Protect my Heart -2-
Protect my Heart -2-
กริ๊ง!!!
เสียงนาฬิกาปลุกรูปหมาน้อยสีดำที่เจ้าห้องร่างเล็กเพิ่งจะซื้อมาแทนเจ้าหมาสีน้ำตาลที่พังไป
แผดเสียงร้องดังลั่นห้องเช่าห้องเดิม
ก่อนที่เหตุการณ์จะลงอีหรอบเดิมก็คือการที่มันถูกขว้างไปตกอยู่ที่ไหนสักที่ในห้องเช่าแห่งนี้
นัมอูฮยอนที่สะลึมสะลือตื่นขึ้นมา
มือบางเกาหัวแกรกๆอย่างคนที่กำลังงัวเงียจากการนอน
ก่อนดวงตาหวานจะเหลือบไปมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนัง บอกเวลา 12.30 น.
“ซวยอีกแล้วอูฮยอน”
ว่าจบร่างบางก็ผลุบหายเข้าไปในห้องน้ำก่อนจะวิ่งออกมาด้วยชุดนักศึกษา ตอนนี้เวลาเที่ยงสี่สิบแล้ว
ต้องรีบไปให้ทันก่อนบ่ายโมง
เพราะเมื่อคืนตัวเขาเองมัวแต่ทำสไลด์ที่นำไปพรีเซนต์ในวันนี้ตอนบ่ายโมงของอาจารย์
จองซู กว่าจะได้นอนก็ปาไปเกือบสองโมงเช้า
“ต้องทันสิ
ต้องทัน”
มหาวิทยาลัย ตึกคณะนิติศาสตร์
นัมอูฮยอนที่ใบหน้าชุ่มโชกใบด้วยเหงื่อ
กับเสียงหอบหายใจแรงจากการวิ่งสุดชีวิตจากลานจอดรถจนถึงตึกคณะโชคดีที่เขามาทันก่อนอาจารย์จะเข้าเพียงแค่สิบนาที
แต่ถึงจะมาทันมันก็ไม่น่ายินดีสักเท่าไหร่ก็เพราะไอใบขาวๆที่ร่างเล็กกำมันตั้งแต่ต้นคาบจนเพื่อนรักอีซองจงสังเกตเห็นสิ่งที่นัมอูฮยอนกำไว้แน่นในมือพาลให้อดสงสัยไม่ได้
“อูฮยอนนี่”
“หือ”
“แกกำอะไรไว้อ่ะ
เห็นตั้งแต่เข้ามาแล้วนะ” ตอนนี้เป็นช่วงการบรรยายของกลุ่มอื่นๆทำให้ทั้งสอคนต้องพูดกันด้วยเสียงที่เบาราวกับกระซิบ
อูฮยอนเหลือบซ้ายแลขวาก่อนจะยัดก้อนกระดาษยู่ยี่ชื้นเหงื่อใส่มืออีซองจงแล้วตนเองก็หันกลับมาสนใจที่หน้าห้องต่อไป
“ใบสั่ง!!”
เสียงอุทานที่ดังพอสมควร ทำให้อูฮยอนต้องหันมาเอ็ดเพื่อนรักของตน
เดี๋ยวก็โดนอาจารย์ด่ากันพอดี
แล้วไอสิ่งที่อยู่ในมือซองจงนั่นก็คือใบสั่งที่เพิ่งได้มาสดๆร้อนๆตอนเช้า
เพราะความเร่งรีบทำให้เหตุการณ์มันเหมือนจะซ้ำรอยเดิมไปซะทุกอย่าง ทั้งด่าน ทั้งค่าปรับ
แต่ที่ไม่เหมือนเดิมก็คืออุบัติเหตุเพราะครั้งนี้ร่างเล็กสาบานกับตนเองเด็ดขาดว่าจะไม่แหกด่านอีกต่อไป
เพราะเข็ดจากการที่ต้องเสียค่าซ่อมรถตั้งหลายพันแถมยังซ่อมอยู่เดือนกว่าเพิ่งจะได้กลับมาใช้ไม่กี่อาทิตย์เอง แต่มันก็มีอยู่อย่างที่อูฮยอนเสียดายตั้งแต่ได้รถกลับมาใช้จนถึงตอนนี้ก็คือ
การที่ไม่มีผู้กองตาขีดมารับมาส่งเหมือนเดิมน่ะสิ
และอูฮยอนก็ตั้งใจไว้ตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่าเลิกเรียนเย็นนี้จะไปจ่ายค่าปรับทันที ถือโอกาสไปหาพี่ซองกยูด้วยเลยดีกว่า
เพราะเกือบสองอาทิตย์แล้วมั้งที่เราไม่ได้เจอหน้ากัน ได้แค่คุยโทรศัพท์กันวันละครั้งเพราะตอนนั้นผู้กองหนุ่มมีคดีที่ต้องสะสาง
แต่จากที่คุยกันเมื่อคืนก็น่าจะปิดคดีได้แล้ว
แต่ไอ้ความตั้งใจที่จะไปจ่ายค่าปรับมันดันมาพังลงเอาตอนที่ฝ่ายเหรัญญิกของคณะเดินดุ่มๆเข้ามาทวงเงินค่าจัดงานเลี้ยงส่งรุ่นพี่ปีสี่ที่ปีสามทุกคนต้องร่วมกันจ่ายคนละ300
ทำให้ตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวอูฮยอนมีเงินอยู่แค่ 200บาท
จะให้กลับไปเอาที่หออีกความขี้เกียจก็รู้สึกเหมือนจะมาเกาะขาเอาดื้อๆ
นี่จะต้องอดไปสถานีตำรวจจริงๆหรอเนี่ย
จะให้เดินไปหาเฉยๆใครมันจะไปกล้ากันเล่า
อย่างน้อยมันก็ต้องมีอะไรมาบังหน้ากันหน่อยสิ
ดวงตาคู่หวานจ้องมองที่แผ่นกระดาษสีขาวที่มีลายมือหวัดยุกยิกของผู้หมวดอีโฮวอนอยู่บนนั้น แต่อะไรก็ไม่เจ็บใจไปกว่าตัวเลขบนกระดาษ
500
บาท
แค่คิดก็อยากจะร้องไห้นี่เพิ่งต้นเดือนแท้ๆดันซวยซะได้ แต่จู่ๆความคิดบางอย่างก็แล่นเข้าหัว รอยยิ้มน้อยๆเหนือริมฝีปากปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวานทันทีที่นัมอูฮยอนคิดอะไรดีๆออก
อะไรดีๆที่จะทำให้เขาไม่ต้องเปลืองเงินเสียค่าปรับ
และอะไรดีๆที่จะเป็นเรื่องบังหน้าให้อูฮยอนแว๊บไปเจอหน้าคนตาขีดที่สถานีตำรวจแม่น้ำฮันได้
********** Protect my Heart **********
“เฮ้อออ” เสียงถอนหายใจยาวดังมาจากร่างโปร่งที่นั่งอยู่บนโต๊ะทำงาน
มือเรียวปิดแฟ้มคดีลงก่อนจะฟุบหน้าลงบนโต๊ะอย่างคนที่เหนื่อยล้า
แน่ล่ะเขาตามคดีนี้มาหลายเดือนและเบาะแสก็เพิ่งจะมาชัดเจนเมื่อสองอาทิตย์ก่อนทำให้ต้องวุ่นวายกันทั้งหน่วย
เวลาจะอาบน้ำสระผมยังไม่มี ต้องอดหลับอดนอนดูกล้องวงจรปิด
แถมยังต้องไปซุ่มเฝ้าคนร้ายอีก
ดวงตาเรียวเลื่อนลอยก่อนจะจับโฟกัสไปที่โทรศัพท์มือถือที่วางรวมอยู่กับกองใส่แฟลตไดร์ฟที่เขาเอามันมาเปิดดูกับจ่าฮุนเมื่อคืนก่อน
มือเรียวคว้าเจ้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สีดำมาไว้ในมือพลางกดดูเบอร์ที่โทรออกล่าสุด
นัม อูฮยอน
ข้อความเข้าล่าสุด
อูฮยอน :: ‘ถ้าง่วงก็แอบงีบเลยนะฮะ ไม่มีใครรู้หรอกเพราะตาพี่ตอนตื่นกับตอนหลับมันก็คล้ายๆกันน่ะคึๆ>< ดูแลสุขภาพนะฮะ’
ข้อความบ๊องๆแต่น่ารักชะมัดในความคิดของเขา
ป่านนี้เด็กนั่นจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ก็เล่นไม่ได้เจอกันตั้งสองอาทิตย์
ว่าแล้วก็คิดถึงแฮะ
แอ๊ด~~
เสียงเปิดประตูห้องเข้ามาขัดจังหวะพอดีกับตอนที่ร่างโปร่งกำลังจะกดโทรออกไปหาใครบางคนที่เขาเพิ่งจะคิดถึงไปเมื่อไม่กี่นาที
และตอนนี้เจ้าตัวก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าพร้อมกับถุงอะไรบางอย่างที่ถือเข้ามาด้วย
ยังอยู่ในชุดนักศึกษาอยู่เลย
“ท่าทางหิมะจะตกหน้าร้อนละมั้ง”
“ทำไมหรอฮะ”
“เปล่าหรอก
ก็มีเด็กมาหาถึงห้องน่ะสิ” ซองกยูหัวเราะน้อยๆกับปฏิกิริยาตอบรับของอีกคน
ไอที่ทำท่ากำหมัดจะต่อยนั่นน่ะดูน่ารักมากกว่าน่ากลัวอีก
“รู้งี้ปล่อยให้หิวตายไปเลยก็ดีนะฮะ”
“ไม่ดีหรอกครับ”
“ดีสิฮะจะได้หาแฟนใหม่”
“ไม่มีใครรักนายเท่าพี่แล้วเด็กบ๊อง”
มือเรียวลูบศีรษะอีกคนอย่างแผ่วเบาจูงมือเล็กให้มานั่งที่ชุดโซฟา
ก่อนจะเดินไปหยิบถ้วยโฟมตรงมุมห้องยื่นให้อีกคน
“ปิดคดีแล้วหรอฮะ”
เอ่ยถามถึงคดีที่อีกคนเคยเล่าให้ฟังตอนคุยกัน
“อื้อ
ปิดแล้วเหนื่อยเป็นบ้าเลย ง่วงก็ง่วง ยังไม่อาบน้ำเลยเนี่ย” ว่าจบผู้กองหนุ่มก็ยกแขนตัวเองขึ้นก่อนจะจับหัวทุยให้ซบลงตรงช่องว่างระหว่างแขนกับลำตัว
คนคัวเล็กที่คล้ายว่าจะโดนแกล้งอยู่กลายๆดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง
“สกปรกอ่ะ”
ไม่พูดเปล่า คำพูดที่มาพร้อมกับอาการที่ร่างบางขยับหนีไปนั่งที่โซฟาอีกตัวพลางทำท่าเอามือมาปิดจมูกนี่มันน่าจะจับมาตีก้นให้เข็ด
“มานี่เลยเราน่ะ”
มือหนาเอื้อมไปดึงอีกคนให้ลงมานั่งแหมะอยู่บนโซฟาตัวเดียวกันอีกครั้ง
แต่พื้นที่ที่อูฮยอนนั่งลงไปมันนิ่มกว่าโซฟาซะอีก
“หนักไม่ใช่เล่นนะเนี่ย”
เอ่ยแซวคนที่นั่งอยู่บนตัก
เด็กอะไรเอวบางชะมัด
“หนักก็ปล่อยสิพี่กยู”
“ไม่ปล่อยหรอกอยู่แบบนี้แหละ
ชอบ....”
“โรคจิต”
ว่าจบก็เอื้อมมือไปจิ้มไก่ขึ้นมาป้อนคนโรคจิตที่เพิ่งถูกกล่าวหาไปคำนึง
ดวงตาหวานหันมามองคนตาขีดที่นั่งเคี้ยวตุ้ยๆอย่างเต็มแก้ม
“ไม่ได้กินข้าวกี่วันแล้วฮะ”
ว่าจบก็ป้อนไปอีกคำนึง
เอื้อมมือไปเช็ดคราบซอสที่เลอะมุมปากออกให้
ท่าทางกินอย่างกะเด็กเลยน่ะอิตาคนนี้
“หลายวันอยู่
แต่ไม่รู้สึกหิวเท่าไหร่เพิ่งมาหิวตอนเห็นหน้านายนี่แหละ” สายตากรุ้มกริ่มที่ส่งมาให้พร้อมกับคำพูดสองแง่สามง่ามที่อูฮยอนคิดไปเอง
“ทะลึ่ง”
มือบางตีเข้าที่บ่าแกร่ง
ก่อนจะยัดเนื้อไก่เข้าไปในปากคนทะลึ่งอีกหนึ่งคำ
“พี่หมายถึงไก่หรอกเด็กนี่
ถ้าจะกินนายเดี๋ยวรอพี่ไปขอกับออมม่าก่อนดีกว่าเนาะ”
“ดีมาก”
มือนุ่มจับแก้มของอีกคนยืดไปมา ก่อนจะหยิบแก้วน้ำยื่นให้
อูฮยอนลงไปนั่งบนโซฟาหลังจากที่รู้สึกว่านั่งตักอีกคนนานเกินไป ยิ่งแก่แล้วเดี๋ยวเป็นเหน็บชาแล้วจะยุ่ง
“คิดถึงพี่หรือไงถึงมาหาเลยเนี่ย”
ถ้าหิมะตกได้คงตกไปแล้วแหละจริงๆ
เพราะทุกครั้งที่เจอกันเขาจะเป็นฝ่ายไปหาอูฮยอนเองมากว่า
“อันนั้นก็นิดนึง
แต่...”
“จะขออะไรล่ะสิ”
คนถูกจับได้ได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆออกไป ขยับตัวเข้าไปหาอีกคนอีกนิดเอาหัวลงไปซบบนบ่าขยับหัวไปมาอย่างอ้อนๆ
“คือเมื่อเช้าเค้าโดนใบสั่งอ่ะพี่กยู”
ที่จริงก็รู้อยู่แล้วแหละ
เพราะหมวดอีโทรมาบอกตั้งแต่เช้าแต่ที่คาดไม่ถึงคือการกระทำอ้อนๆตอนนี้นี่แหละ
โหมดอ้อนมาทีทำเอาซองกยูปรับตัวแทบไม่ทัน
“แล้ว??”
“จ่ายให้หน่อยสิ”
“หือ…ใครโดนก็จ่ายเองสิเด็กนี่” ผลักหัวอีกคนเบาก่อนที่คนโดนผลักจะกระเด้งตัวออกไป
นั่งขัดสมาธิอยู่ตรงหน้าจ้องเขม็งมาที่เขา
“ก็เค้าเอาเงินจ่ายคณะไป300แล้วอ่ะเหลือแค่สองร้อยเอง”
“งั้นพี่ช่วย300”
“ไม่ได้หรอก”
ดวงตาหวานเหลือบมองไปทางข้างตัว
“อย่าบอกนะว่า”
นัมอูฮยอนพยักหน้าหงึกหงัก
“ซื้อไก่หมดแล้ว”
“เฮ้อ..แบบนี้พี่ก็ขาดทุนน่ะสิ”
“ก็ช่วยหน่อยสิ”
ทำมาเป็นงกไปได้
เงินเดือนมีตั้งเยอะไม่ใช่หรือไงเล่า “แค่500เองขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอกเนาะ”
พูดพลางส่งสายตาอ้อนๆไปให้
“อืม...ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนสิ”
ถ้าไม่ได้กำไรก็ไม่ใช่ซองกยูสิครับ
“โหย....ช่วยแบบฟรีๆไม่ได้หรอ....
ยืมก็ได้เอ้าเดี๋ยวพรุ่งนี้คืนเลย แต่ห้ามมีดอกเบี้ยนะ” ผลักหัวไปหนึ่งทีดูคิดเข้า
บ๊องจริงๆอายุ21จริงมั้ยเนี่ย
“ตกลงหรือเปล่า”
“อื้อตกลงก็ได้”
ผู้กองคิมซองกยูเปิดประตูเดินออกจากห้องทำงานหลังจากที่เคลียร์ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ร่างโปร่งเดินตรงมาที่โต๊ะหมวดอีโดยมีร่างบางของนัมอูฮยอนเดินตามมาติดๆ
“มีอะไรครับผู้กอง”
หันไปพูดกับคนที่เพิ่งจะมาถึง ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นเด็กที่ไหนไม่รู้สะพายเป้ยืนเกาะแขนผู้กองหนุ่มราวกับกลัวหลงทาง
“เดี๋ยวนะ”
ตอบอีโฮวอนก่อนจะหันไปค้นอะไรยางอย่างออกมาจากกระเป๋าเป้
“ช่องซ้ายไงพี่กยู”
ทำไมหาไม่เจอสักทีเนี่ย ไม่ได้เก็บไว้ลึกสักหน่อย
“เดี๋ยวๆนายก็อยู่นิ่งๆสิอูฮยอน”
ขยับยุกยิกไปมาอยู่นั่นแหละ หาไม่เจอสักทีแล้วก็มาบ่นอีกจนได้
“เจอยังอ่ะ”
“เจอแล้ว
อ่ะนี่จัดการให้ด้วยหมวด” ท้ายประโยคพูดกับผู้หมวดหนุ่มพลางยื่นใบสั่งที่สภาพยับยู่ยี่ไปให้
อีโฮวอนรับมาอย่างงงๆคือผู้กองจะทำอะไรกันแน่ อย่างร้อยเอกคิมเนี่ยหรอโดนใบสั่ง
“ของผู้กองหรอครับ”
“ไม่ใช่”
“ก็ว่าอยู่หรอกผู้กองไม่น่าโดนใบสั่ง
แล้วเอ่อ...” เสียงเอ่ออ่าจากโฮวอนที่ตอนแรกตั้งใจจะถามต่อ
แต่ดันมารู้สึกว่าเสียมารยาทเลยไม่ได้พูดออกไป ได้แต่อึกอักอยู่แบบนั้น
“ของแฟน”
คำตอบเรียบๆแต่ทว่าเล่นเอานายตำรวจทั้งสถานีตำรวจแม่น้ำฮันถึงกับอุทานออกมาพร้อมกัน สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังหนุ่มน้อยหน้าหวานที่ยืนอยู่ข้างกายผู้กองหนุ่ม
นัมอูฮยอนรู้สึกอึ้งและทำตัวไม่ถูกกับสิ่งที่อีกคนพูดออกไปและการที่ทุกคนมาจ้องเหมือนกับเขาเป็นตัวประหลาดหรืออะไรแบบนี้
แต่เพียงครู่ที่อูฮยอนได้คิดแบบนั้นผู้กองคิมก็ยื่นมือมาดันคนตัวเล็กให้หลบด้านหลังก่อนจะทำเสียงเข้มพูดขึ้นมา
“ไม่มีงานทำกันหรือไง”
เพียงแค่นั้นนายตำรวจทุกนายก็ยกย้ายกลับเข้าโต๊ะของตัวเองอย่างเป็นปกติราวกับว่าเมื่อสักครู่ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น
“โอ้ยมาตีพี่ทำไมเนี่ย”
ตัวก็เล็กแต่มือหนักใช่เล่น “ยังไม่เลิกทุบอีกกล้าทำร้ายคนของประชาชนหรอเรา”
“พูดออกมาแบบนั้นได้ไงอายคนอื่นเขาอ่ะ
พี่กยูฮึ่ยย” ตีส่งท้ายไปหนึ่งทีข้อหาชอบทำให้อายในที่สาธารณะ
“เอ้าพูดเรื่องจริง
ถ้าพี่บอกว่าน้องชายเดี๋ยวเด็กแถวนี้ก็มาโกรธอีก” จับหัวทุยโยกไปมาก่อนจะเอื้อมมือไปรับใบเสร็จจากหมวดอีที่ยื่นมาให้ “เอานี่เป็นแฟนผู้กองคิมแล้วห้ามโดนใบสั่งอีกนะ”
“ชิ”ทำปากยู่ใส่คนตาขีดก่อนร่างเล็กหันไปพูดกับหมวดอีโฮวอนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ “หมวดอีๆ
ผมเป็นแฟนผู้กองคิมแล้วต่อไปจะมาเขียนใบสั่งให้ไม่ได้แล้วนะ..โอ้ย” หยิกแก้มไปทีนึง
พูดแบบนั้นได้ไงเด็กนี่
“ทำแบบนั้นได้ไงใช้อำนาจในทางที่ผิด”
“ไม่ได้หรอ”
ว่าพลางเอาหัวไปมุดแถวๆแผ่นอกแกร่ง
“ไม่ได้..ไปดูหนังกัน”
ดึงตัวอีกคนให้เดินตามมา ไม่ดื้อแฮะยอมเดินตามมาแบบว่าง่าย
“ไม่”
“แล้วจะไปไหน”
“คุณต้องไปอาบน้ำก่อนเถอะครับคุณร้อยเอกคิม”
ไปทั้งยังงี้คนแตกตื่นทั้งโรงหนังกันพอดี อีกอย่างร่างโปร่งก็ดูล้าๆมึนๆด้วย
ถ้าได้อาบน้ำสักหน่อยคงจะสดชื่นขึ้น
“ก็ได้”
********** Protect my Heart **********
รถSuv
สีดำจอดอยู่ในที่จอดรถของคอนโดขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ห่างจากสถานีตำรวจแม่น้ำฮันอยู่เกือบ40นาที
ทำไมถึงมาอยู่ไกลที่ทำงานจัง คนตาขีดเปิดประตูรถตัวเองออกไปพร้อมๆกับนัมอูฮยอนที่ตอนนี้เดินไปเกาะติดอีกคน
“กลัวหลงหรอ”
“เปล่า
กลัวสาวๆแถวนี้ไม่รู้ว่าผู้กองตาขีดมีแฟนแล้ว” นี่ขนาดเพิ่งจะมาถึงเองนะ
สาวๆแถวนี้ยังขยันส่งสายตามาให้ ป้าร้านต๊อกบ๊กกีร้านนั้นก็ไม่เว้น
“ก็คนมันเสน่ห์แรงนี่..อ่ะปิดตาทำไม”
มือบางที่เอื้อมมาปิดตาเขาไว้ทั้งสองข้างก่อนที่อูฮยอนจะหัวเราะคิกคักออกมา
“หมั่นไส้
ไม่อยากให้คนเห็น”
“อยากเก็บพี่ไว้ดูคนเดียวหรอ”
ยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีกคน
เอาหน้าผากไปชนกับหน้าผากมนจนอูฮยอนเซไปด้านหลังเล็กน้อย
“รีบเข้าไปเถอะ”
ไม่อยากอยู่ตรงนี้นาน
แค่นี้หน้าก็ร้อนไปหมดแล้ว
ร่างเล็กนั่งรออีกคนบนโซฟาพลางนั่งดูรายการทีวีรอคนตาขีดที่เข้าไปอาบน้ำ ดวงตาคู่หวานที่มองไปรอบๆห้อง
ห้องสะอาดกว่าที่คิดไม่รู้ว่าเป็นคนทำความสะอาดเอง
หรือไม่ค่อยได้กลับมานอนที่นี่กันแน่
ห้องชุดขนาดใหญ่เงินเดือนผู้กองตาขีดคงไม่ใช่น้อยๆ เสียงประตูเปิดออกมาเรียกความสนใจจากคนที่กำลังทำตัวเป็นหน่วยพิสูจน์หลักฐานสำรวจห้องของอีกคนอยู่
คิมซองกยูเดินออกมาในสภาพที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว
แต่ผมยังเปียกอยู่ ร่างโปร่งในเสื้อสเวทเตอร์สีเทากางเกงยีนสีขาว
เดินออกมานั่งจุ้มปุ๊กอยู่ตรงพื้นพรมตรงหน้าอูฮยอนพอดีก่อนจะส่งผ้าขนหนูผืนเล็กมาให้
“ไรอ่ะพี่กยู”
“เช็ดหัวให้หน่อยสิ”
ยื่นผ้าขนหนูให้ร่างบางก่อนที่อีกคนจะรับไปอย่างง่ายๆ มือบางค่อยๆเช็ดผมของอีกคนจนมันแห้งหมาด
“เสร็จแล้ว”
ยื่นผ้าขนหนูคืนให้
ก่อนที่คิมซองกยูจะโยนมันออกไปลงตะกร้าไม้สีน้ำตาลพอดี
“ไปเถอะ
อยากดูหนังเรื่องไรเรา” เอ่ยถามร่างบางที่เดินอยู่ข้างกาย
“ไม่รู้สิ
ต้องดูก่อน...ฮยองล่ะ”
“อืม...ตามใจนายเถอะ”
“มาแล้วๆๆ”
เสียงห้าวที่ดังมาแต่ไกล
คิมซองกยูที่ในมือเต็มไปด้วยเป๊ปซี่และถังป็อบคอร์น
ว่าพลางเดินมาหาอีกคนที่นั่งรออยู่
“บอกว่าจะไปช่วยถือก็ไม่ยอม”
“เถอะน่ารีบเข้าไปกันเถอะ”
ทั้งสองคนเดินเข้าไปนั่งที่ของตัวเอง
นัมอูฮยอนที่ถือถังป๊อปคอร์นที่แย่งมาจากผู้กองหนุ่มได้สำเร็จมาถือไว้ในมือ
ส่วนคิมซองกยุที่เดินตามมารับหน้าที่ถือน้ำทั้งสองแก้ว หนังที่ทั้งคู่ตกลงดูกันวันนี้เป็นหนังแนวระทึกขวัญที่นัมอุฮยอนเป็นคนเลือกเอง
ส่วนอีกคนที่เขาถามความเห็นแล้วเจ้าตัวก็บอกว่าดูเรื่องอะไรก็ได้ทั้งนั้น
“ฮยอง”
“หืม”
“น่ากลัวเนอะ”
เสียงใสที่เอ่ยเบาๆตั้งแต่หนังเริ่มฉายไปได้แค่ยี่สิบนาที ดวงตาเรียวหันมองคนข้างกายที่ดวงตาจับจ้องไปที่จอภาพยนตร์ในขณะที่มือเล็กๆนั่นก็หยิบขนมเข้าปากไม่หยุด บางครั้งก็ไม่ตรงปากบ้าง
จะกินดีๆไม่ได้หรือไง
มือหนาคว้าถังป๊อปคอร์นมาถือไว้ในมือท่ามกลางสายตาที่แสดงความสงสัยของร่างบาง คิมซองกยูหยิบขนมขึ้นมาหนึ่งชิ้นก่อนจะจ่อไปที่ปากอีกคน
จะป้อนหรอ
นัมอูฮยอนมองอีกคนที่ยื่นป๊อปคอร์นมาตรงหน้า
พยักพเยิดให้กินมัน
“จะป้อนหรอ”
“อืม”
เมื่อได้ยินแบบนั้นแล้วอูฮยอนก็ไม่ลังเลที่จะอ้าปากรับป๊อปคอร์นที่อีกคนป้อนแต่โดยดี แบบนี้ก็ดูหนังไม่ขาดตอนแล้วเนอะ
ราวกับว่ามีเครื่องป้อนขนมแบบอัตโนมัติเป็นของตัวเอง
ตอนนี้ร่างบางรู้สึกสบายสุดๆถึงแม้หนังจะน่ากลัวไปบ้างแต่เพราะชอบแนวนี้อยู่แล้วมันเลยไม่ค่อยเป็นปัญหา
แต่ปัญหาจริงๆมันเริ่มจะมีแล้วหล่ะเพราะดูเหมือนว่าเครื่องป้อนขนมพกพาของอูฮยอนจะแบตหมด
“ฮยอง”
เสียงหวานเริ่มเรียกคนข้างกายเมื่อรู้สึกว่าไม่มีป๊อปคอร์นหวานๆเข้าปากมาหลายนาที
“…”
“พี่ซองกยู” เรียกอีกครั้งแต่ก็ไร้การตอบรับ
“…”
ร่างบางตัดสินใจหันไปมองอีกคน
คิมซองกยูที่ตอนนี้คอพับลงไปแล้วอาจจะเป็นเพราะเหนื่อยล้าจากการทำงานไม่ได้พักติดกันมาหลายวันแถมยังต้องพาเขามาดูหนังอีก
ร่างกายที่ล้าอยู่แล้วบวกกับแอร์เย็นๆในโรงหนังแบบนี้ก็ไม่ยากเลยที่เปลือกตาจะปิดง่ายแบบนั้น
มือเล็กค่อยๆหยิบถังป๊อปคอร์นจากมืออีกคนมาถือไว้เอง
ในเมื่อพี่กยูหลับอูฮยอนก็จะป้อนตัวเองและถือว่าเป็นการตอบแทนที่พี่กยูต้องเหนื่อยพาเขามาดูหนังทั้งๆที่ตัวเองง่วงขนาดนั้นจะปล่อยให้คนแก่นอนหลับคอพับอยุ่แบบนั้นตื่นมาพรุ่งนี้คงวดคอพอดี
นัมอูฮยอนค่อยๆดันศีรษะอีกคนให้เอนมาซบที่ไหล่เล็กของตนเอง
คิมซองกยูขยับศีรษะไปมาเหมือนจะหาที่ที่สบายที่สุดบนไหล่บางๆนี้ก่อนสักพักจะหยุดนิ่งและเปลี่ยนมาหายใจเข้าออกแบบสม่ำเสมอ
“ฝันดีนะฮะผู้กองคิม”
มือเล็กเอื้อมไปจับที่แก้มสากแผ่วเบารอยยิ้มที่เผยออกมาบนใบหน้าหวาน
ที่ทอดมองอีกคนด้วยแววตาที่อูฮยอนคิดว่าในชีวิตนี้เขายังไม่เคยมองใครด้วยแววตาแบบนี้มาก่อน
เดี๋ยวพอหนังจบค่อยปลุกพี่เค้าก็ได้เนอะ
><
Talk ; ตอนนี้มันกากกวงมากหาสาระอะไรไม่ได้ อ่านกันขำๆเนาะ
เขินไปก็ยิ้มไปเรามีความสุขจริงๆที่เขียนเรื่องนี้ 555 นัมอูฮยอนอ้อยพี่เค้าแรงมาก
ฝากติดตามตอนต่อๆไปด้วยนะคะ(ถ้ามี) ขอตัวไปปั่นเลิฟเชนน้อววว
ติดแท็ก #osanything ได้นะคะ หรือคอมเมนต์ด้านล่าง ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ^^

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น