Protect my Heart -1-

Protect my Heart
กริ๊ง!!!
นาฬิกาปลุกหมาน้อยสีน้ำตาลแผดเสียงดังลั่นไปทั่วห้องเช่าขนาดกลาง เจ้าของห้องอยู่ในอาการงัวเงียเต็มที่มือเล็กคว้าเอาหมอนอีกใบมาอุดหูไว้แน่นเพื่อป้องกันเสียงดังรบกวนเวลานอนอันแสนสบายของตน  เขาเพิ่งจะนอนเมื่อตอนตีสี่เองนะแล้วยังจะต้องมาปวดหัวกับไอเสียงบ้าๆนี่อีก

กริ๊ง!!!!
เจ้าหมาน้อยตัวเดิมที่ยังไม่ลดละ ส่งเสียงออกมาอีกรอบและรอบนี้ดูท่าว่าเจ้าของห้องร่างบางจะทนไม่ไหว พลิกตัวมาทางด้านที่วางนาฬิกาปลุกหมาน้อยตัวเล็กน่ารักที่เพิ่งซื้อมาเมื่ออาทิตย์ก่อนตอนไปห้างกับเพื่อนรัก  หยิบมันมาอย่างไม่ใยดีก่อนจะปาออกไปสุดแรงไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันตกอยู่ส่วนไหนของห้อง เสียงดัง เคร้งคงจะบ่งบอกสภาพของนาฬิกาหมาน้อยตัวนั้นได้อย่างดีโดยที่แทบจะไม่ต้องเดินไปดู

เมื่อเสียงรบกวนเงียบลงคนตัวเล็กก็ทำท่าจะทิ้งตัวลงนอนต่อ แต่หัวยังไม่ทันถึงหมอนเสียงโทรศัพท์เจ้ากรรมก็แผดเสียงดังลั่น มือบางคว้ามันขึ้นมากะจะให้มีชะตากรรมเหมือนนาฬิกาเมื่อกี๊แต่ก็นึกขึ้นได้ว่า ถ้าพังไปจะเอาที่ไหนใช้ จะให้แม่ซื้อใหม่ก็คงโดนบ่นหูชา  คิดได้ดังนั้นคนตัวเล็กจึงกดรับสายด้วยน้ำเสียงงัวเงียปนหงุดหงิด
          ฮัลโหล
                [อูฮยอนนี่แกอยู่ไหน] เสียงหวานๆที่ลอดออกมาตามสาย  ฟังดูก็รู้ว่าอีซองจงแต่มันจะโทรมาทำไมแต่เช้า
                “อยู่บ้านนน...โทรมาทำมายแต่เช้าเนี่ยเพิ่งได้นอนเองนะฮึ่ยย
                [นี่มันจะสามโมงแล้วนะ]
                “แล้วไงใช่จะสามโมงแล้วใครจะตายหรือไงเล่า  ดึงทึ้งหัวตัวเองจนยุ่งไปหมด
                [ก็สามโมงครึ่งมีควิชไงไอเพื่อนบ้าดูเหมือนคำว่าควิชจะทำให้นัมอูฮยอนตาสว่างได้ดีเสียยิ่งกว่ามีเจ้าหมาน้อยสักสิบตัว  ร่างเล็กรีบลุกขึ้นกุลีกุจอวิ่งตรงไปยังห้องน้ำอาบน้ำอย่างรวดเร็วก่อนจะใช้เวลาแต่งตัวเสร็จไป 15 นาที ข้อมือบางถูกยกขึ้นดูนาฬิกาบนข้อมือ ตอนนี้เขาเหลือเวลา15นาที  ปกติขับไปมหาลัยก็15นาทีแต่ถ้าขับเร็วกว่านั้นอีกหน่อยก็คงทัน  ขาเรียวตวัดขึ้นคร่อมยานพาหนะคันเล็กสีขาวของตนเองที่แม่ซื้อให้ตอนเข้ามาเรียนที่โซล  ก่อนจะสตาร์ทรถและขับออกไปด้วยความเร่งรีบ
                เข็มไมล์บ่งบอกความเร็วของจักรยานยนต์คันนี้อยู่ที่90 กม/ชม  ดวงตาหวานมองตรงไปข้างหน้าในใจภาวนาอย่าให้รถติด  หรือมีอะไรมาขัดขวาง
ต้องทันสิ..ทันแน่ๆมือบางบิดแฮนด์เร่งความเร็วขึ้นไปอีกจนอยู่ที่เกือบ100กม/ชม 
อะไรอยู่ข้างหน้าวะ แสงสีแดงอะไรวิบวับ เพราะอยู่ไกลเลยมองไม่ชัดแต่เมื่อนัมอูฮยอนขับเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาหวานก็เผยแววตกใจออกมาก่อนที่จะคิดหาทาง
ซวยแล้วด่านตรวจจะทำยังไงดีตอนนี้อูฮยอนไม่รู้จะทำยังไง  เมื่อกี้ก็รีบจนลืมใบขับขี่แต่ถ้าสวมหมวกก็ผ่านสบาย แบบนี้ค่อยสบายใจขึ้นหน่อยพลางมือบางก็เอื้อมไปลูบศีรษะของตนเอง
ซวยของแท้อูฮยอน  หมวกก็ลืมใบหน้าหวานเบ้นิดๆคล้ายจะร้องไห้ออกมาไม่ใช่กลัวตำรวจแต่กลัวไปสอบไม่ทัน ต่างหากเล่า

                โบกคันนั้นซิจ่า  ผู้หมวดอีโฮวอนหันไปสั่งลูกน้องเมื่อเห็นจักรยานยนต์ของนักศึกษาคันหนึ่งใกล้เข้ามา  หมวกก็ไม่ใส่ ดูท่าทางจะรีบขับเร็วขนาดนี้ยังไง
                อ่ะ..เอ่อหมวดครับ !!” เสียงที่ดังขึ้นของลูกน้องมาพร้อมกับมอเตอร์ไซต์คันสีขาวที่พุ่งตรงมาทางตน  ก่อนที่นายตำรวจแต่ละนายจะวิ่งหนีออกไปคนละทิศละทาง

                ปัก!! โครมม!
                นัมอูฮยอนนอนอยู่บนพื้นหญ้าข้างทาง ข้างกายเป็นยานพาหนะของตนที่ตะแคงแอ้งแม้งอยู่ เพราะความคิดบ้าๆที่ผุดขึ้นมาในหัวว่าต้องแหกด่านไปให้ได้    แต่ดูสภาพตอนนี้สิอยากจะดึงทึ้งหัวตัวเองจริงๆ ยิ่งทำให้ช้าไปกว่าเดิมอีก
โอ้ยยยเสียงใสร้องดังขึ้น  มือบางเอื้อมไปกุมข้อเท้าเอาไว้ ปวดมากสงสัยจะพลิกดูสิเป็นรอยช้ำบวม
คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่าเสียงเข้มของผู้หมวดหนุ่มถามขึ้นพลางยื่นมือส่งไปให้คนตัวเล็กที่นอนแหมะอยู่ที่พื้น  ดึงให้ลุกขึ้นก่อนจะพาไปนั่งในเต็นท์

คิดจะแหกด่านหรือไงเรา เอ่ยถามคนตรงหน้าที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาปัดเสื้อผ้าตัวเองป้อยๆ
ก็มันสายนิ่  มีสอบด้วย  นัมอูฮยอนเอ่ยตอบพร้อมมองหน้าอีกคน  ยังไงก็ต้องไปให้ทัน
หึ!”
หัวเราะอะไรเล่า  เอ่อ...จ่า
ไม่ใช่จ่า
ผู้กอง ไอเด็กคนนี้พูดจาดี สายตาเฉียบคมแต่จะปล่อยไปไม่ได้อีโฮวอนจ้องคนตรงหน้า  ก่อนเสียงเข้มจะเอ่ยออกมา
หมวดครับหมวด
อื้อนั่นแหละผมรีบ  ปล่อยไปสักครั้งไม่ได้หรอฮะ นะๆๆ
ไม่ได้”  ยังไงก็ไม่ได้ขับรถเร็วเกินกำหนด ใบขับขี่ก็ไม่มี  หมวกกันน็อคก็ไม่ใส่  แถมยังแหกด่านอีก
จริงอ่ะ..งั้นผมก็แย่สิฮรึก...”  อีโฮวอนตกใจกับเสียงสะอื้นที่เล็ดรอดออกมา  ถึงกับต้องร้องไห้เลยหรือไง
เฮ้...ไม่แย่ขนาดนั้นหรอก”  ไหวไหล่เล็กๆขณะที่ตอบอีกคน

                กึก! ร่างเล็กหยุดชะงักใบหน้าหวานเงยมองอีกคน  นัมอูฮยอนลุกขึ้นยืนก้าวอาดๆเข้าไปหาอีกคน
ไม่แย่งั้นหรอ..หมวดพูดได้สิหมวดเป็นถึงผู้หมวดมีเงินเดือนหน้าที่การงาน แต่ผมเป็นแค่นักศึกษานะ...ฮรึก ถ้าผมไปไม่ทันควิชวิชานี้ผมก็อดได้เอ แล้วรู้มั้ยถ้าผมไม่ได้เอจะเกิดอะไรขึ้น
อีโฮวอนได้แต่ส่ายหน้าช้าๆ  ดราม่ามาเป็นชุด
พอผมไม่ได้เอ ผมก็ไม่ได้ทุนแล้วพอไม่ได้ทุนผมก็ไม่มีเงินเรียนต่อ ฮือๆๆ  ชีวิตของนัมอูฮยอนช่างหน้าสงสาร ฮือออออ
จะทำไงดีวะเนี่ย คนอื่นๆก็หันมามองกันเต็มเดี๋ยวจะหาว่าตำรวจรังแกเด็กไปอีก  ไอเด็กตัวเล็กนี่ก็ไม่ยอมหยุดร้องผู้หมวดหนุ่มเกาหัวตัวเองอย่างแรง ทำไงดีวะ

เดี๋ยวผมจัดการเองเสียงทุ้มที่เอ่ยขึ้นทำให้ทั้งสองคนหันไปมอง อีโฮวอนเมื่อเห็นผู้ที่มาใหม่ก็ยืนตัวตรง ตะเบ๊ะให้อีกคนทันที
สวัสดีครับผู้กอง
สวัสดี ไปทำงานเถอะเดี๋ยวจัดการเองเอ่ยบอกอีกคนก่อนจะนั่งลง จนใบหน้าอยู่ระดับเดียวกันกับร่างเล็ก
จะไปส่ง
ห๊ะ!!” คนตาขีดนี่พูดกับใคร พูดกับเค้าหรออูฮยอนทำหน้าตาเลิ่กลักอย่างไม่เข้าใจ เคียงคอน้อยๆมองกลับอีกคน
ห๊ะอะไร พูดกับเรานั่นแหละรีบไปสอบไม่ใช่หรือไงไปขึ้นรถ  จะไปส่ง
                .ใบหน้าหวานมีสีหน้าครุ่นคิด  แต่เมื่อมองดูเวลาเหลือไม่ถึง5นาทีด้วยซ้ำ  เลือกไม่ได้สินะก่อนจะพยักหน้าตกลงช้าๆ

                เอี๊ยด!! เสียงล้อรถบดกับถนนเสียงดังลั่นก่อนที่คนตาขีดข้างๆจะหันมาพูดกับเขา
ชื่ออะไร”  เอ่ยถามคนข้างๆ  วันนี้คิมซองกยูเข้าเวรตอนเย็นกะจะแวะมาเล่นกับไอผู้หมวดเพื่อนรักซะหน่อยแต่ดันเห็นมันทะเลาะกับเด็กอยู่ได้    นั่งรถกันมาก็มีแต่ความเงียบคงไม่ผิดใช่มั้ยถ้าเขาอยากจะรู้จักชื่อเสียงเรียงนามของร่างเล็กนี่สักหน่อย  ใบหน้าหวานทำท่าตกใจ  คิ้วขมวด ก่อนจะอ้ำๆอึ้งๆ
เราน่ะชื่ออะไรเอ่ยย้ำอีกครั้งก่อนจะสบตาคนร่างบางที่ตอนนี้ถอยกรูดจนแผ่นหลังติดกับประตูรถ  ใบหน้าคมเลื่อนเข้ามาใกล้จนแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจ

อูฮยอนฮะ  นัมอูฮยอน
เรียนนิติเหรอ อาจารย์คนไหนที่จะมีสอบวันนี้น่ะ
อาจารย์ปาร์คจองซูฮะขึ้นชื่อว่าเฮี้ยบที่สุดในคณะแถมยังเจ้าระเบียบตรงต่อเวลา  และที่สำคัญเกลียดคนมาสายที่สุด  และตอนนี้ปัญหาที่รออยุ่ตรงหน้าก็คือทำยังไงจะขอเข้าสอบได้
อ๋อ..รุ่นพี่จองซูนี่เอง
                ห๊ะ..อะไรนะเขาฟังไม่ผิดใช่มั้ย อาจารย์เป็นรุ่นพี่ของคนตาขีดนี่หรอ
จ่า
ไม่ใช่จ่า
อ๋อโทษทีฮะ...ผู้กอง
มีอะไร
ช่วยอะไรหน่อยสิฮะดวงตาหวานฉายแววดีใจออกมา   รอดแล้วเรา

                “จริงเหรอซองกยู ถ้านายยืนยันขนาดนี้พี่ก็เบาใจยังไงนายก็เป็นรุ่นน้องที่ไว้ใจได้
                “ขอบคุณครับฮยอง
                “ไม่เป็นไรๆ ...เอ้าคุณนัมไปนั่งที่ได้แล้ว
                “ขอบคุณฮะ”  คำขอบคุณที่ถูกส่งไปให้ร่างสูงก่อนที่จะเดินไปยังโต๊ะของตัวเอง  ตอนนี้อีซองจงโบกมือเรียกหยอยๆ  แต่ข้อมือเรียวกลับถูกดึงไว้จากใครบางคนด้านหลัง

                มีอะไรฮะผู้กอง
                “เดี๋ยวเย็นนี้จะมารับ
                “ไม่เป็นไรฮะรบกวนเปล่าๆ
                “ไม่ต้องเกรงใจ  ฉันจะพานายไปจ่ายค่าปรับ”  ใบหน้าที่ยิ้มแย้มหุบยิ้มลงทันที  นึกว่าจะเป็นสุภาพบุรุษเห็นว่ารถพังจะอาสาไปส่งที่แท้ก็กลัวหนีหนี้นี่เอง  มือบางสะบัดเบาๆจนข้อมือหลุดจากการเกาะกุม
                ฮึ่ยย ขี้งก

                คิมซองกยูมองตามร่างเล็กที่หน้ายู่  แยกเขี้ยวขู่มาทางตนก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ท่าทางเหมือนเด็กมัธยมชะมัดไม่อยากจะเชื่อว่าเรียนมหาลัยปีสาม

 ดูเหมือนวันนี้ผู้กองหนุ่มจะต้องแอบหนีเวรมารับเด็กซะแล้วล่ะ


                อูฮยอนนี่ทำไมแกมาช้าจังเสียงหวานของเพื่อนสนิทเอ่ยถามหลังจากที่พวกเขาเดินออกมาจากห้องแล้ว
อุบัติเหตุนิดหน่อยอ่ะเลือกที่จะตอบให้คลุมเครือเข้าไว้ไม่อยากจะพูดให้เสียหน้า  แต่ดูเหมือนเพื่อนรักร่างเล็กของนัมอูฮยอนจะยังไม่เลิกสงสัย  และคำถามต่อมาก็ทำเอาใบหน้าของอูฮยอนร้อนฉ่า
แล้วแอบไปมีแฟนตอนไหนทำไมไม่บอกกันฮะ
แฟนแฟนใคร
แฟนแกไง คนที่มาส่งแกน่ะ ตัวสูงๆขาวๆ ตาตี่แต่หล่อชะมัด”  อีซองจงบรรยายถึงชายหนุ่มที่มาส่งเพื่อตนเมื่อเช้า  แถมยังมีท่าทีสนิทกับอาจารย์ปาร์คจองซูอีก
เห้ย...ผู้กองตาขีดนั่นไม่ใช่แฟนฉันสักหน่อย เค้าแค่มาส่งอ่ะ
แล้วรถแกล่ะ
พัง ตอบออกไปอย่างเซ็งๆ ค่าซ่อมจะอีกเท่าไหร่และต่อไปนี้จะมาเรียนยังไงนี่แหละสำคัญ
แล้วเย็นนี้แกกลับไงเนี่ย
ก็...เอ่อร่างเล็กไม่รู้จะตอบเพื่อนยังไงว่าจะต้องกลับกับคนที่เพิ่งจะเจอกันเมื่อเช้า จึงได้แต่อ้ำอึ้ง
มัวแต่อ้ำอึ้ง ไขมันจุกคอเหรอฮะฮยอนนี่
ก็แบบ..มันพูดยากน่ะก็ เอ่อ..
กลับกับผมเองครับเสียงห้าวที่เอ่ยขึ้นทางด้านหลังเรียกสายตาของทั้งสองให้หันไปมอง นัมอูฮยอนหันหน้าสะบัดหนีทันทีที่เห็นอีกคน  ส่วนอีซองจงน่ะไม่ต้องพูดถึงยืนยิ้มเพ้อไปถึงไหนต่อไหน  ไม่เห็นจะหล่อเลยหน้าเหมือนหนูมากกว่า
ไปเถอะอูฮยอนร่างสูงหันมาเอ่ยกับคนตัวเล็กที่ตอนนี้เอาแต่จ้องหน้าเพื่อของตัวเอง  โบกมือไปมาตรงหน้าของซองจงก่อมือบางจะดีดหน้าผากเพื่อนรักไปเบาๆ
โอ้ยอูฮยอนนี่เจ็บนะ ดีดมาได้
สมน้ำหน้า”  มัวแต่มองจนตาค้างน่าหมั่นไส้
กลับแล้วนะ  บาย
อือบายยกมือขึ้นโบกตอบเพื่อนสนิทแต่สายตากลับจ้องอยู่ที่อีกคน  คนบ้าอะไรดูดีไปหมด


                รถSUV สีดำปลาบคันใหญ่จอดนิ่งสนิทอยู่ในโรงจอดรถของมหาวิทยาลัยโซล นัมอูฮยอนก้าวขึ้นมานั่งพร้อมๆกับคิมซองกยู มือบางเอื้อมไปจับเข็มขัดนิรภัยมาคาดไว้  บรรยากาศในรถดูแปลกๆแฮะ ทำตัวไม่ถูกเลย  แต่เมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้จึงหันไปบอกอีกคน
                คุณผู้กองฮะเสียงใสเอ่ยเรียก  มือเล็กเอื้อมมาสะกิดแขนเสื้อยิกๆ
                ครับคุณอูฮยอนเอ่ยตอบพร้อมหันหน้าไปหาอีกคน  ตอนนี้เราอยู่ใกล้กันมากจนคิมซองกยูมองเห็นแพขนตาหนา รับกับดวงตากลมใส  ริมฝีปากอวบอิ่มที่เมื่อเช้าพูดไม่หยุด จัดว่าน่ารักไม่น้อย  นัมอูฮยอนตัวแข็งทื่อกับปฏิกิริยาแปลกๆของคนตรงหน้า  และเริ่มขยับห่างออกไปเมื่อเริ่มรู้สึกว่าระยะห่างมันมีน้อยเกินไป
                คะ..คือคุณช่วยพาผมกลับไปบ้านหน่อยได้มั้ยฮะ ต้องไปเอาเงินมาจ่ายค่าปรับอีก
                “ได้สิเรื่องแค่นี้เอง  แถมได้กำไรอีกจะได้รู้ว่าบ้านเด็กนี่อยู่แถวไหน

                นัมอูฮยอนค้อมศีรษะทักทายคุณป้าเจ้าของหอก่อนจะเดินขึ้นไปยังชั้นสี่ ห้องหมายเลข3ถูกไขเข้าไปก่อนร่างเล็กจะตรงไปยังตู้เสื้อผ้าหยิบแบงค์ห้าร้อยออกมา ก่อนจะเก็บกล่องเงินเข้าที่เดิม  ตอนนี้ผู้กองตาขีดรออยู่ในรถข้างล่าง ร่างบางหมุนตัวจะเดินออกไปแต่เพราะความซุ่มซ่ามทำให้เดินชนกล่องที่ใส่เศษเหรียญวางอยู่บนโต๊ะตกลงมา
                ง่าซุ่มซ่ามอะไรขนาดนี้อูฮยอนนมือบางเก็บเศษเหรีญเข้ากล่องอย่างลวกๆ  แต่เก็บไปได้สักพักก็หยุดชะงักเมื่อสมองคิดอะไรดีๆได้ขึ้นมา

                ทำไมเข้าไปนานจัง ผู้กองอดจะบ่นไม่ได้เมื่อเห็นว่าอูฮยอนเข้าไปข้างในร่วมสิบนาทีแล้ว ยังไม่มีวี่แวว่าจะออกมา  คงไม่คิดจะหนีหนี้หรอกนะ ร่างโปร่งเอื้อมมือไปเปิดประตูรถกะจะลงไปตามสักหน่อยแต่สายตาคมก็เหลือบไปเห็นร่างเล็กๆในชุดลำลองเดินออกมา  เข้าไปเปลี่ยนชุดด้วยนี่เอง นัมอูฮยอนในกางเกงยีนขาสามส่วนสีซีดกับเสื้อสเวทเตอร์สีชมพูอ่อน  ดวงตาเรียวจ้องมองคนที่กำลังเดินลงมาอย่างไม่วางตาจนกระทั่งเสียงปิดประตูรถช่วยทำให้เขารู้สีกตัว

                คิดว่าจะหนีแล้วซะอีก” 
                ไม่หนีหรอกฮะ แค่นับเงินน่ะเลยนาน เอ่ยบอกอีกคนพร้อมรอยยิ้มที่ซองกยูมองแล้วรู้สึกไม่ชอบมาพากลแปลกๆ  ก่อนที่ทั้งสองจะออกรถมุ่งหน้าไปยังสถานีตำรวจ

                สวัสดีครับผู้กองผู้หมวดอีโฮวอนทำความเคารพคนตำแหน่งสูงกว่า ก่อนจะสังเกตเห็นคนที่มาด้วยกัน นั่นมันเด็กเมื่อเช้านี่มาด้วยกันได้ไง
                สวัสดีหมวด พาเด็กมาจ่ายค่าปรับด้วย
                “ครับรับคำสั่งอย่างแข็งขันก่อนจะเดินไปประจำโต๊ะตัวเอง  สองคนนี้มีอะไรแปลกๆ
                อูฮยอนเดี๋ยวผมเข้าไปเคลียร์งานแป๊ปเดียว  เสร็จแล้วนั่งรอนี่นะจะไปส่ง
                “เอ่อมะไม่…” พูดยังไม่ทันจบผู้กองตาขีดก็เดินเข้าห้องตัวเองไปแล้ว  เผด็จการชะมัด

                ร่างเล็กเดินเข้าไปนั่งหน้าโต๊ะของตำรวจคนเมื่อเช้าที่เจอกัน  ร้อยตำรวจโท อีโฮวอนป้ายชื่อที่แปะหราอยู่หน้าโต๊ะทำงาน  มือบางจับเก้าอี้ดึงออกมาก่อนจะนั่งลง
                จ่ายค่าปรับฮะ
                “ชื่ออะไรเรา
                “อูฮยอน  นัมอูฮยอน
                ผู้หมวดหนุ่มเงยหน้ามองคนตัวเล็กตรงหน้า  คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเพราะความสงสัยอะไรบางอย่าง
                มีอะไรหรอฮะ
                “ขอถามอย่างนึงนะ นายเป็นอะไรกับผู้กอง”  คำถามแปลกๆที่ส่งออกมาจากคนที่เพิ่งเจอกันสองครั้ง  จะอยากรู้ไปทำไม
                เป็นคนรู้จัก แต่จริงๆผู้กองตาขีดคนนั้นก็มีพระคุณกับผมนิดนึงเรื่องที่ไปคุยกับอาจารย์จนเขาได้เข้าสอบ
                แปลก
                “อะไรนะครับได้ยินไม่ชัด พูดอะไรพึมพำ
                เปล่า  ค่าปรับนาย500บาททั้งหมด นี่เห็นยังเด็กเลยปรับไม่เยอะนะเนี่ยที่จริงคนตัวเล็กนี่โดนหลายข้อหาอยู่  แต่เห็นเป็นเหตุสุดวิสัยหรอกนะ
                ขอบคุณฮะ  แต่ลดอีกไม่ได้หรอทำหน้าตาอ้อนวอน  เผื่อจะเห็นใจกันบ้าง
                จะบ้าหรือไง  ค่าปรับนะไม่ใช่ค่าผักเด็กคนนี้นี่  ทำเสียระบบหมด
                ก็ได้ๆ  ผมเตรียมมาครบเลยแหละ เอ้านี่
                ตุ๊บ!!  เสียงของวัตถุอะไรบางอย่างที่วางกระทบลงกับโต๊ะทำงาน  อีโฮวอนมองวัตถุทรงกลมที่ถูกห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าสีน้ำเงิน  ด้วยสัญชาตอญาณอาจจะเป็นระเบิดก็ได้
                อะไร
                “ค่าปรับไงฮะ  นี่มือบางแกะห่อผ้าออกเผยให้เห็นเหรียญจำนวนมาอยู่ภายในผ้าที่ห่อเอาไว้  มีไปตั้งแต่เหรียญสตางค์ยันเหรียญสิบบาท
                “เห้ยจ่ายเหรียญหมดนี่ได้ไง  ผิดกฎหมายนะเล่นเอาเหรียญมากองขนาดนี้  ผู้หมวดอีโอวอนกับนายตำรวจอีกหลายนายกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคออย่างยากลำบาก  จะเล่นแบบนี้หรอ
                ผิดกฎหมายที่ไหนหมวด ตามกฎหมายของการใช้เหรียญกษาปณ์ ผมสามารถใช้เหรียญชำระหนี้ได้อย่างถูกกฎหมายโดยไม่เกินจำนวน เหรียญห้าสิบสตางค์จำนวน 10บาทนี่ เหรียญบาทอีก290 เหรียญห้าอีก150 แล้วก็เหรียญสิบอีก50บาท ไม่เกินตามที่กฎหมายกำหนดสักนิด ใช่มั้ยฮะคึๆ แล้วเจ้าหนี้อย่างผู้หมวดก็ไม่มีสิทธิปฏิเสธด้วย
                ใบหน้าหวานเผยรอยยิ้มอย่างชอบใจก่อนจะหัวเราะออกมาเมื่อเห็นใบหน้าของผู้หมวดร่างหมี ยังคงทำหน้าอึ้งอยู่ ใช่มั้ยล่ะอูฮยอนน่ะทั้งน่ารักแล้วก็หลักแหลม คึๆไม่ได้ชมตัวเองนะครับ
                “รีบให้ใบเสร็จสิหมวดเอ่ยเร่งเร้าอย่างชอบใจ  เสียงฮึดฮัดในลำคอของอีโฮวอนดังมาให้ได้ยินแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ก่อนจะก้มหน้าก้มตาเขียนใบเสร็จให้อีกคน  ก่อนจะเอ่ยสั่งเสียงดุกับลูกน้อง
                จ่าฮุน มาเอาไปนับคนที่ถูกเรียกชื่อกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอก่อนจะรีบไปกวาดงเนเหรียญที่กองอยู่ทั้งหมดบนโต๊ะของอีโฮวอนลงถุงพลาสติกและนำกลับไปนั่งนับที่โต๊ะของตัวเอง
                เดี๋ยวผมไปนั่งรอนะครับ นัมอูฮยอนเอ่ยอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเดินไปนั่งรอที่โซฟาตามที่ผู้กองตาขีดบอกไว้ก่อนจะเข้าไปในห้องทำงาน  การกระทำตั้งแต่ต้นอยู่ในสายตาของคนที่บอกว่าจะเข้าไปเคลียร์งาน ที่จริงเขาแค่ไปเซ็นเอกสารแป๊ปเดียว  กำลังจะออกมาแท้ๆแต่ดันเห็นเด็กแสบบางคนที่ทำเอาผู้หมวดอีโฮวอนคนที่กวนประสาทที่สุดในสถานีหน้าจ๋อยลงได้ แสบไม่เบานะเนี่ยคุณอูฮยอน
                เรียบร้อยยังเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเหนือศีรษะ คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมองสบตากับดวงตาเรียวที่ทำให้ใจสั่นแปลกๆ
                ฮะเสร็จแล้ว
                “งั้นไปกันดึงมือเรียวให้ลุกขึ้นก่อนจะเดินออกไป โดยไม่วายแวะสั่งกับผู้หมวดหนุ่มที่นั่งหน้ายุ่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน
                หมวด
                “ครับลุกขึ้นยืนตัวตรง ขานรับอย่างแข็งขัน
                ผมจะออกไปข้างนอก สักสามชั่วโมงจะกลับมาใหม่เอกสารทั้งหมดจัดการแล้วเรียบร้อย มีอะไรโทรตามได้ตลอดเวลา
                “ครับ รับทราบ


                ทั้งสองคนขึ้นมานั่งอยู่บนรถแล้วเรียบร้อย  นัมอูฮยอนเอ่ยถามอีกคนด้วยความสงสัยเพราะนี่ไม่ใช่ทางกลับบ้านี่นา แล้วตาคนนี้จะพาไปไหนกัน
                คุณนี่จะพาไปไหนอ่ะ
                “หิวข้าวคำตอบสั้นๆที่มีความหมายในตัวไม่ต้องถามต่ออีก  เพราะคิมซองกยูกำลังจะพาไปกินข้าวสินะ
                ผมไม่มีเงินจ่ายหรอกนะ จ่ายค่าปรับไปหมดแล้ว
                “ฮ่าๆ ผมก็ไม่คิดว่าคุณจะเหรียญเหลืออีกหรอกนะอูฮยอนเสียงทุ้มตอบพลางหัวเราะน้อยๆ สรรพนามที่ฟังดูคุ้นชินทั้งๆที่เราเพิ่งเจอกันแค่วันเดียวแต่ดูเหมือนสนิทกันมานาน ไม่อึดอัด ไม่ต้องคอยบังคับตัวเองเวลาอยู่ต่อหน้าคนๆนี้ อยู่ด้วยแล้วสบายใจเหมือนอยู่กับ ซองจง
                ชิ

                ร้านอาหารแถวฮงแดคือที่ที่ผู้กองตาขีดพาเขามา อาหารเต็มโต๊ะถูกวางลงตรงหน้า ล่อตาล่อใจจนเผลอกลืนน้ำลายไปหลายอึก
                เอาอะไรอีกมั้ยเอ่ยถามเด็กตรงหน้า  พลางกลั้นหัวเราะเต็มที่ดูท่าทางเด็กนี่สิเด็กน้อยชะมัด  ดวงตาโตมองอาหารตรงหน้าลิ้นเล็กๆเลียริมฝีปาก จ้องอาหารตรงหน้าราวกับจะกินมันทางสายตา พอเขาถามออกไปก็ส่ายหน้าหงึกหงัก
แสดงว่าแค่นี้ก็พอ  เห็นแบบนั้นเสียงเข้มเลยเอ่ยบอกร่างเล็กตรงหน้า กินเถอะเดี๋ยวเย็นหมด
                “ขอบคุณสำหรับอาหารครับส่งยิ้มหวานไปให้อีกคน ก่อนจะจัดการกับอาหารตรงหน้า
                หัวใจของผู้กองหนุ่มกระตุกวูบเมื่อเห็นรอยยิ้มที่อีกคนส่งมาให้  มันเป็นช่วงที่อูฮยอนเผลอทำให้รอยยอ้มที่ปล่อยออกมาสดใสกว่าครั้งไหนๆ  สายตาคมมองร่างเล็ก หัวทุยๆสีน้ำตาลก้มลงจนไม่เห็นหน้า ช้อนก็แทบไม่วางแต่น่ารักขนาดนี้ ยังไงก็เลี้ยงไหว
                กินเยอะขนาดนี้ไม่กลัวอ้วนหรือไงเรา
                ใบหน้าหวานที่ก้มลงยุ่งกับอาหารลงหน้าเงยขึ้นมองตามเสียงทุ้มที่เอ่ยถาม  มือบางยกขึ้นเช็ดปากอย่างลวกๆ ก่อนจะเริ่มรู้สึกอายนิดๆที่ตนเองมัวแต่กินจนคนที่พามาเลี้ยงท้วงเข้า  ก็คนมันหิวนี่นา
                หึ..ไม่กลัวหรอกฮะ หรือว่าผมกินเยอะไปประโยคหลังเสียงแผ่วลงเมื่อรู้สึกว่าตัวเองอาจเสียมารยาท
                ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ  กินเยอะๆแหละดีแล้วคุณจะได้โตเร็วๆไงประโยคที่มาพร้อมกับรอยยิ้มทำเอาอูฮยอนหน้าร้อนฉ่า  มือบางจิ้มอาหารผิดๆถูกๆก่อนจะยกน้ำขึ้นมาดื่มแก้เก้อ
                คิมซองกยูมองคนตรงหน้าท่าทางเลิ่กลั่กแบบนี้ตรงกันข้ามมันกลับน่ามอง ไม่ว่าจะทำอะไรประโยคที่ผุดออกมาจากหัวก็คือ
                น่ารัก

                หลังจากออกจากร้านอาหารผู้กองหนุ่มได้บอกแล้วว่าจะไปส่งที่บ้าน  ทั้งสองคนเดินผ่านโซนโรงภาพยนตร์ก่อนที่ตัวอย่างหนังแอนิเมชั่นบางเรื่องจะดึงดูดสายตาของร่างเล็กข้างกายได้ ดูท่าทางจะสนใจมากสังเกตุจากที่มองจนลับสายตา 
                อยากดูหรอ
                พยักหน้าตอบน้อยๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสั่นหัวไปมาจนผมยุ่งไม่เป็นทรง
                ตกลงอยากดูหรือไม่อยากดูหืม”  เดี๋ยวก็พยักหน้าเดี๋ยวก็สั่นหัว ตามเด็กคนนี้ไม่ทันจริงๆ
                “อยากดูสิ แต่ไม่ต้องหรอกเดี๋ยวคุณต้องกลับไปทำงานอีก แค่วันนี้ทั้งวันก็ไม่รู้จะตอบแทนยังไงแล้วเสียงใสๆเอ่ยพร้อมรอยยิ้มที่ส่งมาให้  รู้สึกว่าร่างเล็กจะรู้สึกแบบที่พูดจริงๆ
                เรื่องเล็กน้อยทำไมต้องตอบแทน
                “ก็เกรงใจเป็นนิ่ไม่ใช่คนไม่รู้กาลเทศะซะหน่อย
                ถ้าอยากตอบแทน เปลี่ยนมาเรียกพี่ซองกยูดีกว่า
                “ห๊ะ เอางั้นหรอ ก็แอบตกใจนิดนึง เราเพิ่งรู้จักกันนี่นา
                เอาแบบนี้แหละ ไหนเรียกฮยองซิ
                “คะ..ครับ ซองกยูฮยองยิ้มตาปิดส่งไปให้อีกคน
                ดีมาก รถยังซ่อมไม่เสร็จใช่มั้ย
                “ฮะ
                “งั้นเดี๋ยวจะไปรับไปส่งทุกวันจนกว่ารถจะซ่อมเสร็จเลย ดีมั้ย
                “แต่…”
                “ห้ามเกรงใจเด็ดขาด พรุ่งนี้เจอกัน
                “ฮะ ฮยอง

                แต่จะว่าไปก็ดีนะ นั่งรถฟรีแถมคนขับตาขีดมาอีก
               

                

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Playlist|minhwan|Lo Siento

R A B I D THE SERIES|SCENE 3 ll (END)

05|Taipei