที่จะถูกเอากลับไปวางในตำแหน่งเดิมเพื่อมองภาพตรงหน้าพร้อมๆกับเรือที่เข้าไปใกล้เป้าหมายทีละนิด
นายเหนือหัวแห่งแบล็กไดมอนด์ตัดสินใจวางกล้องในมือลงอีกครั้งและเดินกลับเข้าไปข้างใน
หยิบเบเร็ตต้าสีเงินที่วางอยู่ขึ้นมาและเหน็บไว้ที่ด้านหลังพร้อมกับกระสุนที่เก็บใส่กระเป๋าอีกหนึ่งกำมือ มือเรียวหยิบสไนเปอร์ติดมือขึ้นมาตรวจเช็คพร้อมๆกับอีซองยอล
มยองซูและอีโฮวอนที่เดินเข้ามาพอดี
“เราเข้าใกล้มันแล้วครับ” อีซองยอลรายงานให้นายเหนือหัวของตนทราบ
“แล้วแกจะเอายังไงต่อ” เป็นเสียงของอีโฮวอนที่เอ่ยถามขึ้นมา
เมื่อเขาเดาใจซองกยูไม่ถูกว่าอีกฝ่ายจะเอายังไงแต่การที่ซองกยูเข้ามาในห้องเก็บอาวุธแบบนี้คงไม่ใช่สัญญาณที่ดีนัก
“ฉันเห็นอูฮยอนอยู่ในเรือลำนั้น” ทุกคนตกใจกับสิ่งที่ได้ยินและเงียบเพื่อฟังว่าคิมซองกยูจะเอายังไงต่อ
“เราจะบุกเข้าไปแบบเงียบๆ”
“เห้ยเรือของนายใหญ่จะมาถึงตอนไหนวะ” ลีแทซองเอ่ยถามเพื่อร่างท้วมของตนที่นั่งอยู่หน้าห้องๆหนึ่งเพื่อเฝ้าสินค้าที่อยู่ด้านใน
“อีกราวๆสิบนาที”
“เออ งั้นฉันจะได้ทดลองสินค้าใหม่สักหน่อย” มือหยาบกระชากข้อมือบางของคนที่นอนฟุบอยู่ให้ลุกขึ้นมา
อูฮยอนปวดแปลบที่ข้อมือแต่ก็ยังไม่ปวดเท่าบาดแผลที่ขา รอยผ่าตัดที่เกิดขึ้นบนเรือลำนี้แผลที่ลีซองจงเพิ่งจะเย็บเสร็จให้ไม่ถึงชั่วโมงไม่แปลกที่มันจะรู้สึกปวดขนาดนี้
เลือดสีแดงสดค่อยๆซึมออกมาจากผ้าก๊อซสีขาวจนเห็นได้ชัด
แต่ดูเหมือนว่าผู้ชายตัวโตอีกคนจะไม่สนใจมัน
ลีแทซองลากนัมอูฮยอนขึ้นไปที่ชั้นสองของเรือ เปิดประตูห้องบานหนึ่งออกก่อนจะเหวี่ยงลูกเลี้ยงของตนเข้าไปด้านในก่อนที่จะตามเข้าไปติดๆ
“โอ้ย” เสียงร้องที่เกิดจากความเจ็บปวดจากบาดแผลที่ต้นขา
ใบหน้าหวานซีดราวกับจะหมดแรงริมฝีปากที่เคยเป็นสีสดตอนนี้ขาวซีดพลางขบกัดริมฝีปากล่างเอาไว้เพื่อไม่ให้เสียงร้องเล็ดรอดออกมามากกว่านี้
“วันนั้นแกทำฉันเจ็บแสบมากนะนัมอูฮยอน
หึวันนี้แหละฉันจะทำให้แกมาเป็นเมียฉันจริงๆให้ได้”
อูฮยอนถอยกรูดจนแผ่นหลังติดกับกำแพง
ในห้องนี้ไม่มีทางหนีเลยจริงๆไม่มีสักทางที่อูฮยอนจะหนีออกไปได้
ใบหน้าที่ขยะแขยงค่อยๆเคลื่อนเข้ามาใกล้ทีละนิดจนรู้สึกถึงลมหายใจที่ติดกลิ่นบุหรี่ออกมาจางๆ
ตอนนั้นอูฮยอนคิดว่าตนเองจะไม่รอดแน่ๆ
แต่ทว่าเสียงอะไรบางอย่างที่ดังขึ้นกลับมาดึงความสนใจจากลีแทซองไปเสียก่อน
‘ปัง!!!’
เสียงก้องกัมปนาทดังไปทั่วผืนน้ำ
นัดแรกของสไนเปอร์ในมืออีซองยอลทำให้ชายร่างท้วมล้มลงกองกับขอบเรือก่อนร่างจะร่วงลงทะเลไปเรือลำใหญ่ค่อยๆเข้าไปใกล้เรือของพวกมันทีละนิดจนคนๆนึงสามารถที่จะกระโดดข้ามไปได้
และแน่นอนว่าคนที่ข้ามไปคนแรกย่อมเป็นนายเหนือหัวแห่งแบล็กไดมอนด์
คิมซองกยูกระโดดข้ามไปอยู่ในเรือลำนั้นได้สำเร็จ และตามมาติดๆด้วยโฮวอน และซองยอล
นายน้อยแห่งตระกูลทาเคตะแยกตัวไปอีกทางไปยังห้องเล็กด้านล่างตัวเรือ มยองซูลั่นไกใส่กูญแจที่ล็อกประตูจนมันแตกออกก่อนจะดึงประตูเปิดออกมา
ภายในเต็มไปด้วยบรรดาหญิงสาวมากหน้าหลายตาราวๆยี่สิบคนได้ แต่ทว่าหนุ่มน้อยที่นั่งอยู่มุมห้องเพียงคนเดียวนั้นกลับสะดุดตาขึ้นมา
“ซองจง”
หมอหนุ่มร่างบางมีท่าทีแสดงความดีใจพร้อมๆกับโล่งใจออกมา
มยองซูสังเกตเห็นได้ถึงแม้ที่ใบหน้าจะมีผ้าคาดปิดปากอยู่ก็ตาม
แต่ทว่าเหล่าหญิงสาวในห้องนั้นกลับแสดงท่าทางหวาดกลัวออกมา
“ฉันมาช่วยไม่ต้องกลัว” มยองซูพูดออกมาเป็นภาษาญี่ปุ่นจนผู้หญิงทั้งหมดมีอาการกลัวลดลงจึงเริ่มแกะมัดเชือกที่มือออกทีละคน
และพาออกไปขึ้นเรือของแบล็กไดมอนด์แทน
“คุณมาได้ยังไงฮะ” ซองจงรีบถามกับอีกคนเมื่อแก้มัดและช่วยคนอื่นๆออกไปหมดแล้ว
“คือผมแอบตามมานะฮะ”
“รีบไปช่วยคุณอูฮยอนเถอะพวกมันจับอูฮยอนไปข้างบนนั้น แล้วเอ่อซอง...”
สัมผัสอบอุ่นที่รวบร่างทั้งร่างเข้าไปแนบอก
กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูกแม้ไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองซองจงก็รู้ว่าคือ
ซองยอล
มือหนาลูบไปมาบริเวณกลุ่มผมอยู่อย่างนั้น
มยองซูอมยิ้มกับภาพตรงหน้าก่อนจะเดินเลี่ยงออกไป
“เป็นอะไรมั้ย” ซองจงสั่นศีรษะไปมาแทนคำตอบ
ก่อนจะกอดรัดอีกคนให้แน่นขึ้น
คิดว่าจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว
“เดินไปเร็วๆสิอย่าชักช้า”
ลีแทซองที่กำลังฉุดกระชากนัมอูฮยอนอ้อมมาทางด้านหลังเพื่อเอาเรือลำเล็กติดเครื่องยนต์ออกมา
เขาจะไม่ยอมให้มันแบบนี้แน่แทซองผลักลูกเลี้ยงของตนเองลงเรือไปก่อนจะขึ้นตามมาติดๆ
“ปล่อยสิโว้ย เจ็บนะ” นัมอูฮยอนร้องขึ้นเพราะแรงฉุดกระชากแถมยังเหวี่ยงเขาตกลงไปในเรือทั้งตัวไหนจะปวดแผลที่ขาอีก
ตอนนี้แค่กลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลก็ยากแค่ไหนแล้ว ยิ่งเมื่อกี้เห็นคนของแบล็กไดมอนด์อยู่ตรงหน้าแท้ๆแต่ก็กลับทำอะไรไม่ได้เพราะคนชั่วๆอย่างลีแทซองมันลากเขามาด้านหลังก่อน
“ปากมากจริง”
ปั่ก! ด้ามปืนสีดำสนิทฟาดอย่างแรงเข้าที่ขมับซ้ายของนัมอูฮยอนจนเจ้าตัวสลบลงไป
เสียงหอบหายใจหนักดังมาพร้อมกับที่คิมซองกยูวิ่งอ้อมมาทางด้านหลังเรือหลังจากที่สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ
และมันก็มีจริงๆเมื่อสายตาคมมองเห็นร่างบอบบางที่คุ้นตากำลังถูกชายคนหนึ่งฉุดกระชากขึ้นเรือลำเล็กและกำลังจะขับออกไป
ไวเท่าความคิดสองขายาวๆรีบวิ่งอ้อมไปอีกฝั่งก่อนจะกระโดดข้ามไปยังเรือใหญ่ทางด้านหลังเจ็ทสกีสีดำคันใหญ่ถูกผลักออกมาด้วยแรงทั้งหมดเพียงครั้งเดียว
นายเหนือหัวแห่งแบล็กไดมอนด์กระโดดขึ้นคร่อมยานพาหะนะจำเป็นทั้งที่มืออีกข้างยังกำกระบอกปืนไว้แน่น
ฟองคลื่นสั่นไหวตามแรงเรือหยาดน้ำฟ้าเม็ดเล็กๆตกลงมากระทบกับใบหน้าจนรู้สึกได้
อีกนิดเดียวก็จะไปถึงเกาะใหญ่ลีแทซองหมายมาดไว้อย่างนั้น เขาจะพา ‘ลูกเลี้ยง’ สุดที่รักไปที่นั่น อย่างน้อยดูจากเหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้แล้ว
นัมอูฮยอนคงจะสำคัญไม่น้อยกับไอ้เจ้าพ่อนั่นถึงแม้จะไม่รู้จักชื่อแต่ก็เคยเห็นนายใหญ่ของเขาคุยด้วยอยู่หลายหนและหมอนั่นก็ดูจะใหญ่พอตัวในแถบนี้
และถ้ามันเป็นแบบนั้นนัมอูฮยอนคงจะใช้ประโยชน์ได้เยอะทีเดียว
แต่ความคิดทั้งหมดก็ต้องพังทลายลงเมื่อความรู้สึกที่เหมือนกับมีคนกำลังไล่หลังมา
ลีแทซองหันกลับไปมองยังด้านหลังก่อนจะเห็นภาพที่นายเหนือหัวแห่งแบล็กไดมอนด์กำลังขี่เจ็ทสกีไล่หลังมาติดๆจนเกือบจะทัน
คิมซองกยูพยายามเพ่งมองทางตรงหน้าให้ชัดเจนถึงแม้ตอนนี้หยดน้ำจะกระเซ็นขึ้นมาเกาะที่ใบหน้า
หรือทำให้เสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในเปียกโชกจนรู้สึกหนาวไปหมด
แต่เมื่อมองเห็นนัมอูฮยอนอยู่ตรงหน้าความรู้สึกพวกนั้นก็ดูจะไม่สำคัญเลยสักนิด
เมื่อมีบางสิ่งที่สำคัญกว่ากำลังรอเขาอยู่
เรือยนต์ลำเล็กเร่งความเร็วมากขึ้นเพื่อไม่ให้คนข้างหลังตามทันพุ่งทะยานไปข้างหน้าและจุดหมายก็คือเกาะมิคิโอะ
ไม่ว่าผิดพลาดยังไงแต่ก็ต้องไปพบ ‘นายใหญ่’ เสียก่อนแล้วค่อยจัดการเหยื่อทีหลังก็ยังไม่สาย
กึก! เสียงประหลาดดังมาจากท้ายเรือแต่คนขับก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาที่ขับต่อไปลีแทซองไม่แม้แต่จะหันไปดูสักนิดจนกระทั่งความรู้สึกชื้นแฉะบริเวณเท้าชายหนุ่มจึงเหลียวหลังกลับไปดู พื้นไม้ของเรือเจิ่งนองไปด้วยน้ำที่ไหลเข้ามาและถ้าให้เดาสาเหตุก็คงไม่พ้นเสียงประหลาดเมื่อสักครู่
ท้ายลำเรือที่เป็นรูขนาดใหญ่มากพอที่น้ำจะไหลเข้ามามากมายได้ในเวลาเพียงครู่เดียวขนาดนี้
ขืนขับต่อไปมีหวังตายแน่ๆ
ไม่ตายเพราะจมน้ำก็ต้องตายเพราะโดนฆ่า
วินาทีนั้นดูเหมือนผู้ชายที่ชื่อลีแทซองจะลืมสิ้นแล้วว่าในเรือยังมีคนอีกคนที่ยังนอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่ที่ท้ายเรือ ลีแทซองตัดสินใจกระโดดออกจากเรือลงทะเลไปทันทีอย่างน้อยก็มีทางรอด
อีกไม่ไกลก็จะถึงฝั่ง
สายตาคมตวัดมองเงาผู้ชายรูปร่างผอมบางที่เห็นรางๆว่ากระโดดลงทะเลไปแล้วเพียงคนเดียวแล้วอูฮยอนล่ะ
นายเหนือหัวแห่งแบล็กไดมอนด์มองภาพตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาก่อนที่จะรีบบึ่งเจ็ทสกีมายังเรือยนต์ลำเล็กที่ค่อยๆจมลงทะเลเรื่อยๆท่ามกลางสายฝนที่โปรยลงมาเพิ่มน้ำหนักของน้ำในเรือให้มากยิ่งขึ้น
จนตอนนี้เพียงแค่กาบเรือเท่านั้นที่โผล่พ้นน้ำออกมา
แค่ก!! อาการสะลึมสะลือกึ่งหลับกึ่งตื่นของนัมอูฮยอนที่ค่อยๆลืมตาขึ้นมา
เปลือกตาบางหนักอึ้งกับความรู้สึกปวดหนึบบริเวณขมับ
ความรู้สึกเย็นๆรอบกายตั้งแต่ยังไม่ตื่นเต็มตาสัมผัสเปียกชื้นของของเหลวที่คุ้นเคยดีว่าคือน้ำ
ร่างเล็กพุ่งพรวดขึ้นมาจากพื้นเรือเมื่อพบว่าตนนอนอยู่ใต้น้ำที่ท่วมขังเต็มไปหมด
แต่น้ำอะไรล่ะ
ภาพที่ตนเองนั่งอยู่ยนเรือที่มีน้ำท่วมขังเกือบครึ่งลำเรือและเรือลำนั้นกำลังค่อยๆจมลงก้นทะเลลึกทีละนิดๆ
สายตาที่พร่ามัวเพราะหยาดน้ำฝนที่ยังคงโปรยลงมาไม่หยุดยังคงฝ่ามองออกไปด้านหน้าได้ชัดเจนเมื่อเห็นร่างของใครบางคนที่คุ้นตาอยู่ไม่ไกล
เรือลำเล็กโคลงเครงไปมาไม่หยุดพร้อมกับที่จมลงเรื่อยๆเมื่อน้ำในเรือมีมากขึ้น
นัมอูฮยอนรวบรวมเสียงเฮือกสุดท้ายเพื่อที่จะตะโกนออกไป
“ซองกยู”
///ตอนนี้มันมึนงงมากจริงๆขอโทษที่มาช้าค่ะ555 ตอนหน้าตอนจบ(?) คิดว่าคงจบแหละ @anythingELF
ทวิตเตอร์ของแอนนี่ติงคนสวย(หรอ) ไปทวงได้ถ้ามันนานเกิน
เพราะบางทีความขี้เกียจของเรามันสลัดไม่หลุดแต่ถ้าไปทวงปุ้ปเราสัญญาว่าจะเปิดคอมทันทีค่ะ
ฮริ้งง เจอกันตอนหน้าค่ะ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น