What happen and What Going on
What happen and What Going on
Sunggyu x Woohyun
NC-17
anythingELF
ห้อง c028 – คณิตศาสตร์(sec1)
ห้องเรียนรวมวิชาคณิตศาสตร์ของนักศึกษาสาขาวิชาวิศวกรรม
มีอาจารย์หนุ่มร่างโปร่งนั่งอธิบายอยู่ต่อหน้านักศึกษาราวๆร้อยคน
ซองกยูเหลือบมองใบรายชื่อที่เขาเพิ่งจะเช็คไปหลังจากที่นักศึกษาเซ็นมันหมดทุกคนแล้ว แต่กลับสะดุดตาอยู่กับชื่อหนึ่ง
‘นัม อูฮยอน’ นักศึกษาปีสอง
สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ที่วันนี้เจ้าตัวไม่ได้เข้าเรียนคลาสของเขาอีกครั้ง
มันเป็นแบบนี้มาตลอดยกเว้นคลาสแรกที่ได้เจแหน้ากันแต่ไม่ใช่ว่าไม่พบกันเลยเขาเคยพบคุณนักศึกษานัมอูฮยอนในรั้วมหาวิทยาลัยบ้าง และเคยเข้าไปคุยกับเจ้าตัวถึงสาเหตุ ใครอาจจะมองว่าอาจารย์คิมซองกยูซื่อเบื้อ
ที่ไปเดินตามตื้อเด็กนักศึกษาให้มาเข้าเรียนและนักศึกษาที่ว่านั้นก็เป็นคนที่ใครๆต่างรู้จักดี
นัม
อูฮยอน
นัมอูฮยอนปีสองที่ชื่อเสียงเลื่องลือในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ว่า
เด็กคนนั้น‘ง่าย’ และมันก็แปลกที่อาจารย์หนุ่มคิมซองกยูผู้ที่เรียบร้อยในสายตาเด็กนักศึกษากลับสนใจนัมอูฮยอนคนนั้น
เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
มือเรียวกดปิดสวิตซ์วิชชวลข้างกายเมื่อจบคลาสแล้ว
อาจารย์หนุ่มเอ่ยบอกนักศึกษาทุกคนว่าจะมีควิช20คะแนนในครั้งหน้า
ก่อนเสียงโอดโอยจะดังมาให้ได้ยินเป็นปกติ
รอยยิ้มน้อยๆถูกยกขึ้นเป็นประจำเมื่อนักศึกษาสาวๆหลายคนวิ่งมาค้อมศีรษะให้อาจารย์หนุ่มของตนอย่างเปิดเผย ซองกยูไม่ได้สนใจมากนักร่างโปร่งก้มเก็บเอกสารบนโต๊ะให้เข้าที่เพื่อที่จะได้กลับบ้าน ก่อนที่เสียงเคาะประตูสองสามครั้งจะเรียกความสนใจจากคนที่กำลังง่าวนอยู่กับเอกสาร
‘ก็อกๆๆ’
“อ้าวฮยอง
มีอะไรหรอครับ” เงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่พลางมือเรียวสวยก็ดันกรอบแว่นตาให้กลับเข้าที่ ‘รุ่นพี่โจวคยูฮยอน’
หัวเราะ ‘หึ’ ในลำคอมองรุ่นน้องตรงหน้า
ซองกยูเป็นคนหน้าตาจัดว่าดีมากแต่ดันใส่ไอแว่นบ้านี่ทำให้ดูขรึมและโตกว่าอายุจริงอยู่เยอะแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เจ้าตัวหล่อน้อยลงเมื่อไหร่
แต่บวกเข้ากับพฤติกรรมที่แสนจะเรียบร้อยเหล้าไม่กิน
บุหรี่ไม่สูบและความใจดีที่อยากจะช่วยเหลือนักศึกษาแบบที่อาจารย์หลายๆคน หรือเกือบจะทุกคนไม่ทำกันนั่นก็คือการที่ไปตามตื้อนักศึกษาที่ทุกคนต่างรู้ประวัติดีว่าเป็นยังไงให้มาเข้าเรียน
ซองกยูเปรียบเหมือนแมลงตัวเล็กที่มองเห็นกองไฟเป็นสิ่งสวยงามและแมลงตัวนั้นก็กำลังจะบินเข้าไปหากองไฟ
และสุดท้ายไฟนั้นก็แผดเผาตัวมันเอง
ซองกยูเป็นแบบนั้น
“ฉันจะมาชวนนายน่ะ วันนี้เราจะไปเลี้ยงส่งอาจารย์ซีวอนกัน
เก็บของแล้วรีบตามมาเลยนะ” รุ่นพี่หนุ่มร่างสูงทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินจากไป
วันนี้มีงานเลี้ยงส่งอาจารย์รุ่นพี่ที่ได้ทุนไปเรียนต่อปริญญาเอกที่ต่างประเทศ และซองกยูก็คิดว่าเขาคงจะปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นเคย
เสียงเพลงดังกระหึ่มในผับแห่งหนึ่งย่านแหล่งท่องเที่ยวใจกลางกรุงโซล
หนุ่มน้อยร่างบางที่กำลังโยกย้ายร่างกายตัวเองไปตามจังหวะเสียงเพลงที่ร้อนแรงอยู่ท่ามกลางชายหนุ่มมากมายที่รายล้อม
และจ้องมองมาที่ร่างตรงหน้าอย่างหื่นกระหาย แสงไปหลากสีสาดส่องกระทบเข้ากับเรือนร่างบอบบางในชุดเสื้อยืดเนื้อบางที่แนบลู่เข้ากับลำตัว ‘นัม อูฮยอน’
รู้ดัว่ามีใครมองเขาอยู่บ้างและด้วยสายตาอย่างไรแต่นั่นก็สร้างความพอใจให้กับร่างเล็ก
ในเมื่อเขาจงใจให้เป็นแบบนั้นตั้งแต่แรก
“อ่ะ” เสียงเล็กดังขึ้นเพียงแผ่วเบาด้วยอารามตกใจจากสัมผัสที่มาแบบไม่ทันตั้งตัวทางด้านหลัง
เมื่อหันไปมองก็พบว่าเจ้าของมือหนาที่ตอนนี้วนเวียนอยู่แถวๆเอวบางก็คือ ‘รุ่นพี่มยองซู’ เพลย์บอยประจำคณะสุดหล่อ ทั้งหน้าตาดี รวย เรียนดี
แต่ยังไงเพลย์บอยก็คือเพลย์บอยรุ่นพี่คนนี้ควงคนไม่ซ้ำหน้าแถมใครๆก็ต่างพูดเป็นเสียงเดีวกันว่า
‘คนที่มยองซูอยากได้ เขาก็จะได้มาทุกครั้งไป’ และตอนนี้ก็ดูเหมือนว่า คิมมยองซู ‘อยากได้’ อูฮยอน
และครั้งนี้มยองซูก็ต้องได้
“มาคนเดียวหรออูฮยอน” เสียงห้าวแหบพร่าของคนด้านหลังที่ถือวิสาสะมายืนซ้อนแนบกับแผ่นหลังบางจนสัมผัสได้ถึงแผ่นอกแกร่งที่เสียดสีไปมาจนความร้อนในร่างกายมันเริ่มพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
ร่าเล็กพลิกตัวกลับหลังหันไปสบตารุ่นพี่หน้าหล่อแขนเรียวถูกเจ้าของของมันยกขึ้นวาดวงแขนรอบคอคนตรงหน้า
ทั้งสองจ้องตากันอย่างไม่ลดละ
เสียงหวานเอ่ยตอบคำถามของคนตรงหน้าทั้งที่แววตายังสบกันอยู่แบบนั้น
“มาคนเดียวฮะแต่...ไม่อยากกลับคนเดียว” คำตอบของคนตรงหน้าเรียกรอยยิ้มมุมปากของคนฟังได้ทันที
แววตาพราวระยับจ้องมองรุ่นน้องตรงหน้าสบเข้ากับประกายตากลมใสที่ยิ่งมองก็ยิ่งหลงใหลเหมือนกับว่ายิ่งตกลงไปในกับดักที่ยากจะขึ้นมาได้
กับดักที่ชื่อนัมอูฮยอน
มือเรียวดึงเอวบางเข้ามาประชิดตัวให้มากยิ่งขึ้นจนช่องว่างระหว่างพวกเขามันลดลงจนแทบจะไม่เหลือ
ไม่ว่าตอนนี้อะไรๆของเขากับรุ่นพี่มยองซูมันดูจะสัมผัสกันไปหมดซะทุกส่วน
“งั้นขอให้พี่ไปส่งนายได้หรือเปล่าอูฮยอน” แววตาที่คาดหวังคำตอบจากคนตรงหน้า
ก่อนรอยยิ้มจะเผยออกมาที่มุมปากเมื่อเขาได้รับคำตอบที่น่าพอใจมากในคืนนี้
“รบกวนด้วยนะครับพี่มยองซู” จ้องมองคนตรงหน้าด้วยแววตาที่แสดงออกถึงความต้องการไม่ต่างกัน
ก่อนที่เป็นรุ่นพี่ร่างโปร่งที่กระตุกมือเล็กๆให้เดินฝ่าฝูงชนตามตนเองออกมาท่ามกลางสายตาที่แสดงความเสียดายของชายหนุ่มหลายคนรอบฟลอร์เมื่อเหยื่อแสนหวานที่พวกเขาหมายตาถูกชายหนุ่มที่เพิ่งเข้าไปคุยไม่ถึงสองนาทีฉกตัวไปได้ง่ายๆ
“เห้ยสนุกหน่อยสิวะซองกยู” โจวคยูฮยอนตบบ่ารุ่นน้องพลางเลื่อนแก้วทรงสูงที่บรรจุน้ำสีอำพันมาวางไว้ตรงหน้าซองกยูที่ในมือถือแค่น้ำเปล่า แต่รุ่นน้องแสนซื่อของเขาก็ยังไม่ยอมแตะมันสักนิด
ซองกยูนี่มันจำศีลหรือยังไง
ท่ามกลางอาจารย์รุ่นราวคราวเดียวกันทุกคนมีหญิงสาวสวยหรือไม่ก็หนุ่มน้อยนั่งอยู่ข้างกายแทบจะทุกคนเว้นแต่ไอเจ้าของงานวันนี้เท่านั้นที่มีแฟนมาคุมถึงที่ แน่หล่ะอีฮยอกแจเป็นคนเดียวและคนแรกที่ถอดเขี้ยวเล็บหัวหน้าฝูงเสืออย่างชเวซีวอนได้ได้
แต่อีกคนที่น่าเป็นห่วงไม่แพ้กันก็คือรุ่นน้องที่อายุห่างกันราวๆสามปีที่นั่งอยู่ตรงหน้า
คิม ซองกยู
มือเรียวถูกยกขึ้นมาดันกรอบแว่นอย่างที่เคยทำเป็นประจำ
สายตาทรงอำนาจภายใต้ดวงตาเรียวรีมองไปรอบๆสถานที่แปลกตาที่ไม่ค่อยได้มาบ่อยนัก
ตอนนี้ซองกยูยอมรับว่าเค้าเกิดอาการเบื่อที่ต้องนั่งอยู่ในนี้เป็นเวลานานๆโดยที่ไม่มีอะไรน่าสนใจสักนิด
ไม่ใช่ว่าเค้าตายด้านกับเรื่องพวกนี้หรือยังไงเพียงแต่การแสดงออกแบบนั้นมันควรจะทำเฉพาะกับคนที่เรารักและจะจริงจังกับเรื่องชีวิตคู่ด้วยไม่ใช่หรือไง
มันอาจจะเป็นความคิดที่ฟังดูแล้วโบราณหรือล้าสมัยเมื่อในสมัยนี้กิจกรรมวันไนท์สแตนด์ถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติที่ใครๆก็ทำกัน
มีแต่ซองกยูที่คนอื่นๆมองว่าทึ่มเป็นคุณปู่ที่เอาแต่ยึดถือความคิดบ้าๆนั่นจนลืมหาความสุขใส่ตัวเอง
แต่ใครจะรู้ว่าความสุขของซองกยูมันเคยเกิดขึ้นเมื่อตอนที่เปิดภาคการศึกษาใหม่ๆในคลาสแรกที่เขาได้มีโอกาสเข้าสอน
และมันก็คือจุดเริ่มต้นของความสุขเล็กๆของคิมซองกยูจอมทึ่มที่มีโอกาสได้ลอบมองใบหน้าหวานตลอดทั้งคลาส
แต่นั่นก็เป็นเพียงครั้งเดียวที่ได้เห็นแต่ทว่าภาพนั้นยังคงอยู่ในความคิดความทรงจำขออาจารย์หนุ่มร่างโปร่งอยู่เสมอ
เพราะเมื่อเขาไม่เห็นเด็กคนนั้นในคลาสก็อดเป็นกังวลไม่ได้
จนกระทั่งต่อมาได้รู้ถึงประวัติและสิ่งที่ทุกๆคนในมหาวิทยาลัยพูดถึงเกี่ยวกับคนๆนั้น
ซองกยูก็รู้ตัวเหมือนกับว่ากำลังเล่นกับไฟ
และตอนนี้การที่เขาสนใจ‘นัมอูฮยอน’ก็เหมือนกับว่าปีกขอเขาข้างหนึ่งติดไฟไปเรียบร้อยแล้ว
แต่ถึงยังงั้นเขาก็ยังอยากจะลอง
ต่อให้สุดท้ายเปลวไฟนั้นจะแผดเผาทั้งตัวก็ตาม
“ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”
ซองกยูเอ่ยบอกกับรุ่นพี่ทั้งสองและอีโฮวอนที่นั่งอยู่ด้วยกัน ถึงแม้จะรู้ดีว่านี่ไม่ใช่มารยาทที่ดีนักที่แขกจะกลับก่อนเจ้าของงาน
และไม่กี่นาทีก่อนหน้าสิ่งที่ทำให้ร่างโปร่งตัดสินใจเสี่ยงต่อการถูกมองเป็นคนไม่เคารพรุ่นพี่ก็คือร่างเล็กที่คุ้นตาของลูกศิษย์
นัมอูฮยอนกำลังเดินออกไปพร้อมกับคิม มยองซู
“เห้ยกลับเร็วจังวะ” อีโฮวอนเอ่ยทักเพื่อนของตน เพระการที่ซองกยูทำแบบนี้มันดูไม่ค่อยจะดีนัก
“เกิดเรื่องที่บ้านนิดหน่อยว่ะ ว่าจะขับรถไปดูสักหน่อย” โกหกคำโตออกไปโดยไม่รู้ตัว ทุกครั้งที่เป็นเรื่องของนัมอูฮยอนคิมซองกยูมักทำอะไรออกไปแบบไม่รู้ตัวเสมอ
“เออๆ ไม่ว่ากันเว้ยคนเรามีธุระกันได้ เดินทางดีๆล่ะ” คยูฮยอนเอ่ยออกมาทำให้บรรยากาศคลายความตึงเครียดลงมานิด
ก่อนที่ซองกยูจะค้อมศีรษะให้รุ่นพี่ทุกคน
ตบบ่าเพื่อนรักของตนเบาๆก่อนจะรีบวิ่งออกที่ลานจอดรถ
ดวงตาคมสอดส่องมองหาร่างเล็กที่คุ้นตาแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่ปลายผม ก่อนที่จะมีอะไรแวบๆคล้ายเงาหรือกลุ่มคนอะไรสักอย่างเดินผ่านไปด้านหลัง
“นี่เราเมาหรือเปล่าอูฮยอน” เอ่ยถามเมื่อรู้สึกถึงอาการเซนิดๆของคนข้างๆ
แน่ล่ะต่อให้คอแข็งแค่ไหนเจอเหล้าชนิดนี้เข้าไปก็เสร็จทุกราย
รอยยิ้มร้ายกาจราวกับซาตานที่นัมอูฮยอนไม่มีวันได้เห็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อๆของรุ่นพี่มยองซู
“นี่พี่คงไม่ได้มอมเหล้าผมหรอกใช่มั้ยฮะ” คำพูดที่เอ่ยติดตลกของคนที่เริ่มจะรู้สึกว่าสติที่เลือนรางของตนเองมันมีความรู้สึกบางอย่างแทรกอยู่ภายในความมึนงงนั้น
คิมมยองซูเผยยิ้มร้ายออกมาทันทีที่คนข้างๆพูดแระโยคนั้นจบ
ฉลาดดีนี่...
“พี่จะมอมให้เราเมาไปทำไมครับคนดี...แบบนั้นหมดสนุกแย่เลย” คำพูดที่แฝงความนัยบางอย่างทำให้เกิดความรู้สึกกระตุกวูบบริเวณท้องน้อย ความรู้สึกบางอย่างเริ่มตีรวนขึ้นมา
เหงื่อกาฬผุดขึ้นมาตามขมับบาง
ไรผมที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อมากมายกับใบหน้าแดงจัดของนัมอูฮยอน และลมหายใจที่เริ่มติดขัดกับหอบหายใจแรงขึ้นเรื่อยๆ
ออกฤทธิ์แล้วสิ
“ไหวมั้ย เราดูแปลกๆนะ” คิมมยองซูแสร้งทำเป็นถามรุ่นน้องร่างบางข้างกายที่ตอนนี้ร่างกายเริ่มแสดงอาการตอบสนองต่อฤทธิ์ยาที่โดนเข้าไปโดยไม่รู้ตัว
ยาที่จะทำให้เขาสนุกกับร่างกายของคนตรงหน้ายิ่งขึ้น
‘พลั่ก’
อูฮยอนผลักรุ่นพี่คิมมยองซูไปอีกฝั่งจนแผ่นหลังของชายหนุ่มแนบชิดกำแพงก่อนที่ริมฝีปากบางจะบดเบียดลงไปอย่างร้อนแรงบนริมฝีปากของอีกคน
เรียวลิ้นเล็กเกี่ยวกระหวัดอย่างรุนแรงจนมยองซูพอใจกับผลงานที่ตนสร้างขึ้นร่างสูงพลิกตัวอูฮยอนให้แผ่นหลังเล็กเป็นฝ่ายชิดกำแพงก่อนจะละริมฝีปากออกมา
น้ำใสๆจากปากของอีกคนที่ติดออกมาจนเลอะมุมปากสีจัด
มยองซูยกขาเรียวขึ้นข้างหนึ่งโฉบริมฝีปากไปแต่งแต้มรอยรักสีแดงบนลำคอระหงส์อย่างจาบจ้วง
สัมผัสที่รุนแรงยิ่งเป็นเหมือนตัวกระตุ้นแรงอารมณ์ของร่างเล็กให้ลุกโชนขึ้นเหมือนกองไฟร้อนระอุที่มีคนเอาน้ำมันไปราดมันซ้ำอีกครั้ง
“ฮ่ะ....อ่ะพี่มยองซูอ่ะ..อือ” มือเล็กเลื่อนลงมาจับที่เข็มขัดของร่างสูงแต่ก็โดนมือหนามาจับไว้พร้อมกับที่รุ่นพี่มยองซูส่ายหน้าไปมา มือหนาลูบศีรษะคนตรงหน้าอย่างแผ่วเบา
“อย่าใจร้อนสิอูฮยอน
อดใจรออีกแป๊ปเดียวรับรองนายจะสนุกจนลืมไม่ลงแน่ๆ หึ” ประโยคแปลกของคนตรงหน้าที่อูฮยอนไม่เข้าใจมันเท่าไรนัก
จนกระทั่ง..
“พี่มยองซู”
“ชู่วววว
พี่รับรองว่านายจะต้องชอบแน่ๆ” รอยยิ้มร้ายเผยให้เห็นพอๆกับที่อูฮยอนพยายามจะดันตัวออกจากแรงกอดรัดของคนตรงหน้าแต่ก็ไม่เป็นผล
ร่างสูงเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีท่าทีขัดขืนก็ยิ่งรัดตัวอุฮยอนไว้แน่นขึ้น
“ปะ...ปล่อย”
“นายต้องการพี่รู้ดี...อย่ามาทำเป็นไม่เคยหน่อยเลยอูฮยอนนายน่ะมันเน่าเฟะจนเกินจะมาหวงตัวแล้ว”
คำพูดเสียดแทงใจที่เคยได้รับมาตลอดเพียงแต่ว่าครั้งนี้เขาโดนตอกหน้าด้วยคำพูดนี้ตรงๆ ตรงหน้า ต่อหน้า ไม่ใช่หลับหลัง
“พี่ไม่รู้จักผมดี”
“หึพี่รู้จักนายดี ร่าน!!
ไม่งั้นจะยอมออกมากับผู้ชายที่คุยด้วยไม่ถึงสองนาทีหรือไง” เสียงห้าวตวาดใส่เด็กน้อยตรงหน้า
อูฮยอนใบหน้าขึ้นสีจัดเพราะความโกรธทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ใบหน้าหวานก็ถูกแต่งแต้มด้วยสีแดงก่ำแล้วแต่นั่นเป็นเพราะแรงอารมณ์ใคร่
“แต่ไม่ใช่แบบนี้..ปล่อย”
“อย่าให้ต้องใช้ความรุนแรงเลยอูฮยอน มีผัวพร้อมกันหลายๆคนไปเลยสิ
ใช้ชีวิตเน่าๆของนายให้มันคุ้ม” ดวงหวานเสมองไปทางอื่น
คนตรงหน้าพูดถูกชีวิตเน่าๆแบบนี้ใครมันจะเห็นค่า ยังไงมันก็เน่ามากพออยู่แล้วลองให้มันเละอีกสักหน่อยจะเป็นอะไรไหม
คำพูดดูถูกจากคนอื่นมันยิ่งทำให้อูฮยอนอยากจะทำตัวร่านให้สมกับที่ใครๆตราหน้า
ร่างกายที่ใครก็คิดว่าผ่านมือใครต่อใครมามากมายทั้งๆที่คนพวกนั้นแทบจะไม่รู้จักเขาเลยสักนิด การที่ปล่อยให้คนอื่นมาดูถูกตัวเองเป็นสิ่งที่เขาทนมาทั้งชีวิต
แต่นัมอูฮยอนจะไม่ดูถูกตัวเองเด็ดขาด
“ถ้าจะมาหลายคนแบบนี้ คนแรกผมขอให้เป็นพี่ได้มั้ยครับพี่มยองซู” ดวงตาหวานเยิ้มถูกส่งไปให้คนตรงหน้า
มยองซูยกยิ้มอย่างพึงใจเมื่ออีกคนยอมแต่โดยดี
“ได้สิ แล้วพี่จะทำให้นายจำพี่ไปจนวันตายเลยอูฮยอนอา” มือหนาลากแขนอีกคนให้เดินตามไปยังตึกร้างข้างๆไนต์คลับ
แต่ก็ถูกร่างเล็กยื้อไว้
“ทำตรงนี้เลยครับ..ผะ..ผมทนไม่ไหวแล้วฮ่ะ..นะครับ” สิ้นเสียงเอ่ยอ้อนวอนของร่างเล็กตรงหน้ามยองซูดันอีกคนให้เข้าไปชิดผนังอีกครั้ง
ริมฝีปากอุ่นร้อนบดเบียดลงไปที่กลีบปากอิ่มเพียงครู่ก่อนจะเปลี่ยนมาจัดการที่ลำคอขาวแทน ฝ่ามือหยาบสอดเข้าไปในเสื้อยืดตัวบาง คิมมยองซูย่ามใจพลางจัดการคนตรงหน้าอย่างใจเย็น
ใบหน้าหวานที่แสดงสีหน้ารังเกียจออกมาโดยที่มยองซูไม่มีโอกาสได้เห็นมันก่อนที่อูฮยอนจะเป็นฝ่ายพลิกตัวมยองซูให้ติดกับกำแพงปูนเย็นชืด
กดริมฝีปากบางลงไปอย่างร้อนแรง มือเล็กเลื่อนไปจับที่ไหล่หนาขยุมเสื้อแจ๊กเก็ตหนังพลางเลื่อนฝ่ามือขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงกลุ่มผมสีดำสนิท
นัมอูฮยอนกำมันต็มแรงก่อนจะจับศีรษะคนตรงหน้าโขกเข้ากับผนังปูนอย่างแรง
ใช้จังหวะที่อีกฝ่ายล้มลงวิ่งหนีออกมา
“โอ้ย มึงเล่นตัวนักนะ” มยองซูมองร่างเล็กที่วิ่งออกไป
ก่อนจะตะโกนสั่งเพื่อนๆของตนที่ยืนรออยู่ด้านนอกให้รู้ “จับมันไว้”
สองขาเล็กรีบวิ่งพาตัวเองออกจากที่ตรงนั้นแทบจะทันที
ก่อนจะมาเจอกับชายร่างใหญ่สามคนที่ดักทางอยู่ตรงหน้า
ก่อนที่พวกมันจะเข้ามาจับตัวเขาไว้จนดิ้นหนีไปไหนไม่ได้
“คิดว่าจะรอดหรือไง หึ” มยองซูเดินกุมหัวของตัวเองออกมา ตามนิ้วมือมีของเหลวสีแดงไหลออกมาไม่หยุด “เล่นกูซะหัวแตกเลยมึง”
‘ปัก!!’
หมัดหนักส่งมากระทบกับหน้าท้องจนอูฮยอนล้มลงไปกองกับพื้นจนตัวงอ
ชายสามคนปล่อยร่างเล็กให้เป็นอิสระและเป็นมยองซูที่เดินมาคร่อมเขาเอาไว้ ใบหน้าหล่อที่ตอนนี้มันน่าขยะแขยงราวกับปีศาจก้มต่ำลงมาใกล้
อูฮยอนใช้จังหวะที่อีกคนเผลอยกเท้าถีบมยองซูออกไปก่อนจะรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายวิ่งออกไปให้เร็วที่สุด
‘พลั่ก!!’
“อ่ะ..โอ้ย” ร่างเล็กล้มลงทันทีเมื่อชนเข้ากับใครบางคนเสียเต็มแรง อาการปวดจุกแล่นขึ้นมาทันทีอูฮยอนพยามลุกขึ้นเพื่อจะวิ่งต่อแต่ก็ไม่ไหว
เสียงของพวกมัยวิ่งตามมาเรื่อยๆ
ราวกับตอนนั้นหนึ่งวินาทีก็ยาวนานเหลือเกินเมื่อเขาทำได้แค่นั่งฟังเสียงของพวกมันเดินมา
แต่ก่อนที่เสียงนั้นจะใกล้เข้ามาเรื่อยๆก็มีมือหนาของใครบางคนฉุดให้อูฮยอนลุกขึ้นก่อนจะพาวิ่งไปขึ้นรถซีดานที่จอดอยู่ไม่ไกลจากจุดนั้นอย่างรวดเร็ว
นัมอูฮยอนวิ่งตามชายหนุ่มที่ตนเองก็ไม่รู้ว่าเป็นใครมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา
ขอเพียงแค่รอดจากไอ้เลวพวกนั้นก็พอ
แต่คนตรงหน้านี้ช่วยเขาไว้เพราะฉะนั้นผู้ชายคนนี้ก็
น่าจะไว้ใจได้ไม่ใช่หรือไง
เสียงประตูรถซีดานหรูปิดลงกระแทกอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นก่อนเจ้าของรถจะขับมันออกไปอย่างรวดเร็ว
รถยนต์คันหรูสีขาวขับเลียบมาตามถนนหลวงๆด้วยความเร็วสูงก่อนจะค่อยๆกลับสู่ความเร็วปกติเมื่อเข้าเขตชานเมือง
จนกระทั่งร่างเล็กรู้สึกว่ารถมันหยุดลงที่ข้างๆทางบนถนนแห่งหนึ่งห่างจากใจกลางโซลราวๆสามสิบนาที บางทีเขาอาจจะต้องลงไปแล้วก็ได้ผู้ชายคนนี้ช่วยเขาเต็มที่แล้วแหละ
ร่างเล็กหันหน้าไปมองผู้ที่ช่วยเหลือเขาไว้หวังว่าจะขอบคุณสำหรับการช่วยเหลืออูฮยอนครั้งนี้ที่เขาจะไม่มีวันลืม คนข้างๆที่พาอูฮยอนหนีมาจนพ้นโดยที่ยังไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าสักนิด
ร่างเล็กหันไปก่อนดวงตาคู่หวานจะสบเข้ากับดวงตาเรียวที่คุ้นเคย
“อาจารย์ซองกยู”
เสียงเรียกที่แผ่วเบาจนแทบจะเป็นเสียงครางดังออกมาจากร่างเล็กที่นั่งอยู่เบาะด้านข้างคนขับ
ซองกยูหันหน้ามามองคนที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกศิษย์ของเขา ใบหน้าหวานที่ขึ้นสีนิดๆ
เหงื่อโทรมท่วมกายกับแรงสั่นน้อยๆที่หัวไหล่
คงไม่ได้โดนยาปลุกเซ็กส์มาใช่มั้ย
“ผมเองคุณอูฮยอน คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า” อูฮยอนจ้องมองแวตาของอีกคนที่ยามมองมาที่เขาแล้วเหมือนกลับมีแววของความห่วงใยเจือปนอยู่ อูฮยอนไม่อยากจะเข้าข้างตัวเอง แต่เขาเห็นจริงๆ
ในดวงตาเรียวภายใต้กรอบแว่นสีดำสนิทนั้น
อูฮยอนอ่านมันออก
“ผะ..ผมไม่เป็นไรครับ ขอบคุณมากนะครับที่ช่วย” ร่างเล็กเอ่ยขอบคุณอาจารย์ซองกยูก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตูรถ แต่ก็ถูกมือหนาจับไว้เสียก่อน
“คุณจะไปไหนคุณนัม” ซองกยูจับไหล่อูฮยอนไว้ก่อนที่อีกคนจะก้าวลงจากรถไป
เขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะท้านของกายบางและมันก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อเขาถูกตัวอูฮยอน
“ผมคิดว่าผมควรลงไปตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่าครับ ขอบคุณอีกครั้งนะฮะ” อูฮยอนหันไปพูดกับซองกยู
เขาพยายามหลบตาอีกคนทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เขาแอบมองอยู่ตลอด
และในอารมณ์แบบนี้เขายิ่งไม่ควรอยู่ใกล้อาจารย์ซองกยูให้ต้องแปดเปื้อนเปล่าๆ
“อย่าลงไปมันไม่ปลอดภัย”
“ให้ผมลงไปเถอะครับ
ผมไม่อยากให้อาจารย์ลำบากใจ” นัมอูฮยอนพยายามเอ่ยคำพูดที่ติดขัดออกมาให้ชัดเจนที่สุด
โดยที่ยังไม่ยอมหันหลังไปมอง
“ผมไม่ลำบากใจ” ซองกยูเอ่ยอย่างไม่ยอมแพ้
ถึงยังไงตอนนี้เขาก็จะไม่ยอมให้อูฮยอนลงไปเดินอยู่บนถนนคนเดียวเด็ดขาด
เพราะเขารู้ว่าวันนี้คนตรงหน้าต้องเจอกับอะไรมาบ้าง
และอูฮยอนอยู่ในภาวะแบบไหนแผ่นหลังเล็กที่เคยตั้งตรงอยู่เสมอตอนนี้กลับสั่นไหวน้อยๆ
ด้วยฤทธิ์ของอะไรบางอย่างที่อยู่ภายในตัว
อะไรบางอย่างที่ยากจะควบคุม
“แต่ผมลำบากใจฮะ ได้โปรดเข้าใจผมด้วย” อูฮยอนยกมือปาดหยดน้ำใสที่ไหลออกมาอย่างลวกๆ
ก่อนจะทำท่าลงไปอีกครั้งแต่ทว่าคิมซองกยูจะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นแน่นอน
“ผมเป็นห่วงคุณ...คุณนัม ให้ผมช่วยคุณเถอะ” คำพูดของอาจารย์หนุ่มทำให้อูฮยอนหยุดชะงักเพื่อตีความหมายของคำพูดนั้น
ก่อนร่างเล็กทั้งร่างจะหันไปสบตากับคนด้านหลัง
“อาจารย์อย่ายุ่งกับผมเลยครับ
ผมไม่คู่ควรกับความช่วยเหลือของอาจารย์....ไม่สักนิด”
ซองกยูมองสบลูกแก้วสีน้ำตาลมีชีวิตที่บัดนี้เอ่อคลอไปด้วยหยดน้ำตาที่กำลังจะกลั้นมันไว้ไม่อยู่ อะไรกันนะที่ทำให้เด็กคนนี้คิดแบบนี้
“คุณคู่ควรกับมัน...มันเป็นแบบนั้นมาตลอด”
“แต่ผม...” มือเรียวสวยยกขึ้นปิดปากร่างเล็กเบาๆ
ดวงตาเรียวสื่อความหมายไปถึงอีกคน
“แต่ผมชอบคุณ” คำสารภาพของคนที่อายุห่างกันเจ็ดปีและยังมีศักดิ์เป็นอาจารย์ทำให้อูฮยอนตกใจไม่น้อย
ดวงตาเรียวที่สื่อความหมายว่าจริงจังเพียงใดกับประโยคที่เพิ่งพูดออกมา
“อะ..อาจารย์”
“หืม..”
“ผมมันสกปรก
อย่ายุ่งกับผมเลย”
ดวงตาคู่หวานหลุบลงต่ำโดยมีจุดรวมสายตาอยู่ที่เบาะสีครีม
นัมอูฮยอนยอมรับว่าตอนนี้ไม่อยากจะมองตาคู่นั้นเลยจริงๆ คนอย่างอาจารย์ซองกยูดีเกินไป
ดีเกินกว่าที่จะมายุ่งกับคนที่ชีวิตไม่มีอะไรดีแบบเขา
“หยุดว่าตัวเองได้แล้วอูฮยอน แค่คนอื่นว่ายังไม่พออีกหรือไงอย่าดูถูกตัวเองแบบนี้”
ซองกยูพูดอย่างไม่ชอบใจที่คนตรงหน้าพูดจาดูถูกตัวเอง
มือเรียวสวยเชยคางมนให้หันกลับมาสบตากัน
ดวงตาเรียวมองลึกเข้าไปในดวงตาที่หม่นแสงของอีกคน
แววตาสั่นระริกที่แอบแฝงไปด้วยแรงอารมณ์ยังคงสื่ออกมาได้ชัดเจนถึงแม้จะมีม่านน้ำตามาบดบังก็ตาม
“…”
“คุณมีค่าสำหรับผมนะ”
ซองกยูเอื้อมมือผ่านเอวบางไปดึงประตูรถให้ปิดสนิท พร้อมๆกับริมฝีปากที่กดทับลงไปอย่างแผ่วเบาราวกับจะถ่ายทอดความเชื่อมั่นที่เขามีต่อคนตรงหน้า
ขอแค่อูฮยอนรู้ว่ายังมีเขาอีกคนที่ไม่ได้มองอูฮยอนเป็นแบบที่ใครๆมอง
สัมผัสอบอุ่นบนริมฝีปากคือสิ่งที่ร่างเล็กรู้สึกได้
หยาดน้ำตาไหลผ่านแก้มนิ่มลงมาจนกระทบกับแก้มสากของอาจารย์ซองกยู
ร่างสูงถอนริมฝีปากออกมาก่อนจะใช้นิ้วเกลี่ยน้ำตาออกให้พ้นใบหน้านวล เสียงหอบหายใจหนักดังมาจากร่างเล็กข้างๆ
ทั้งที่เมื่อกี้นี้เขาไม่ได้จูบอูฮยอนแรงแต่เดาได้ไม่ยากว่าคงจะเป็นยาที่เจ้าตัวโดนมา
“ผมคู่ควรกับมันจริงๆหรอ” อูฮยอนเงยหน้าสบตากับอีกคน ลองมองเข้าไปในดวงตาของอีกคนราวกับว่าหวังจะให้มันสื่อไปถึงหัวใจ
ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของคนตรงหน้า
และอูฮยอนก็หวังว่าสิ่งที่ซองกยูพูดมามันจะไม่จริงเพราะสำหรับเขา
ความรักมันน่ากลัว
“ถ้าผมคู่ควรกับความรู้สึกของคุณ ก็ช่วยพิสูจน์ให้ผมเห็นสิครับอาจารย์ซองกยู”
สิ้นสุดเสียงหวานคิมซองกยูดันร่างของอูฮยอนให้แนบติดกับเบาะก่อนจะปรับเอนที่นั่งจนสุด
ร่างโปร่งย้ายตัวเองมานั่งคร่อมที่เบาะข้างคนขับลมหายใจหอบหนักที่รินรดใบหน้ากันและกันจนรู้สึกได้ ซองกยูมองใบหน้านวลที่ขึ้นสีอย่างน่าดูในหัวสมองว่างเปล่ามีเพียงคำพูดเมื่อสักครู่ของคนตรงหน้าที่ดังวนอยู่ในหัวราวกับเปิดเทปม้วนเดิมซ้ำไปซ้ำมา
คำพูดที่บอกให้เขาพิสูจน์ว่านัมอูฮยอนคู่ควรกับความรู้สึกนี้
เขาจะทำ...
ใบหน้าหล่อที่โน้มต่ำลงมาใกล้คนใต้ร่างเรื่อยๆจนชนเข้ากับปลายจมูกรั้น อูฮยอนมองสบตาคนอายุมากกว่า
แววตาสั่นระริกกับหยดน้ำใสๆที่เอ่อคลอหน่วยตามันทำให้ร่างเล็กยิ่งดูน่ามอง
ริมฝีปากร้อนจัดบดเบียดเข้าหาริมฝีปากของคนด้านล่างลิ้นร้อนดูดดุนกับเรียวลิ้นของคนอายุน้อยกว่าภายในโพรงปากสีหวาน
กวาดต้อนเอาความหวานภายในออกมาก่อนรสจูบแสนหวานจะค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นจูบที่เร่าร้อน
และรุนแรง
ซองกยูจูบเก่งจนอูฮยอนอดแปลกใจไม่ได้เพราะอาจารย์ซองกยูผู้แสนจะเฉยชา สวมแว่นที่เชยเฉิ่มจะเร่าร้อนแบบนี้
“อ่ะ..อื้ม..ฮ่ะ”
เสียงหวานหลุดรอดออกมาจนคนที่ได้ยินมันเผยรอยยิ้มแห่งความพอใจออกมา
ซองกยูบดเบียดริมฝีปากเข้าไปอีกครั้งเมื่อรู้สึกว่ายังไม่พอ
อูฮยอนเอียงศีรษะตามที่คนด้านบนบังคับทิศทางเพื่อรับจูบของอาจารย์ของเขา
“อ่า...อืม อูฮยอน”
ซองกยูถอนริมฝีปากออกมาอย่างเสียดาย มองร่างเล็กตรงหน้าเรียวปากหนาบวมเจ่อกลายเป็นสีแดงสดจากการจูบเมื่อรักครู่
ทำให้ตอนนี้ภาพของเด็กน้อยที่นอนหอบหายใจแรง ภายใต้การกักขังของท่อนแขนแกร่ง
เป็นภาพที่ซองกยูอยากจะเห็นทุกวันนับจากนี้ไป
“เพิ่งรู้นะฮะว่าหนุ่มแว่นก็จูบเก่งเหมือนกันหรือว่า...จะเก่งแค่จูบ”
สายตาถือดีที่ใช้จ้องมองมาทำเอาซองกยูอยากจะจับนัมอูฮยอนมาทำให้ร้องครางจนหาคำพูดเสียดสีเขาไม่ได้
“คอยดูต่อไปเถอะอูฮยอนว่าผมจะเก่งแค่จูบหรือเปล่า”
มือเรียวค่อยๆเลิกเสื้อยืดตัวบางของคนด้านล่างขึ้นมาเรื่อยๆจนเห็นหน้าท้องขาวเนียนกับเอวบางกว่าผู้ชายทั่วไปมาก
ไปหน้าคมค่อยๆฝังลงไปบนต้นคอคนด้านล่างใช้ริมฝีปากดูดดึงผิวเนื้อเนียนจนเกิดรอยแดง
จมูกคมปัดผ่านขมับชื้นเหงื่อก่อนจะฝังลงบนไหปลาร้า
สายตาคมที่จ้องมองเหมือนกับว่าไม่ใช่อาจารย์ซองกยูที่เขารู้จัก แววตาคู่นี้มันเปลี่ยนไปจากเดิม แต่อูฮยอนไม่ได้รู้สึกกลัวแต่กลับมีความรู้สึกถึงแรงอารมณ์บางอย่างระหว่างพวกเขาสองคนที่ตอนนี้ยากจะหยุดได้
“อ่ะ..อาจารย์เปลี่ยนใจยังทันนะฮะฮ่ะ..”
เสียงหวานที่ขาดห้วงเพราะแรงอารมณ์เอ่ยขึ้น
พลางมองหน้าคนที่อยู่ทางด้านบน
อาจารย์ซองกยูจ้องมองเขาด้วยสายตาที่ลึกลับจนคนถูกมองรู้สึกวาบหวิว
“ผมไม่เปลี่ยนใจหรอก”
มือหนาลูบศีรษะคนใต้ร่างอย่างอ่อนโยน “และคุณก็คงไม่อยากให้ผมหยุดหรอกใช่มั้ยครับ...คุณนัม”
พูดจบคิมซองกยูก็กดจูบลงไปบนเรียวปากสวยอีกครั้งพร้อมๆกับมือหนาที่เลื่อนต่ำลงไปอยู่ตรงบริเวณขอบกางเกงยีนส์สีดำสนิท
เรียวลิ้นหนาที่หลอกล่อให้อีกคนเคิบเคลิ้มจนตายใจ
กว่าจะรู้ตัวก็จนกระทั่งสกินนี่สีดำถูกถอดออกไปจากตัวแล้ว
มือหนาที่เคลื่อนไหวอยู่รอบเอวบางก่อนจะวกเข้าไปในเนื้อผ้าสีขาวของกางเกงชั้นในตัวบางที่เหลือไว้ปกปิดส่วนอ่อนไหวเพียงชิ้นเดียว
“ฮ่ะ...อ๊ะ”
นัมอูฮยอนร้องเสียงหลงเมื่ออาจารย์ซองกยูแกล้งจับที่ส่วนนั้นอย่างรุนแรงโดยที่เขายังไม่ทันตั้งตัว
มือหนาจับเข้าที่ส่วนอ่อนไหวทันทีที่มืออีกข้างถอดชั้นในตัวบางออกไปได้
ขยับรูดรั้งเบาๆให้คนอายุน้อยกว่าดิ้นพล่านอยู่ในอ้อมกอด
“อ๊ะ...ซองกยู..อ๊าาา”
อูฮยอนเปล่งเสียงร้องจากความเสียวซ่านออกมา
ใบหน้าหวานหันไปซุกซบกับประตูรถอีกข้างพลางกำสายเข็มขัดนิรภัยไว้แน่น
ราวกับจะให้มันเป็นที่ยึดเหนี่ยวจากความรู้สึกเสียวซ่านที่รุนแรงตอนนี้
กายบางเผลอไผลกระตุกตอบรับยามที่อีกคนแกล้งชักรูดมันด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นกะทันหัน เปลือกตาบางหลับลงสนิทเค้าไม่กล้ามอหน้าอาจารย์ซองกยูตอนนี้ถึงแม้อยากจะมองสักแค่ไหนก็ตาม
“แบบนี้ดีมั้ยเด็กดี..คุณชอบหรือเปล่า”
คำถามแสนน่าอายที่จะตอบออกไปมาพร้อมกับแรงรูดรั้งเป็นจังหวะให้ร่างกายกระตุกเล่นจนเขินอาย
รอยยิ้มมุมปากของอาจารย์ซองกยูยกยิ้มขึ้นเมื่อลูกศิษย์สุดที่รักของเขาเผยใบหน้าที่สุขสมและครางชื่อเขาออกมา
“ฮั่ก..อ่ะ..ผะ.ผมชอบฮะ..อ่ะได้โปรด”
นัมอุฮยอนเอ่ยเว้าวอนเมื่ออยู่ๆแรงรูดรั้งที่ทำให้เขาเสียวซ่านจนแทบจะถึงฝั่งฝันกลับหยุดลงดื้อๆ
ดวงตากลมมองตามซองกยูที่ลุกขึ้นออกจากตัวของเขาแล้วย้ายตัวเองไปที่เบาะด้านหลัง
สายตางุนงงที่ราวกับจะถามว่าอูฮยอนควรทำยังไงต่อก็ถูกแทนที่ด้วยภาพที่อาจารย์ซองกยูเอื้อมมือขาวมาปลดเข็มขัดหนังออกจากตัวก่อนจะโยนมันมาไว้ที่เบาะคนขับ
ก่อนจะยกตัวเล็กน้อยรูดรั้งกางเกงยีนส์สีเข้มออกจากตัว
นัมอูฮยอนมองภาพนั้นนิ่งค้างภาพที่อาจารย์ซองกยูกำลังปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตนเองออก
ก่อนดวงตาหวานจะเห็นแกนกายขนาดใหญ่ที่ค่อยๆโผล่พ้นจากเนื้อผ้าออกมา
“เด็กดี..คุณก็รู้นี่ว่าต้องทำอะไร”
ดวงตาเรียวเสมองร่างเล็กที่นั่งอยู่ที่เบาะด้านหน้าทั้งที่ร่างกายเปลือยเปล่า นัมอูฮยอนพอจะเข้าใจความหมายแฝงในประโยคนั้นจึงค่อยคลานข้ามเบาะไปยังด้านหลัง
กายบางสั่นสะท้านเพราะอารมณ์ที่ลุกโชนกับร่างกายเปลือยเปล่าที่กระทบเข้ากับแอร์เย็นแบบนี้ยิ่งทำให้อูฮยอนสั่นน้อยๆ
และมันก็ยิ่งน่าเอ็นดู
คนตัวเล็กนั่งอยู่ที่พื้นพรมด้านล่างของรถซีดานสุดหรูก่อนจะเอื้อมมือไปจับแกนกายของคนตรงหน้าแผ่วเบา
ซองกยูจ้องมองอุ้งมือเล็กๆที่กอบกุมส่วนอ่อนไหวของเขาเอาไว้
นัมอูฮอยนลูบไล้มันตามความยาวแผ่วเบาจนอีกคนตัวสั่นสะท้าน
“อ่ะ..อูฮยอน”
ซองกยูตราปรือปรอยจากความเสียวซ่านของมือเล็กๆที่เล่นซนไม่หยุด
แขนแกร่งยกตัวอีกคนให้ขึ้นมานั่งบนเบาะและตัวเขาเองก็ขยับไปด้านหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับประตูรถ
อูฮยอนส่งแกนกายขนาดใหญ่ที่ชูชันเต็มที่แล้วเข้าไปในโพรงปากอุ่น ลิ้นร้อนไล้เลียส่วนอ่อนไหวที่แข็งขึงราวกับไอศกรีมรสโปรด
“ฮ่ะ..อืม..เด็กดีอ่าคุณเก่งเกินไปแล้ว..อ่ะ”
ซองกยูเอ่ยชมอีกคนแม้จะอยู่ในห้วงอารมณ์เสียวซ่าน
นัมอูฮยอนดูดดึงส่วนปลายพลางโน้มตัวไปหาคนด้านหน้า
ลิ้นเล็กไล้วนอยู่ที่ส่วนหัวแบบนั้นก่อนจะดูดดึงอย่างแรงอีกครั้งจนคนที่ถูกกระทำกระตุกแรงๆทีท้องน้อย
“อ่ะ..อ่า
แสบนักนะคุณนัม”
“อาจารย์แกล้งผมก่อนนี่ฮะ”
นัมอูฮยอนยิ้มร้ายก่อนจะดูดดึงที่แกนกายต่อไป
ศีรษะของคนอายุน้อยกว่ากดลงรัวเร็วแบบนั้นเรียกความเสียวซ่านได้เป็นอย่างดีก่อนที่คิมซองกยูจะกระตุกสองสามครั้งจนปลดปล่อยออกมาเต็มโพรงปากเล็ก อูฮยอนรู้สึกถึงของเหลวอุ่นๆที่ฉีดพ่นเข้ามาในโพรงปากอย่างมากมายจนมันล้นทะลักออกมาเปรอะเปื้อนส่วนอ่อนไหวของอีกคนที่มันยังคาอยู่ในปากเขา ก่อนจะค่อยๆถอนออกมา
“ฮ่ะ..อ่ะ.อ่า..อูฮยอนอืมม..อ่ะ”
คนช่างแกล้งลอบมองอาจารย์ของเขาที่นั่งหอบพิงกับประตูรถอีกฝั่ง ร่างเล็กๆที่เปลือยเปล่ามีรอยแดงๆตามตัวราวกับลูกแมวน้อยค่อยๆคลานเข้าไปใกล้ร่างโปร่ง
มือเรียวโน้มคอคนตรงหน้าลงมาก่อนจะประกบจูบที่แสนเร่าร้อนลงไปอีกครั้ง
แลกเปลี่ยนรสชาติที่อูอยอนเพิ่งได้รับมา
สะโพกเล็กอวบอิ่มยกขึ้นตามแรงอารมณ์ที่เขาโน้มไปหาซองกยู
“ฮ่ะ..อ่ะ อื้มม”
ร่างสูงตอบรับจูบของอีกคนเป็นอย่างดีซองกยูใช้มือซ้ายกอดเอวอีกคนไว้ส่วนมือขวา
ร่างโปร่งวกอ้อมมันไปทางด้านหลังนิ้วเรียวยาวค่อยๆคลำหาช่องทางหวานก่อนจะใช้นิ้วชี้กดลงไปแผ่วเบาจนร่างเล็กที่กำลังจู่โจมเขาด้วยจูบที่ร้อนรงแทบจะผละริมฝีปากออกไป แต่เป็นซองกยูที่รวดเร็วกว่าตามไปโฉบริมฝีปากบางมาไว้ในครอบครองได้อีกครั้ง
“อ๊าา...อ่ะ..อื้มม”
นิ้วมือเรียวยังคงดุนดันอยู่ที่ปากทางเช่นนั้นก่อนเพียงไม่กี่อึดใจซองกยูก็ดันมันเข้าไปได้จนหมด และเพิ่มนิ้วมือเข้ามาอีกเป็นสอง และสามนิ้ว
“อ๊ะ..อ๊าาา..ฮ่ะ”
อูฮยอนใบหน้าเหยเกเมื่อรับสัมผัสอันเสียวซ่านจากคนตรงหน้า เอวบางส่ายร่อนไปตามแรงอารมณ์ริมฝีปากบางถูกปล่อยให้เป็นอิสระแล้วใบหน้าหวานตอนนี้ซบลงกับบ่าแกร่งพลางจิกข่วนนิ้วมือลงไปบนแผ่นหลังของคนตัวสูงกว่าจนเป็นรอย
“อ๊ะ..ผะ..ผมไม่ไหว..แล้วอ่ะ..ซองกยู..อ๊ะ”
เสียงครางหวานเอ่ยออกมาเมื่อความเสียวซ่านเริ่มตีขึ้นมาจนจุกอยู่ที่ท้อง
ราวกับว่ามันจะระเบิดออกมาตอนนี้พร้อมๆกับนิ้วมือของคนตัวสุงกว่าที่ขยับรวดเร็วอยู่ในช่องทางสีหวานค่อยๆผ่อนลงจนกลายเป็นหยุดนิ่งในที่สุด
“ทะ...ทำไม”
อูฮยอนเงยหน้ามองอีกคนด้วยความสงสัย และก่อนที่ความสงสัยนั้นจะถูกแปรเปลี่ยนเป็นการทำความเข้าใจโดยที่ซองกยูจับอีกคนให้หันหน้าไปทางด้านหน้ารถด้วยท่าทางหมอบคลาน
มือบางวางอยู่ที่คอนโซลระหว่างเบาะคนขับกับด้านข้างคนขับ
อุฮยอนหันมามองคนที่อยู่ทางด้านหลังด้วยแววตาอ้อนวอนราวกับจะให้ซองกยูจัดการเขาเสียที ซองกยูมองบั้นท้ายกลมกลึงแล้วอดกลืนน้ำลายลงคอไมได้ในท่วงท่าแบบนี้เขายิ่งมองเห็นช่องทางสีหวานของคนตรงหน้าได้ชัดเจนที่สุด ช่องทางที่เต้นตุบๆรอให้เขาเข้าไปเติมเต็มปรากฏอยู่ตรงหน้า
“อ๊าาา” เพียงแค่เขานำมือไปแตะแผ่วเบาคนด้านหน้าก็หลุดเสียงครางหวานออกมา ซองกยูนั่งคุกเข่าอยู่บนเบาะเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทถูกปลดกระดุมเม็ดบนออกสองสามเม็ด
ก่อนที่มือหนาจะชักรูดแกนกายตัวเองสองสามครั้งและจ่อมันเข้าไปที่ช่องทางรักที่เชิญชวนเขาอยู่ตรงหน้า
“อ่ะ..อูฮยอน..อาแน่น..แน่นมาก”
เพียงแค่เข้าไปได้เพียงส่วนหัว ความรู้สึกปวดหนึบก็แล่นพล่านทั่วสรรพางกายซองกยูจูบเบาๆที่แผ่นหลังนวลเนียนเพื่อปลอบประโลมเด็กน้อยของเขาไม่ให้ตื่นกลัว
“อ้ะ...ซองกยู..แน่น..อ่ะคุณเข้ามาเถอะ..เร็วๆสิฮะ”
เสียงหวานเร่งเร้าเพราะยาที่โดนเข้าไปเริ่มออกฤทธิ์จนมองข้ามความเจ็บปวดจากแกนกายขนาดใหญ่ ซองกยูแระแทกแรงอีกครั้งจนสามารถเข้าไปได้ครึ่งหนึ่ง
ก่อนจะถอนแกนกายออกมาแล้วกระแทกแรงครั้งสุดท้ายจนมันเข้าไปได้หมด
“อ๊าาา..อ่ะ”
เสียงหวานหลุดครางออกมาทันที “ขยับสิฮะ..ขยับเลยอ่ะ..อืมมอ๊ะ”
มือหนาจับเข้าที่เอวบางตรงหน้าเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวก่อนจะค่อยๆขยับส่วนล่างของร่างกายช้าๆและเปลี่ยนเป็นรัวเร็วในที่สุด
แรงกระแทกจากด้านหลังแทบจะทำให้ตัวของอูฮยอนโยกตามแรงกระแทกที่หนักหน่วงจนใบหน้าแทบจะชิดแผงควบคุมด้านหน้า
ถ้าไม่มีมือหนาที่จับเอวเขาไว้
ซองกยูยังคงส่งแรงกระแทกอย่างหนักหน่วงราวกับจะยืนยันคำพูดก่อนหน้านี้
‘คอยดูสิว่าผมจะเก่งแค่จูบหรือเปล่า...อูฮยอน’
และดูเหมือนการกระทำตอนนี้จะยืนยันได้ชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด
ใบหน้าหวานชื้นเหงื่อกัดริมฝีปากตัวเองอย่างเสียวซ่านและพยายามสกัดกลั้นเสียงครางเอาไว้แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะแกนกายร้อนยังคงกระทบกระแทกจุดที่ล้ำลึกที่สุดของร่างกายซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เสียงครางอื้ออึงของคนสองคนดังอยู่ภายในซีดานคันหรูซึ่งตอนนี้ดูจะคับแคบไปสำหรับคนสองคนที่ใช้มันเป็นเตียงแต่ใครจะมัวมาสนใจในเมื่ออารมณ์ซ่านที่ครอบงำทั้งสองคนอยู่
“อ้ะ...ซองกยูเร็วอีก..อ๊ะเร็วกว่านี้”
เสียงหวานแทบจะร้องขอเมื่อแรงอารมณ์ผลักดันจนจะอยู่สูงสุด
อูฮยอนต้องการมากกว่านี้
“อ่ะ..อูฮยอน.อ่ะ”
ซองกยูหยัดกายเข้าใส่คนตรงหน้าไม่ยั้ง
ตามคำขอที่เขาเต็มใจจะทำให้เมื่อสักครู่
สะโพกมนขยับตอยรับตามแรงกระแทกได้เป็นอย่างดีจนแกนกายยิ่งดูเหมือนจะเข้าไปลึกมากกว่าเดิม
“อ๊ะ.....เสียว..อะซองกยู
อาจารย์ซองกยู”
นัมอูฮยอนร้องเสียงหลงเมื่อคนด้านหลังค่อยๆเปลี่ยนจากการขยับรัวเร็วเป็นขยับกายช้าแต่หนักหน่วงกว่าเดิม
แรงกระแทกที่ส่งมายิ่งทำให้คนตัวบางเสียวซ่านมากยิ่งขึ้น
ซองกยูกัดริมฝีปากมือหนาจับเอวคนตรงหน้าเอาไว้ก่อนจะส่งแรงกระแทกครั้งสุดท้าย เอวสอบกระตุกถี่นิ่งค้างอยู่แบบนั้น ของเหลวสีขาวขุ่นฉีดพ่นเข้าไปในช่องทางรัก
พร้อมๆกับแกนกายเล็กของนัมอูฮยอนก็ปลดปล่อยคราบคาวของความสุขออกมาเช่นกัน
“อ๊าาา...อ๊ะ..อ่ะซองกยู”
“อ่า...อืม..อูฮยอน..ฮ่ะ”
จบสิ้นกิจกรรมอันเร่าร้อนร่างเล็กที่ยังคงอยู่ในท่วงท่าเดิมแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นเสียแล้วหากไม่มีมือหนาจากด้านหลัง
คว้าเอวเขาเข้าไปกอดจนอูฮยอนล้มลงไปทับอีกคน
แผ่นหลังบางแนบสนิทกับอกแกร่งภายใต้เชิ้ตสีดำสนิท
แผ่นอกแกร่งสะท้อนลมหายใจขึ้นลงจนอูฮยอนรับรู้ถึงมัน มืออุ่นๆที่เกลี่ยผมหน้าม้าอย่างแผ่วเบาก่อนจมูกคมจะกดฝังลงบนแก้มนิ่มอย่างอ่อนโยน
อูฮยอนหลับตาลงพิงกับไหล่แกร่งของอาจารย์ซองกยูราวกับว่ามันคือที่ปลอดภัยสำหรับเขา
และมันก็อบอุ่นจนอูฮยอนไว้ใจ
“ผมยังยืนยันคำเดิมแล้วคุณล่ะ...อูฮยอน”
“ผม....”
“………”
“คืนนี้ไปนอนที่บ้านอาจารย์ได้หรือเปล่าครับ”
สิ้นสุดเสียงหวานริมฝีปากทั้งคู่ก็ประกบลงอีกครั้ง
และคืนนี้ดูท่าว่าคำคืนอันเร่าร้อนภายในรถคันหรูจะยังคงดำเนินไปอีกยาวนาน
และนัมอูฮยอนอาจจะไม่ได้ไปนอนบ้านอาจารย์ซองกยูอย่างที่พูดไว้
เพราะนัมอูฮยอนจะหมดแรงอยู่ในรถคันนี้จนรุ่งเช้า
***ฟิคแก้บนกากๆ
หวังว่าจะชอบนะคะ*** #osanything

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น