LoveChain V
-5-
“ไม่คิดเลยว่าจะเป็นแกลู่เฟย ”
แววตาของผู้พูดสั่นระริกราวกับพยายามบอกกับตัวเองในสิ่งที่เกิดขึ้นและได้เห็นตรงหน้า เป็นไปไม่ได้ที่หลินลู่เฟยจะทำเรื่องแบบนี้
คนๆนี้จะทำไปเพื่ออะไรเราอยู่ด้วยกันตั้งแต่เก้าขวบที่ท่านเจิ้งซานรับเราสองคนมาเลี้ยงเหมือนลูกหลาน
รักเรามากพอๆกับที่ท่านจะรักลูกของท่านสักคน มันไม่มีเหตุผลที่ลู่เฟยจะทำแบบนี้
ไม่สักนิด...ต้องไม่ใช่เขา
“หึ..ขอโทษนะเพื่อนรัก” รอยยิ้มที่ยากจะคาดเดาปรากฏอยู่บนมุมปากด้านขวาของผู้พูด หลินลู่เฟยยกยิ้มอย่างผู้ที่ได้รับชัยชนะโดยที่เบเร็ตต้าคู่ใจยังคงจ่อเข้ามาที่นัมอูฮยอน
“แกทำแบบนี้ทำไม”
“แกก็รู้ฉินฝู...ว่าเราจะมาเป็นสุนัขรับใช้ใครไปตลอดไม่ได้”
เสียงที่ออกจากปากของเพื่อนที่รักที่สุดลู่เฟย...ดังราวกับกระซิบแต่กลับก้องไปทั่วทั้งห้องสี่เหลี่ยมแห่งนี้
แววตาที่แตกต่างไปจากเดิม แววตาของความกระหาย
ความโลภ และโหดร้าย
“แต่เราไม่ได้รับใช้ใคร..เราตอบแทนบุญคุณท่าน”
“…”
“คุณเจิ้งไง...ลู่เฟยคุณเจิ้ง ท่านรักเรามาก”
“หึ...เจิ้งซานน่ะเหรอรักเรา
ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่พ่อของเราด้วยซ้ำเขาจะมารักเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าแบบนี้ได้ยังไง
ไม่มีทาง!!” เสียงตะโกนกร้าวทั่วทั้งโกดัง
พร้อมกับท่าทางของหลินลู่เฟยที่ดูเหมือนจะสติแตกมากเข้าไปทุกที มือที่ถือปืนสั่นระริกปัดป่ายไปมาอย่างคนที่ควบคุมตัวเองไม่ได้
พลางสองเท้าก็ก้าวเข้าไปใกล้หลี่ฉินฝูที่นั่งอยู่ข้างๆนัมอูฮยอน ดวงตาที่ไม่มีแวววูบไหวแม้แต่น้อยจ้องมองกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน
ยังมีอีกหนึ่งคำถามที่เขาอยากจะถามกับเพื่อนคนนี้
คำถามที่ฉินฝูปรารถนาให้คำตอบไม่เป็นอย่างที่ใจคิด เขาต้องการได้ยินว่าลู่เฟยไม่ได้เป็นคนทำ
“แกฆ่าคุณเจิ้งหรือเปล่า..แกไม่ได้ทำใช่มั้ย?” หลี่ฉินฝูกลืนก้อนสะอึกสุดท้ายลงไปในลำคอ
คำพูดที่เอ่ยออกมาอย่างยากเย็นพร้อมกับความรู้สึกที่ตีรวนไปหมดในอก
คำภาวนาที่กล่าวเป็นพันๆครั้งในใจหวังว่าจะเปลี่ยนคำตอบที่ตัวเขาเองไม่อยากได้ยินที่สุดเป็นอย่างอื่น
แต่ก็เหมือนกับมีอะไรหนักๆทุบเข้าที่หัวเมื่อได้ฟังคำตอบจากคนที่ได้ชื่อว่าเปรียบเสมือนพี่น้อง
การพยักหน้าอย่างเยือกเย็นไร้เยื่อใยกับคำพูดที่เสียดแทงเข้าไปในจิตใจ ความผิดหวัง เสียใจ
และโกรธผสมปนเปกันไปหมดจนเขาเองก็ไม่อาจจะแยกออกได้
“ก็ตาแก่นี่อยากจะมาจุ้นเอง..ช่วยไม่ได้”
“แก!!” ร่างกายที่แทบจะพุ่งเข้าใส่คนตรงหน้าทันทีที่ประโยคที่น่ารังเกียจและทุเรศต่ำทรามที่สุดออกจากปากหลินลู่เฟย
แต่แรงดึงจากทางด้านหลังด้วยมือเพียงมือเดียวของเพื่อนร่วมชะตากรรมที่บาดเจ็บอย่างซอคังจุนและนัมอูฮยอนที่ส่ายหน้าเป็นเชิงบอกไม่ให้เขาออกไป แต่ก็ดูเหมือนจิตใจจะทนไม่ไหวเสียอย่างงั้น
“คุณทำแบบนี้ทำไม ไม่สิคุณทำแบบนี้ได้ยังไง” เป็นนัมอูฮยอนที่เงียบมานานเอ่ยขึ้น
ตอนแรกที่รู้ความจริงเขาไม่อยากจะเชื่อด้วยซ้ำว่าลู่เฟยจะเป็นคนทำและจะทำไปทำไมในเมื่อยังไงคุณเจิ้งก็ต้องยกกิจการให้ดูแลต่ออยู่แล้ว หลายครั้งตอนที่เขามาที่บ้านเจิ้งซานกับซองกยู
สายตาของหลี่เจิ้งซานที่มองสองคนนี้ไม่ต่างจากสายตาของพ่อและของแม่ที่มองมาที่เขาสักนิด
“คุณฆ่าคนที่รักคุณเหมือนกับลูกคนนึงได้ยังไง”
“ฮ่าๆ
ปากดีไปเถอะครับคุณหนูเดี๋ยวจะไม่มีโอกาสได้พูดแล้วเนอะ” เสียงดังง’กริ๊ก’ ของการขึ้นลำกล้องของปืน
โลหะเย็นๆที่จ่ออยู่ที่ศีรษะราวกับว่าพร้อมทุกเมื่อที่จะปล่อยลูกตะกั่วเข้ามาฝังในสมองของเขา
แต่เขายังตายไม่ได้...อูฮยอนหลับตาแน่นพลางคิดหาทางถ่วงเวลา เพราะลึกๆแล้วในใจยังเชื่อว่าคิมซองกยูจะต้องมาช่วยแน่นอน
“แต่เดี๋ยวก่อน...คุณทำแบบนี้คิดว่าซองกยูจะปล่อยคุณไว้หรือไงลู่เฟย” ร่างเล็กโพล่งออกไปในสิ่งที่ตนเองคิดก่อนหลินลู่เฟยจะเดินเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มนั่งลงจนใบหน้าอยู่ระดับเดียวกับใบบหน้าหวานก่อนมือที่หยาบกร้านจะเอื้อมมาจับที่คางมนเอาไว้
บีบแน่นจนอีกคนรู้สึกเจ็บ
“หึๆ คิมซองกยูน่ะหรอ
มาสิ...มาเลยฮ่าๆๆ จะได้ตายพร้อมกันไง” มือหยาบสะบัดออกจากใบหน้าที่จับอยู่ก่อนจะละออกใบ บอดี้การ์ดหนุ่มที่อยู่ทางด้านหลังได้แต่เอื้อมมือมาแตะหลังอูฮยอนที่ถูกเหวี่ยงล้มลงไปตามแรงให้ลุกขึ้นมานั่ง
“แกมันเลวที่สุด” ดวงตาหวานจ้องเขม็งไปยังคนตรงหน้า
“ปากดีนักนะ” หลิน ลู่เฟยหันขวับ..ก่อนจะตรงดิ่งมายังร่างเล็กเบเร็ตต้าในมือถูกยกขึ้นสูงก่อนจะตบเข้าที่แก้มซ้ายเต็มแรง นัมอูฮยอนหันไปตามแรง
อดีตมือขวาของหลี่เจิ้งซานจับเข้าที่กลุ่มผมของคนที่ฟุบอยู่ก่อนจะดึงขึ้นมาบังคับให้ใบหน้าหวานหันมามองกัน
“อย่าให้ต้องออกแรงเลยครับคุณหนู ผมไม่อยากให้ของสวยๆต้องช้ำหมด” รอยยิ้มมุมปากของหลินลู่เฟยคือรอยยิ้มที่อูฮยอนเกลียดที่สุดเพราะมันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าเขาเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบและอยู่ต่ำกว่า
คนตัวเล็กสะบัดหน้าออกจากการจับต้องก่อนจะจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ
“เอาล่ะเราเสียเวลากันมามากพอแล้ว...เสียใจด้วยนะครับคุณหนูที่ไม่มีโอกาสได้สั่งลากับไอคิมซองกยู”
“…” นัมอูฮยอนกัดฟันแน่น
ภายในใจนึกถึงเพียงแค่อีกคนนั่นสิเขาจะไม่มีโอกาสได้เจอหน้าซองกยูอีกหรอ
“ลงมือ” ทันทีที่สิ้นสุดคำสั่งชายชุดดำทั้งหมดก็เตรียมตัวที่จะลั่นไกออกมา
ปัง!!
เสียงปืนที่ดังขึ้นก่อนจะตามมาด้วยเสียงร้องเจ็บปวดจากหลิน
ลู่เฟย
ดวงตาหวานมองไปยังประตูทางเข้าที่มีชายชุดดำเข้ามาอีกเกือบยี่สิบคนพร้อมอาวุธครบมือ
ก่อนจะมีร่างโปร่งของคนบางคนที่คุ้นตาเดินตามมาเคียงข้างด้วยมือขวาหนุ่ม
ร่างเล็กก้มหน้าลงเมื่อกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ไม่ใช่ว่าเขาร้องไห้เพราะความกลัว
แต่เป็นความดีใจที่ได้เห็นอีกคน
คิมซองกยู
หลิน
ลู่เฟยถูกยิงเข้าที่หัวไหล่ด้านซ้ายจนทรุดลงไปยันตัวเองลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับผู้ที่มาใหม่
“ฮ่าๆๆ มาเร็วกว่าที่คิดนี่”
“ปล่อยทุกคนออกไป” คิมซองกยูเอ่ยเสียงกร้าว
เขาไม่อยากต่อรองให้เสียเวลานานเพราะทันทีที่ดวงตาสบกับร่างเล็กที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาก็แทบจะวิ่งเข้าไปดึงมาไว้กับตัว
ใบหน้าหวานที่มีเลือดอยู่ที่มุมปากคิมซองกยูลั่นวาจาไว้กับตนเองตั้งแต่ที่ได้เห็นรอยเลือดนั่นว่าคนที่ทำมันจะต้องไม่ตายดีแน่นอน
“ฮ่าๆๆ มันง่ายไปหน่อยมั้ง
วันนี้...จะไม่มีใครรอดไปจากที่นี่” ร่างสูงจ้องหน้าของหลิน
ลู่เฟยที่ยกยิ้มสลับกับหัวเราะราวกับคนเสียสติ
ก่อนที่จะส่งสัญญาณให้กับมือขวาของตน
อีซองยอลเอื้อมมือของตนมาจับไว้ที่อาวุธข้างเอวด้านซ้าย
เพียงแค่พริบตาเดียวร่างสูงของมือขวาหนุ่มแห่งแบล็กไดมอนด์ก็เอาโลหะเย็นๆไปจ่อไว้ที่ศีรษะของหลิน ลู่เฟยได้สำเร็จ
แต่ก็ปราศจากความกลัวหรือตกใจจากอีกคนอดีตมือขวาหนุ่มของมาเฟียเกาลูนทิ้งปืนลงกับพื้นก่อนจะดีดนิ้วส่งสัญญาณให้ลูกน้องด้านหลังประชิดตัวนัมอูฮยอนไว้ทันที
“เอาสิซองกยู
สั่งลูกน้องแกยิงสิถ้าฉันตายคุณหนูนั่นก็...ฟิ้วโดนเป่ากระโหลก ฮ่าๆๆ”
“แก...”
พาหะนะสีดำทะมึนลอยอยู่เหนือหลังคาโกดังในตำแหน่งที่ตรงกับห้องที่คิมซองกยูอยู่ตามสัญญาณของโทรศัพท์มือถือที่จับได้
อีโฮวอนหันไปสั่งลูกน้องให้เตรียมอาวุธให้พร้อมก่อนตัวเองจะถอยออกไปรายงานให้คนด้านในทราบ
“ถึงที่หมายแล้วให้จัดการคนไหนก่อน”
เสียงของมือซ้ายคนสนิทดังผ่านสายหูฟังที่เชื่อมจากเครื่องมือสื่อสารดังเข้ามาให้ได้ยิน
คิมซองกยูยกยิ้มอย่างผู้ที่เหนือกว่าก่อนจะหันไปสั่งการ
“คนที่มันยุ่งกับคนของฉัน”
สิ้นสุดเสียงของนายเหนือหัวแห่งแบล็กไดมอนด์เพียงแค่แวบเดียวที่เห็นลูกน้องของหลิน
ลู่เฟยที่กล้าเอาปืนมาจ่อคนสำคัญของท่านประธานใหญ่ ล้มลงไปกองกับพื้นพร้อมๆกับของเหลวสีแดงข้นที่ไหลทะลักออกมาจากศีรษะ
ร่างเล็กถอยกรูดออกไปกับสิ่งที่ได้เห็น
ครั้งแรกที่เห็นคนถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตาดวงตาหวานปิดสนิทอย่างหวาดกลัวราวกับว่าถ้าเขายังลืมตาอยู่จะต้องเห็นภาพพวกนี้อีก
มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขาวเม็ดเหงื่อมากมายที่ผุดขึ้นตามใบหน้า
ไรผมและแผ่นหลังที่สั่นระริกทำเอาท่านประธานใหญ่ของคิมบีดีกรุ๊ปที่ยืนอยู่อีกฝั่งแทบจะถลาเข้ามากอดอีกคน
ทันทีที่ลูกน้องของหลิน
ลู่เฟยถูกสังหารร่วงลงไปกองอยู่บนพื้นคิมซองกยูก็ถือโอกาสเพียงครู่เดียวที่ทุกคนยังตกใจกับที่มาของกระสุนปริศนาที่สังหารชายชุดดำ
เข้าไปดึงตัวร่างเล็กที่ตัวสั่นเทาเข้ามาไว้แนบอก
มือเล็กของอูฮยอนเกาะกุมที่แผ่นหลังของอีกคนแน่นซบใบหน้าลงกับอกแกร่งปิดกั้นตัวเองจากภาพทุกอย่างที่ได้เห็น หยดน้ำตามากมายที่พรั่งพรูออกมาทั้งจากความกลัวจากเหตการณ์ที่ได้เจอและความดีใจที่ได้เจอคนตรงหน้าอีกครั้ง
“ไม่เป็นไรแล้วนะครับ”
เสียงห้าวที่กระซิบชิดริมใบหูมาพร้อมกับมือหนาที่ลูบแผ่นหลังไปมาราวกับปลอบประโลม
แรงสั่นบริเวณอกจากการพยักหน้าของเด็กน้อยที่ซุกซบอยู่ในอ้อมกอด
คิมซองกยูยินดีและเต็มใจที่จะให้อูฮยอนใช้เขาเป็นเกราะกำบังจากเหตุการณ์เลวร้ายต่างๆที่คนตัวเล็กไม่ต้องการจะเห็นมัน
วงแขนแกร่งที่โอบประคองร่างบางที่ยังตกใจไม่หายรับรู้ได้ถึงแรงสั่นเทิ้มของอีกคน
และเขาก็คิดว่าจะต้องให้นัมอูฮยอนออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
ปัง!!
เสียงดังก้องของอาวุธสังหารดังขึ้น
เป็นลู่เฟยที่สบโอกาสหยิบปืนของลูกน้องตัวเองที่ตกอยู่ขึ้นมายิงตรงไปที่ท่านประธานใหญ่แห่งคิมบีดีกรุ๊ป
ความเจ็บปวดแล่นขึ้นไปทั่วลำแขนเฉียดแผลเก่าเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนไปเพียงนิดเดียว
อูฮยอนเอื้อมมือมาประคองคนข้างกายไว้ใบหน้าหวานซีดเผือดจากอาการตกใจ ตอนนี้อูฮยอนไม่รู้จะทำยังไงดี
“ซองกยู..คะ..คุณเจ็บหรือเปล่า”
เสียงหวานเอ่ยละลำละลักถามอาการจากคนตรงหน้า
ทั้งๆที่โดนยิงไปขนาดนั้นแล้วไหนเลือดยังไหลออกมาเยอะซะขนาดนี้แต่เจ้าตัวยังหันมายิ้มให้ราวกับว่าไม่มีอะไร
ไม่เจ็บหรือยังไงกัน คนบ้า...
มือหนาที่ยกขึ้นมาวางบนศีรษะของคนอายุน้อยกว่าพลางลูบอย่างแผ่วเบาที่กลุ่มผมนุ่มนิ่ม
รอยยิ้มที่ยังเหมือนเดิมเหมือนกับตอนที่เรามีความสุขด้วยกันส่งมาให้ ความอบอุ่นที่แผ่วเบาประทับอยู่บนหน้าผากมนเพียงครู่ก่อนจะผละออกใบหน้าคมอยู่ห่างจากใบหน้าของอูฮยอนเพียงแค่แผ่นกระดาษกั้น
คิมซองกยูมองสบลงไปให้ถึงดวงตาของอีกคนแววตาที่สื่อผ่านไปให้อูฮยอนเชื่อมั่นในตัวเขา
และแววตาของอีกคนที่มองสบกันอยู่แบบนั้นมันฟ้องว่านัมอูฮยอนเชื่อใจคิมซองกยูมากกว่าใคร
“ไม่เจ็บ..ผมไม่
แต่คุณ..” มือหนาที่เอื้อมมาแตะแผ่วเบาที่ปลายคางบวมช้ำ
รอยเลือดที่แห้งเกรอะกรังยังคงติดอยู่ที่มุมปากและนั่นมันก็ทำให้เขาฉุนมากว่าเดิม
คิมซองกยูหันขวับไปทางด้านหลังsw สีดำปลายจ่อไปที่หลิน ลู่เฟย
“มันจบแล้วลู่เฟย”
“งั้นเราก็คงจบด้วยกันสินะ” ว่าจบมือของอดีตคนสนิทของหลี่เจิ้งซานก็หยิบอุปกรณ์ขนาดกะทัดรัดคล้ายรีโมทอะไรสักอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
ระเบิดรีโมท
เสียงหัวเราะราวกับคนเสียสติของหลิน
ลู่เฟยดังขึ้นพร้อมๆกับนิ้วที่กดลงตรงปุ่มสีแดง
และทันทีเสียงดังกึกก้องที่ดังขึ้นเหนือหัว เหมือนว่าระเบิดจะอยู่ที่ชั้นสอง
คิมซองกยูสั่งให้ลูกน้องของตนคุ้มกันอูฮยอนอย่างแน่นหนา ส่วนอีกกลุ่มให้รีบพาซอคังจุนออกไป
ตึง!!!
แรงสั่นสะเทือนที่มาพร้อมกับเสียงเหมือนวัตถุหนักๆตกกระทบพื้น
รีโมทสีดำสนิทยังคงถูกแกว่งอยู่ในมือของหลิน ลู่เฟยไปมาราวกับจะท้าทาย
“ไม่ได้มีแค่นี้นะครับ ฮ่าๆ”
ตึง!!!
เสียงระเบิดกึกก้องดังขึ้นอีกครั้งจนร่างเล็กของอูฮยอนเซถลาเข้าไปทางผนังปูน
แต่โชคดีที่มือหนาที่คุ้นเคยบางคู่เอื้อมมาดึงไว้ทันจนร่างเล็กเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของอีกฝ่าย
“อูฮยอน...ออกไปรอข้างนอกนะเดี๋ยวผมตามไป”
“มะ..ไม่ ออกไปพร้อมกันสิ” ศีรษะเล็กสั่นไปมาไม่หยุด
พร้อมกับปากที่เอาแต่พูดว่าไม่เอา ไม่ไปจนซองกยูอ่อนใจ
“อย่าดื้อสิหื้ม....เดี๋ยวจะตามออกไปนะครับ” ไม่ทันรอคำตอบคิมซองกยูก็ส่งสัญญาณให้ลูกน้องของตนรวมทั้งอีซองยอลพาคนตัวเล็กออกไปจากโกดังนี้ ขอเดาว่าอีกไม่นานมันจะพังลงมาแน่ แต่เขาจะต้องเคลียร์กับหลิน
ลู่เฟยให้จบ
ตอนนี้
ร่างเล็กพยายามดิ้นขัดขืนให้หลุดจากการถูกบังคับให้เดินออกมา
นัมอูฮยอนรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีพาตัวเองออกมาและทำท่าจะก้าวเข้าไปด้านใน เขาเป็นห่วงอีกคนแต่ร่างบางก็ถูกดึงเอาไว้จากคนด้านหลังก่อนจะถูกพาไปขึ้นรถดวงตาหวานที่เอาแต่มองไปยังโกดังริมทะเล
จ้องมองมันราวกับว่าจะมองให้เห็นทะลุไปถึงด้านในที่มีอีกคนอยู่ในนั้น
รีบมาเร็วๆสิซองกยู
อูฮยอนรู้สึกเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวมันพร่ามัวไปหมด
หูอื้ออึงไม่ได้ยินเสียงอะไรสักอย่างจนกระทั่ง
ปัง!!ๆๆ เสียงปืนที่ดังขึ้นติดต่อกันเป็นเวลานานออกมาจากโกดัง เหมือนกับมันนานมากกว่าเสียงนั้นจะสิ้นสุดลงไปความกลัวที่เกาะกุมจิตใจส่งผลให้น้ำใสๆที่ตอนนี้จะให้กลั้นไว้ก็คงไม่ได้...
ไหลทะลักออกมา มือเล็กที่สั่นเทาได้แต่ประสานกันไว้ภาวนาถึงพระเจ้าขอให้คิมซองกยูปลอดภัย
อีซองยอลเดินกระวนกระวายอยู่ด้านข้างตัวรถราวกับหนูติดจั่นเขาติดต่อเจ้านายของตนไม่ได้หลังจากที่คิมซองกยูสั่งให้พาคุณอูฮยอนออกมาก่อน
แต่ตัวเองยังคงอยู่ด้านในแบบนั้น
มือขวาหนุ่มโทรหาหมอประจำแกงค์และส่งรถไปรับในอีกสิบนาทีก็จะมาถึง หลังจากนั้นตัวเขาจะกลับเข้าไปในโกดังอีกครั้ง
เสียงล้อบดกับถนนพื้นคอนกรีตก่อให้เกิดเสียงดังสนั่นเรียกความสนใจจากมือขวาหนุ่มให้หันไปมองก่อนจะพบว่าเป็นรถที่ตนส่งให้ไปรับ’ลีซองจง’ หมอประจำแกงค์เพื่อให้มาดูอาการคุณอูฮยอนและเตรียมพร้อมสำหรับคุณซองกยู
หรือคุณโฮวอนที่อาจจะบาดเจ็บ
ร่างบอบบางในชุดไพรเวทธรรมดาในมือถือกล่องขนาดใหญ่ที่ภายในบรรจุอุปกรณ์และยาทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการรักษาและการผ่าตัดที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ ทุกครั้งที่เขาโดนเรียกตัวอาการบาดเจ็บไม่เคยอยู่ในจำกัดความว่าเล็กน้อยสักครั้งเดียว
ใบหน้าหวานของคนที่มาใหม่ดวงตากลมโตมองไปยังคนร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างรถก่อนจะก้าวเดินเข้าไปหา
ดวงตาที่สำรวจรอบกายของอีซองยอลว่าเขาคนนั้นบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่าแต่ทุกอย่างยังปกติดี
โล่งอกไปที
“คุณซองยอลใครบาดเจ็บหรอฮะ” เอ่ยถามคนตรงหน้าในเมื่อทุกคนในที่นี้ยังปกติดีทุกคน ก่อนดวงตาหวานจะมองตามสายตาของอีกคนเข้าไปในรถ
“เข้าใจแล้วฮะ” เมื่อเขาเข้าใจสถานการณ์ทุกอย่างแล้วมือเรียวเอื้อมไปเปิดประตูรถ
แต่ยังไม่ทันจะได้ทำแบบนั้นเสียงทุ้มของคนด้านหลังก็เรียกกันไว้ก่อนด้วยประโยคที่ทำให้หัวใจกระตุกเอาเสียดื้อๆ
“โฮวอนอยู่ข้างใน” ชื่อที่ได้ยินทำให้ลีซองจงหยุดชะงัก
มันเป็นเรื่องใหญ่ขนาดที่โฮวอนที่อยู่ญี่ปุ่นจะต้องมาช่วยเลยหรือ
คงไม่ใช่เรื่องธรรมดาแต่ก็ชินอยู่แล้วไม่ใช่หรือไงทุกเรื่องที่เคยเจอตั้งแต่มาทำงานนี้แทนพ่อของตัวเองมันก็ไม่มีอะไรปกติสักครั้งนี่
“ใครสนกันฮะ...แค่คุณปลอดภัยก็พอนี่” ว่าจบร่างบางของคุณหมอลีซองจงก็เปิดประตูรถเข้าไปภายใน ทิ้งประโยคที่ตนพูดให้มันลอยไปถึงคนที่ยืนอยู่
หวังว่าคนๆนั้นจะได้ยินมัน
ทุกอย่างยังคงเงียบหลังจากเสียงปืนระลอกนั้นผ่านไป พายุกระสุนที่ต่างฝ่ายต่างสาดซัดใส่กันดูท่าใกล้จะจบลงแล้วลูกน้องของหลิน ลู่เฟยและเขาต่างนอนจมกองเลือดกันอยู่ตรงหน้า ตอนนี้เหลือเพียงหลิน ลู่เฟย
เขา และฉินฝู
“มอบตัวกับตำรวจ” เป็นเสียงของฉินฝูที่พูดขึ้น
นี่เป็นทางที่ดีที่สุดเขาไม่อยากเห็นลู่เฟยตาย
แต่ก็ให้อภัยไม่ได้ที่หมอนี่ฆ่าคุณเจิ้ง
“ไม่”
“แกหนีไม่ได้
สู้ก็ไม่ได้” คิมซองกยูที่มองดูสถานการณ์อยู่เอ่ยขึ้นเมื่อเขาเห็นว่าไร้ประโยชน์ที่จะกล่อมหลิน ลู่เฟยให้มอบตัว
“…”
“ก็ได้ฉันจะ…มอบตัว”
“ลู่เฟยแก..แกทำถูกแล้ว” หลี่
ฉินฝูเดินเข้าไปหาเพื่อนรักของตนด้วยรอยยิ้ม
เขาก็ไม่อยากให้ลู่เฟยต้องโดนจับแต่คุณเจิ้งคือผู้มีพระคุณมากถ้าหากลู่เฟยโดนปล่อยตัวออกมาแล้วเราจะกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง
แต่คิมซองกยูคิดว่ามันแปลกๆ
ปัง!ๆ
เสียงปืนที่ดังขึ้นติดต่อกันสามนัดติดดังขึ้นก่อนจะเป็นร่างของหลี่ฉินฝูที่ล้มลงไปกองกับพื้นพร้อมกับของเหลวสีแดงสดที่ไหลทะลักออกมา
“ขอโทษนะเพื่อน แต่ฉันไม่โง่ขนาดนั้น” เขาใช้จังหวะที่อีกคนเข้ามาหาและตอนที่ฉินฝูเข้ามากอดกันปืนของหมอนั่นที่เหน็บอยู่ตรงเอว
....ขอบคุณที่ให้ยืมปืนนะฉินฝู
อาวุธสังหารสีดำปลาบในมือถูกยกและหันไปหาคิมซองกยูที่ถือปืนอยู่เช่นกัน
แต่กริ๊ก!! เสียงที่ดังออกมาบ่งบอกว่าปืนของเขาไม่เหลือกระสุนแล้วและมันก็ดูจะเป็นโอกาสที่เหมาะที่จะจัดการกับคนตรงหน้า
หลิน
ลู่เฟยเล็งกระบอกปืนไปที่ร่างสูงของท่านประธานแห่งคิมบีดีกรุ๊ปแต่ยังไม่ทันได้ลั่นไกร่างสูงก็วิ่งมาเตะปืนในมืออีฝ่ายกระเด็นไปอีกทาง
ก่อนจะสวนหมัดหลุนๆเข้าไปอีกครั้ง
ลู่เฟยเอี้ยวตัวหลบทำให้มือเรียวกระแทกลงที่พื้นปูนอย่างแรง
“อ่ะ”
ซองกยูหมุนตัวหลบฝ่าเท้าของอีกคนที่ตามลงมาได้อย่างหวุดหวิด
ร่างโปร่งยันตัวเองลุกขึ้นก่อนจะกระโดดถีบลู่เฟยที่กำลังตรงมาทางเขา
ปั่ก!! จากแรงถีบของซองกยู หลิน ลู่เฟยล้มกระแทกลงกับพื้นปูนอย่างแรงชายหนุ่มจึงใช้โอกาสนั้นเตะเข้าที่ขาของคิมซองกยูจนอีกฝ่ายล้มคว่ำลง
และใช้โอกาสทีเผลอพุ่งไปหมายจะเล่นงานซ้ำอีกระลอก
ขาขวาถูกยกขึ้นหมายจะเหยียบลงบนตัวของคนที่นอนอยู่แต่กลายเป็นลู่เฟยเองที่ล้มลง
มาเฟียหนุ่มจับขาของอีกคนตวัดจนลู่เฟยล้มลงก่อนจะจัดการจนหมอนั่นสลบไป
สายตาคมตวัดมองร่างที่สลบไสลอยู่บนพื้น
เมื่อแน่ใจว่าอีกคนจะไม่สามารถลุกขึ้นโต้ตอบได้แล้วร่างโปร่งจึงเดินออกไป
แต่เพียงแค่คิมซองกยูหันหลังมือหยาบของคนที่คิดว่าสลบไปแล้วกลับล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อหยิบวัตถุทรงรีออกมา
“ถ้าฉันไม่รอดแกก็ต้องไม่รอด...คิมซองกยู”
ร่างโปร่งในชุดสูทสีดำสนิทก้าวลงจากเฮลิคอปเตอร์ทันทีที่ลงจอดบนพื้นดิน
พลางส่งสไนเปอร์ในมือให้ลูกน้องนำไปถือไว้
“ซองกยูส่งสัญญาณให้เราเข้าไปจัดการได้แล้ว” เอ่ยบอกกับมือขวาหนุ่มอีซองยอลที่ยืนอยู่ ข้างๆกันเป็นรถยุโรปคันหรูภายในมีร่างสองร่างนั่งอยู่อีกคนใบหน้าหวานที่เขาคุ้นเคย’ซองจง’ ส่วนอีกคนที่มีแผลที่มุมปากเนื้อตัวมีแต่รอยแผลเต็มไปหมด
คงจะเป็น’นัมอูฮยอน’ สินะ
“เข้าไปกันเถอะโฮวอน” พยักหน้าพลางตอบรับ
ก่อนทั้งสองจะก้าวไปยังโกดังพร้อมกัน กับลูกน้องอีกจำนวนหนึ่ง
“ไม่ต้องห่วงแล้วนะฮะพี่โฮวอนกับคุณซองยอลเข้าไปหาคุณคิมแล้ว”
เสียงหวานเอ่ยบอกพร้อมกับลูบเบาที่ต้นแขนของอีกคน
ดูก็รู้ว่าอูฮยอนเป็นห่วงคุณคิมมากแค่ไหนดวงตาหวานที่ไม่ละสายตาไปจากประตูโกดัง จิตใจกระสับกระส่ายกระวนกระวายอยู่ตลอด
“ฮะ” ถึงแม้จะตอบรับและพยักหน้าน้อยๆ
แต่ก็ยังไม่คลายความกังวลลงอยู่ดี
อีซองยอลและอีโฮวอนกำลังเดินตรงไปที่ทางเข้าโกดัง
แต่นี่มันก็สักพักแล้วคิมซองกยูควรจะออกมาแต่ก็ไร้วี่แวว
มันคงเป็นสัญญาณที่ไม่ดีนัก
ตู้ม!!
เสียงที่ดังกึกก้องตามมาด้วยควันสีเทาและฝุ่นที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
ทั้งโฮวอนและซองยอลต่างก็ก้มหมอบลงกับพื้นตามสัญชาติญาณ
ดวงตาคมมองไปยังโกดังตรงหน้าก่อนจะเห็นเปลวเพลิงสีแดงลุกท่วม
รีบสั่งลุกน้องของตนให้เข้าไปช่วยคิมซองกยูออกมาให้เร็วที่สุด
“ฉันจะเข้าไปข้างในส่วนแกไปจัดการคนในรถให้เรียบร้อย” เอ่ยบอกกับอีซองยอลก่อนที่ตนจะรีบวิ่งเข้าไปภายใน
มือขวาหนุ่มมองไปยังรถที่จอดอยู่นัมอูฮยอนพยายามจะวิ่งเข้าไปข้างในถ้าไม่มีซองจงยื้อไว้คงยากกว่านี้ ร่างโปร่งเดินไปที่รถก่อนจะจัดการให้คนขับรถพาคุณอูฮยอนกลับไปที่ตึกคิมบีดีกรุ๊ป
“นายไปกับคุณอูฮยอนด้วยนะ” เอ่ยบอกกับคุณหมอร่างเล็กแววตาดูกังวลเล็กน้อย
ก่อนจะเอื้อมมือไปจับบ่าอีกคนเบาๆ “ฝากดูแลคุณอูฮยอนแล้วนายก็..ดูแลตัวเองด้วย”
หัวใจดวงเล็กของลีซองจงกระตุวูบกับคำพูดของคนตรงหน้า
ก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ
“ขอให้ปลอดภัยนะฮะ ทั้งสามคน” หึ ทั้งสามคนหรอแต่...อย่างน้อยมันก็มีเขาอยู่ในนั้น
“ไม่..ฮรึก ผมไม่กลับ...จะเข้าไปช่วยซองกยู” เสียงหวานที่อ่อนแรงจากการร้องไห้อย่างหนัก
นัมอูฮยอนแทบจะเสียสติเขานั่งอยู่ในรถอยู่ดีๆตามคำบอกเล่าของคุณหมอร่างเล็กว่าทุกคนกำลังเข้าไปช่วยซองกยู แต่ทำไม... จู่ๆเสียงระเบิดก็ดังขึ้น
ดวงตาที่เห็นเพียงเปลวไฟที่ลุกท่วมโกดัง
มองเศษซากที่มอดไหม้ที่ละน้อยโดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้
ดวงตาหวานที่เอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำใสที่เอ่อคลอ
หากคุณหมอร่างเล็กไม่พยายามยื้อยุดไว้ นัมอูฮยอนคงจะเข้าไปอยู่ในนั้น
“ซองกยูเขาต้องไม่เป็นอะไรใช่มั้ยฮะ” น้ำตาที่ไหลพราก
คนตัวเล็กหันไปจับแขนของมือขวาหนุ่มเอาไว้พลางเขย่าแขนแกร่ง “สัญญาสิฮะว่าเขาจะไม่เป็นอะไร”
อีซองยอลได้แต่ก้มหน้า
เขาไม่กล้ารับปากดูเหมือนว่าระเบิดลูกสุดท้ายจะอยู่ในห้องนั้น
และถ้าเป็นแบบนั้นเขาก็รับปากไม่ได้จริงๆ
“คุณอูฮยอนกลับไปรอที่ตึกนะครับ...คุณต้องไป” ว่าจบอีซองยอลก็รีบวิ่งออกไปสมทบกับคนของโฮวอน
พลางสั่งการให้ลูกน้องจากแกงค์ระดมกำลังมาช่วยเพิ่มอีก
รถยุโรปคันหรูเคลื่อนตัวออกไปแล้ว ดวงตาหวานที่จับจ้องไปยังภาพด้านหลังจนลับสายตา
“พระเจ้าฮะขออย่าให้เค้าเป็นอะไร ขออย่าให้เค้าเป็นอะไร”
ตึก Kim.BD
Group
เหตุการณ์ในวันนั้นอีโฮวอนจัดการทุกอย่างจนเรียบร้อยในเวลาไม่กี่วัน ข่าวทุกสำนักข่าวเสนอเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นการลอบฆ่ามาเฟียหลี่เจิ้งซาน ไม่มีการเสนอข่าวเกี่ยวข้องกับแบล็กไดมอนด์
นัมอูฮยอนนั่งอยู่ในห้องนอนในตึกคิมบีดีกรุ๊ป
ห้องนี้มันกลับดูใหญ่ขึ้นถนัดตาเมื่ออีกคนไม่อยู่
มือเรียวได้รูปบกรูปของอีกคนขึ้นมา
เขาจะไม่ร้องไห้คิมซองกยูคงจะอยากให้เขาเข้มแข็งพอกับสิ่งที่อีกฝ่ายยกให้
ร่างเล็กเดินออกมาที่ห้องทำงานของคนรักก่อนจะนั่งลงบนโซฟา
เมื่อสักครู่อีซองยอลโทรมาบอกว่าจะนำเอกสารสำคัญมาให้
“สวัสดีครับ”
“หวัดดีฮะ”
“ผมเอาเอกสารสำคัญมาให้ครับ”
“ขอบคุณฮะ..คุณซองยอลพรุ่งนี้ช่วยพาผมไปหาเค้าได้มั้ย”
“ได้ครับ”
รถยุโรปคันหรูแล่นเข้ามาจอดในที่ที่นัมอูฮยอนขอให้มือขวาหนุ่มพามาบรรยากาศเย็นๆของช่วงเช้ากับสายลมอ่อนที่พัดมา
เศษใบไม้ที่ร่วงหล่นปลิวเกลื่อนกลาด
ขาเรียวก้าวมาหยุดอยุ่ที่หน้าป้ายหินมือเรียวลูบเอาเศษใบไม้ที่ปกคลุมออกไปจนหมด
ลูบอย่างแผ่วเบาที่รอยสลักของชื่อ ‘คิม
ซองกยู’ หยดน้ำตาที่วันนี้เขาพยายามจะกลั้นมันเอาไว้
มือเล็กวางช่อดอกไม้ที่ถือมาไว้ข้างๆก่อนจะนั่งลงบนพื้นดินโดยที่ไม่สนว่ามันจะเปื้อนแค่ไหน
รอยยิ้มที่มือขวาหนุ่มลงความเห็นว่ามันเป็นรอยยิ้มที่เศร้าที่สุดเผยออกมา
อีซองยอลเดินห่างออกไปรอที่รถเพื่อให้อูฮยอนมีเวลาส่วนตัว
รอยยิ้มของร่างบางเผยออกมาน้อยๆก่อนจะพูดอะไรบางอย่างออกมาราวกับเล่าเรื่องราวให้อีกคนฟัง ยังรู้สึกว่าซองกยูไม่ไปไหน
เราต้องไม่จากกันแบบนี้สิ มันเร็วเกินไปจน...ทำใจไม่ทัน
“คุณเหงามั้ยผมเหงามากเลยนะคิดถึงคุณจะแย่” มือเรียวยกขึ้นมาปาดน้ำตาที่ไหลออกมา กลืนก้อนสะอื้นลงไปในลำคอ “เดี๋ยวนี้กินอะไรก็ไม่อร่อย ฮึก...กลางคืนก็หนาว
ตอนเช้าผมยังเผลอบีบยาสีฟันไว้ให้คุณอยู่เลย ฮ่ะ..แย่เนอะ”
“ผมรักคุณมากนะคิมซองกยูคนบ้า
ผมไม่ต้องการหุ้นหรือเงินอะไรก็ตามที่คุณยกให้สักหน่อย ผมอยากให้คุณกลับมามากกว่า
ฮึก...ผมรักคุณนะซองกยู” น้ำตาหยดสุดท้ายที่ไหลรินลงบนพื้นหญ้าก่อนที่นัมอูฮยอนจะฟุบหน้าลงกับแผ่นหินอย่างเหนื่อยอ่อน
เปลือกตาบางปิดลงพร้อมกับวงแขนที่โอบกอดแผ่นหินเอาไว้ เสมือนตัวแทนของอีกคน
Talk; ไม่มีอะไรจะบอกนอกจากขอโทษที่มาช้า
เรารู้ตัวว่าช้ามากเลยค่ะต่อไปนี้จะพยายามมาอัพให้เร็วขึ้น
ขออนุญาตบอกว่าอย่าปาขวดมา5555 แต่ถ้ามันไม่ดราม่าพอก็ขออภัย
อย่าเพิ่งคิดว่ามันจบแล้วนะคะ
เราไม่ใช่คนที่ชอบอะไรดราม่าเท่าไหร่ติดตามกันต่อไปเถอะ(อ้อนวอน)
ตอนนี้เริ่มมีโฮวอน แล้วก็ยอลจงมา
และอีกเรื่องที่ต้องขออภัยคือ เรื่องนี้คู่ที่แต่งอาจจะไม่ใช่คู่หลักที่ส่วนใหญ่ชิปนะคะ
คือเราคิดมาตั้งแต่ตอนวางพล็อตมันต้องเป็นแบบนี้จริงๆ (ปาหัวใจ) เจอกันตอนหน้าค่ะ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น