Love Chain Intro
บางทีอูฮยอนก็คิดว่าพระเจ้าเล่นตลกกับชีวิตของเขามากเกินไป แต่ทำไมกันล่ะ
พระเจ้าเล่นตลก....
แต่อูฮยอนไม่ขำสักนิด
คำว่าครอบครัวอบอุ่นสำหรับตระกูลนัมที่ตอนนี้ต้องใช้คำว่าเคยมีมากกว่าที่กำลังเป็นอยู่ นัมจองซูประมุขของบ้านที่ทำงานหาเลี้ยงภรรยาและลูกๆมาตลอด แต่กลับต้องพ่ายแพ้ให้กับสิ่งที่เรียกว่า’การพนัน’ เมื่อผีพนันเข้าสิงทุกสิ่งทุกอย่างที่สร้างมาเกือบทั้งชีวิตก็เป็นอันสลายลงไปภายในเวลาไม่กี่เดือนเหลือเพียงแต่หนี้สินที่ทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า และเพราะเหตุนี้’นัมยองแอ’ผู้เป็นแม่จึงเลือกที่ตัดความสัมพันธ์กับชายคนรักไว้เท่านี้ และตัดสินใจที่จะเริ่มชีวิตใหม่กับลูกชายเพียงคนเดียวที่เปรียบเสมือนกับสมบัติล้ำค่าที่เหลืออยู่เพียงชิ้นเดียว
ไม่เถียงว่าครั้งหนึ่งอูฮยอนเคยคิดโกรธผู้เป็นพ่อของตนมากที่ยอมให้ผีพนันเข้ามาทำลายความสุข ความรัก ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างในครอบครัว ทำให้แม่ต้องเสียใจทำให้ครอบครัวเราต้องพังลง แต่เมื่อโตขึ้นมาอีกสักนิด เมื่ออูฮยอนโตพอที่จะได้เห็นอะไรบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เขาคิดว่าบางทีคนที่ทำผิดอาจจะไม่ใช่แค่ผู้เป็นพ่อเพียงคนเดียว
บางทีคนที่เราไว้ใจมากที่สุด อาจจะกำลังทำเราให้เสียใจ....
“จองซูเราเลิกกันเถอะ” เสียงทะเลาะตะโกนเสียงดังมาจากชั้นสองของบ้าน ในตอนบ่ายวันหนึ่งที่นัมอูฮยอนกลับมาจากโรงเรียน ทันทีที่ก้าวเข้ามาในบ้านก็ได้ยินเสียงตะโกนของผู้เป็นพ่อ เสียงร้องไห้ของแม่ หรือแม้กระทั่งเสียงด่าทอ หากวันนี้ที่โรงเรียนไม่ปล่อยให้กลับบ้านก่อนเวลาเขาก็จะไม่รับรู้ปัญหาของบ้านเลยสินะ แต่เสียงด่าทอใดๆก็ฟังไม่รู้สึกเจ็บปวดเท่ากับคำที่แม่ขอเลิกกับพ่อ
ในตอนนั้นความคิดของเด็กก็แค่คิดว่าเดี๋ยวพ่อก็ง้อแม่ได้เองแหละ แต่ก็เป็นอีกครั้งที่เขาคิดผิดเมื่อตื่นเช้าในวันต่อมาก็ไม่พบผู้เป็นพ่ออยู่ในบ้านแล้วเลิกกันจริงๆแล้วสินะ.....
เขาจะทำอะไรได้ในเมื่อมันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่สองคนที่จะคิดตัดสินใจกันเอง
..โดยที่ไม่ถามความรู้สึกเด็กอย่างอูฮยอนสักคำ
นัมอูฮยอนได้แต่นั่งกอดตัวเองอยู่ภายในห้องงนอน น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าที่ไหลออกมาจากดวงตาคู่หวานอย่างไม่หยุดหย่อน จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่านั่งอยู่ในห้องนานเท่าไหร่ หรือร้องไห้หนักแค่ไหน รู้เพียงแค่ว่าถึงตัวจะยังสะอื้นอยู่แต่น้ำตาก็ไม่มีไหลลงมาอีกแล้ว
8 มกราคม 2013
“แม่ซื้อมือถือใหม่หรอฮะ” นัมอูฮยอนเอ่ยถามแม่ของตนเมื่อเห็นมือถือเครื่องใหม่ที่ดูไม่คุ้นตาในมือของผู้เป็นแม่
“แม่ซื้อมาไว้คุยงานน่ะ”นัมยองแอตอบผู้เป็นลูก
“เนี่ยรุ่นนี้สะดวกมากเลยนะอูฮยอน จะพิมพ์งานส่งงานก็ดีมากๆเลย”นัมยองแอพูดอธิบายสรรพคุณของโทรศัพท์เครื่องใหม่ของตนให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนฟังด้วยใบหน้าแต้มยิ้ม พลางจับเครื่องมือสื่อสาของตนพลิกไปพลิกมา
“ขอผมดูหน่อยสิฮะ” แบมือขอผู้เป็นแม่แล้วก็ได้รับโทรศัพท์เครื่องใหญ่สีบลอนด์ทองมาไว้ในมือ นัมอูฮยอนยกเข้ามาดูใกล้ๆพลิกไปพลิกมาก่อนจะเห็นแสงไฟวาบที่หน้าจอ
ข้อความเข้า....
เป็นใครจะไม่อยากรู้ล่ะ รวมถึงอูฮยอนด้วยที่พลิกหน้าจอกลับมาดูว่ามีข้อความอะไรส่งมาหาแม่ของตน
แทซอง :: คิดถึง..เมื่อไหร่จะได้เจอกันอีกครับ
แต่ตัวอักษรบนหน้าจอโทรศัพท์นั่นก็ทำเอาอูฮยอนพูดไม่ออกไปหลายวินาที มือเล็กรีบกดปิดหน้าจอก่อนจะยื่นโทรศัพท์ให้แม่ของตน ใบหน้าหวานพยายามฝืนยิ้มให้เป็นปกติแต่หัวใจข้างในกลับเต็มไปด้วยคำถาม คำถามที่ตอนนี้อยากจะถามผู้เป็นแม่เหลือเกินแต่ก็ทำไม่ได้เพราะอูฮยอนกลัวที่จะรู้อะไรบางอย่างที่บางทีอาจจะเป็นสิ่งที่เขาอยากจะรู้มาตลอดระยะเวลาเกือบปีนี้ก็ได้ นับตั้งเเต่ที่แม่ของตนเลิกกับผู้เป็นพ่อไปตั้งแต่ตอนนั้นจนมาถึงตอนนี้ก็เกือบจะสองปีแล้วสินะ
เอาไว้ส่งงานงั้นหรอ...
เอาไว้คุยงานจริงๆหรอ..
นัมอูฮยอนยื่นมือถือให้แม่ของตน“ใส่รหัสให้ด้วยสิฮะ”
ทั้งๆที่เห็นเต็มสองตา แต่ก็ต้องทำเป็นไม่เห็น
ทั้งๆที่สงสัยแทบตาย อยากรู้จนใจแทบขาด
แต่ก็ต้องทำเป็นไม่เห็น
ต้องทำเป็นไม่รู้อะไร....
ตอนนี้นัมอูฮยอนเรียนอยู่ในชั้นมัธยมปลายปีสุดท้ายแล้ว อีกไม่นานก็ต้องเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยเพราะแบบนั้นทางโรงเรียนจึงไม่ค่อยเข้มงวดกับเด็กปีสุดท้ายอย่างเขาเท่าไหร่นัก ทำให้ได้กลับบ้านเร็วบ่อยๆหรือบางวันก็ไม่ต้องไปเรียน
บ้านของเขาอยู่ห่างจากโรงเรียนพอสมควรแต่ก็ไม่ถือว่าไกลมาก ส่วนการเดินทางก็รถประจำปางนั่นแหละที่อาศัยใช้บริการตั้งแต่ช่วงม.ต้นมาจนถึงทุกวันนี้
สองขาเล็กก้าวเดินมาเรื่อยๆจนถึงหน้าบ้านสีขาวสองชั้นขนาดกลางที่ตั้งอยู่กลางซอยของหมู่บ้านแห่งนี้ วันนี้อูฮยอนกลับบ้านเร็วกว่าปกตินิดหน่อยซึ่งกลับไปก็คงเจอเพียงแค่บ้านที่เงียบเชียบ เพราะแม่ของตนคงยังไม่กลับมาจากทำงานแน่นอน แม่ของอูฮยอนทำงานเป็นผู้จัดการแผนกบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่ง ตอนนี้แม่ต้องมาทำงานทั้งๆที่แต่ก่อนเราเคยเป็นเจ้าของกิจการด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่ได้นึกโทษโชคชะตาหรือพระเจ้าแต่อย่างใดมันคงเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดมาแล้วมากกว่า
อูฮยอนเชื่ออย่างนั้น...
เมื่อเดินมาหยุดที่หน้าประตูรั้วสีน้ำตาล มือเล็กล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบเอากุญแจออกมาก่อนจะไขเข้าไปด้านใน แต่ก็พบว่ารั้วไม่ได้ล็อกเอาไว้อย่างที่เข้าใจในตอนแรกคิดในทางที่ดีคือแม่อาจจะกลับมาแล้ว แต่คิดอีกทาง
ขโมย...
นัมอูฮยอนค่อยๆก้าวเดินเข้าไปภายในโดยใช้เสียงให้เงียบและเบาที่สุด เมื่อมองผ่านเข้าไปทางประตูหน้าบ้านที่ถูกเปิดอ้าไว้ก็พบแค่ความว่างเปล่า ก่อนจะถอนหายใจโล่งออกมาเมื่อเห็นรองเท้าของผู้เป็นแม่วางอยู่ที่หน้าประตู แต่ก็ยังมีเรื่องทำให้คนตัวเล็กแปลกใจอยู่อีก
นั่นก็คือรองเท้าที่มีลักษณะเป็นรองเท้าผู้ชายวางอยู่ข้างๆ
แต่อาจจะเป็นแขกของแม่อูฮยอนไม่คิกอะไรมากก้าวเข้าไปด้านในก็เจอกับนัมยองแอผู้เป็นแม่นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารพร้อมกับผู้ชายคนหนึ่งที่ลักษณะดูภูมิฐานไม่น้อย สวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินกางเกงสแลกสีดำนั่งอยู่ตรงข้ามกัน
“อูฮยอนมาแล้วเหรอลูก มานี่สิ”นัมยองแอเรียกลูกชายของตนให้เดินเข้าไปหา พลางเลื่อนเก้าอี้ให้ลูกชายได้นั่งข้างๆตน
“ครับ”
“สวัสดีคุณน้าเขาสิลูก” คงหมายถึงผู้ชายคนนี้สินะ เมื่อผู้เป็นแม่บอกแบบนั้นนัมอูฮยอนก็ลุกขึ้นโค้งให้คนตรหน้าอย่างสุภาพ
“สวัสดีครับ ผมอูฮยอน”
“สวัสดีจ้ะ น้าแทซองนะ ลีแทซอง”
“แล้ว??” เลิกคิ้วถามผู้เป็นแม่ในเชิงทำนองว่า ผู้ชายคนนี้เป็นใคร
“อูฮยอนเรื่องที่แม่กำลังจะบอกลูกแม่ไดตัดสินใจแล้ว” สีหน้าของนัมยองแอดูลำบากใจเล็กน้อยที่จะเอ่ยบางอย่างออกมา ก่อนจะพรูลมหายใจแล้วตัดสินใจพูดต่อ“แม่กับคุณแทซองเรารักกัน”
รักกัน..
อย่างนั้นหรอ....
“เราดุใจกันมาเกือบปีแล้วน่ะ แล้วคุณแทซองก็จะย้ายมาอยู่บ้านเราแม่ก็เลยอยากจะถามความเห็นลูก”
ถามความเห็นผมงั้นหรอ อูฮยอนอดคิดไม่ได้ถึงเขาไม่เห็นด้วยเดี๋ยวแม่ก็คงหว่านล้อมอยู่ดีนั่นแหละ จะพูดให้ถูกก็คือแม่ของเขาเพียงแค่อยากจะแจ้งให้ทราบเท่านั้นแหละว่าแม่กำลัง
จะมีคนรักใหม่....
ผู้ชายคนนี้สินะที่เคยเห็นส่งข้อความมา ลีแทซอง..... จะให้บรรยายลักษณะลีแทซองออกมายังไงดีล่ะ เขาก็คงเป็นผู้ชายที่ดูสะอาดสะอ้าน ใบหน้าไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร ลักษณะดูภูมิฐานเหมือนนักธุรกิจคนนึง แต่ที่นัมอูฮยอนไม่ชอบใจเลก็คือสายตาของผู้ชายคนนั้น
สายตาที่มองอูฮยอน ด้วยความเจ้าเล่ห์
สายตาที่กวาดมองไปทั่วบ้านของเขา
สายตาที่แฝงไปด้วยความโลภ แต่จะให้ทำยังไงในเมื่อแม่ของเขาได้ตัดสินใจไปแล้วแค่เด็กอย่างอูฮยอนคงเปลี่ยนอะไรไม่ได้นอกจากยอมรับ
“อะไรที่เป็นความสุขของแม่ก็ทำเถอะฮะ” บอกผู้เป็นแม่ออกไปก่อนจะลุกจากที่นั่ง
“ผมขอตัวไปอ่านหนังสือก่อน” นัมอูฮยอนลุกจากเก้าอี้โค้งให้ผู้ใหญ่ทั้งสองก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอนของตนที่ชั้นสอง เลือกที่จะหลีกเลี่ยงออกมามากกว่าที่จะฝืนทนอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น
มันน่าอึดอัด....
ไม่รู้จะต้องทำสีหน้าแบบไหน หรือจะพูดยังไงมันน่าอึดอัดไปหมดทั้งกับผู้เป็นแม่
และคนรักของแม่
แววตาคู่นั้นที่ทำให้อูฮยอนไม่ชอบเอาซะเลย
12 ธันวาคม 2013
ตอนนี้ก็เกือบจะครบปีแล้วที่ในบ้านของอูฮยอนมีสมาชิกเพิ่มเข้ามาหนึ่งคนลีแทซองทำงานเป็นแผนกบัญชีในบริษัทที่แม่ของอูฮยอนทำงานอยู่ ตั้งแต่วันที่ผู้ชายคนนั้นเข้ามาอยู่ในบ้านอูฮยอนพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการพบปะพูดคุยกับผู้ชายคนนั้น
ไม่อยากจะให้เกิดเรื่อง...
จะเรียกได้ว่าแม่เปลี่ยนไปมากตั้งแต่ได้ใช้ชีวิตร่วมกับผู้ชายที่ชื่อลีแทซองก็คงจะไม่ผิด ตั้งแต่ตอนนั้นแม่ของเขาก็มีท่าทีที่เปลี่ยนไป
แม่ดูใช้เงินเยอะขึ้น
ใช่...ในตอนแรกเขาเข้าใจแบบนั้น แต่พอมารู้ทีหลังว่าเงินพวกนั้นที่แม่หามาได้ต้องเอาไปให้ผู้ชายคนนั้น
คงเล่นพนันบอลสินะ
แต่บอกไปแม่ก็ไม่เชื่อหรอก
คนที่ผิดกลายเป็นอูฮยอนเองซะมากกว่า ที่กลายเป็นเด็กมีอคติกับคนรักของแม่
วันนี้ดูเหมือนว่าแม่จะต้องออกไปดูพื้นที่ของทางบริษัทในต่างจังหวัดทำให้ในบ้านเหลือเพียงแค่เขา กับผู้ชายคนนั้นที่อูฮยอนพยายามเลี่ยงการพบเจอตลอดเวลา แต่ดูเหมือวันนี้พระเจ้าคงไม่เข้าข้างแล้วสิ
นัมอูฮยอนยืนอยู่ในครัว ร่างบางกำลังจับโน่นจับนี่อย่างคล่องมือ แม้ในใจจะไม่อยากออกมาจากห้องสักเท่าไหร่ตามที่คิดไว้ว่าพอตกเย็นจะรีบเข้าห้องและไม่ออกมาอีกแต่ดูเหมือนความหิวและเสียงท้องร้องมันจะไม่เข้าใจเขาสักนิด
และมันก็ทำให้ลืมสิ่งที่คิดไว้ตั้งแต่แรก และตอนนี้เขาก็มายืนอยู่หน้าหม้อที่กำลังต้มรามยอน
เป็นตัวเลือกที่ง่ายและเร็วที่สุด
พรึ่บ!!
แต่จู่ๆไฟในบ้านก็ดับลง นัมอูฮยอนคลำทางไปตามความมืดคงต้องปิดแก๊สก่อนอันดับแรกตามความคิดของตน
“อ่ะ” แต่เดินได้ไม่กี่ก้าวก็รู้สึกถึงแรงกอดรัดจากทางด้านหลัง
“จะรีบไปไหนหรอคุณลูกเลี้ยง” เสียงแหบพร่าของชายวัยกลางคนดังชิดริมใบหู
“ปล่อยนะเว้ย” ร่างเล็กๆพยายามดิ้นให้หลุดออกจากการพันธนากรที่น่าขยะแขยงจากไอผู้ชายสารเลวที่ตอนนี้คงเริ่มออกลายมาให้เห็น
“พูดเพราะๆกับผัวของแม่แกหน่อยสิ”
“ต้องการอะไร” ในขณะที่กำลังถามเพื่อถ่วงเวลามือเล็กก็อาศัยความชำนาญและความจำควานมือไปหยิบมีดทำครัวที่ตนวางไว้ก่อนหน้านี้ขึ้นมาถือไว้ อูฮยอนจะไม่ทำอะไรหากผู้ชายคนนั้นไม่ทำอะไรเขาเช่นกัน
“ฮ่าๆๆถามได้ตรงประเด็นจริงๆนะ” เสียงหัวเราะที่ดังขึ้นพร้อมกับเสียงที่หยุดไปชั่วขณะ “ต้องการตัวแกยังไงหล่ะ คุณลูกเลี้ยง”
“ปล่อยนะ ไอ้ชั่วแกมันเลว” เสียงเล็กที่ตะโกนด่าทอในขณะที่กำลังพยายามสะบัดตัวหนีจากคนตรงหน้า แต่รู้สึกว่าอูฮยอนคงจะแรงน้อยเกินไป ร่างเล็กพยายามเบียงตัวหนีสัมผัสที่น่ารังเกียจที่ถูกยัดเยียดมาให้ นัมอูฮยอนยกขาขึ้นเตะไปที่หว่างขาของลีแทซองก่อนจะวิ่งออกไปทางประตูหน้าบ้าน ก้าวอย่างไม่คิดชีวิต
“อ่ะ ปล่อยนะ” แรงดึงผมจากข้างหลังอย่างแรงจนอูฮยอนหงายล้มลงไปกองกับพื้น
“ยอมดีๆจะได้ไม่เจ็บตัว” เสียงฝีเท้าที่ค่อยๆดังขึ้นมาใกล้เรื่อย อูฮยอนมองเห็นเงาของผู้ชายคนนั้นที่ย่อตัวนั่งลงก่อนจะค่อยๆคลานมาทางตัวของเขา มือสกปรกของมันพยายามแกะกระดุมกางเกงของเขาออก
“อ้า!!...โอ้ยย”ลีแทซองหงายหลังล้มไปนอนขดตัวอยุ่ที่พื้น มือกุมท้องที่มีโลหิตสีแดงไหลออกมาเป็นทางจากแผลที่โดนแทงเมื่อสักครู่ นัมอูฮยอนเมื่อหลุดพ้นจากรุกไล่ก็วิ่งออกไปทันที
รู้แค่ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่บ้านไม่ได้อีกแล้ว
13 ธันวาคม 2013
“ขอบใจมากนะคีย์ที่ให้มาอยู่ด้วยน่ะ” หลังจากคืนนั้นที่วิ่งออกมาจากบ้านอูฮยอนก็เรียกแท็กซี่ให้มาส่งที่บ้านเพื่อนสนิทของตน กะว่าจะขออยุ่สักสองสามวันแล้วค่อยกลับไป
“ไม่เป็นไรน่า แต่แกได้โทรหาแม่หรือยัง”
นั่นสิตั้งแต่เกิดเรื่องเขาก็ยังไม่ได้โทรหาแม่เลย
กริ๊งง...
แต่ตอนนี้คงไม่จำเป็นเพราะสายเรียกเข้าของเขาตอนนี้คือ นัมยองแอ...
เสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม เคล้าคลอไปกับแสงไฟต่างๆที่สาดส่องไปทั่วบาร์ ซึ่งตอนนี้อูฮยอนไม่ได้รับรู้อะไรเพราะสติของเขาเริ่มจะหลุดลอยไปเรื่อยๆเพราะเรดมาการิต้าที่ดื่มเข้าไปตั้งแต่มาถึง แก้วเปล่าที่วางเรียงรายบ่งบอกจำนวนที่มันถูกดื่มไปจากคนหน้าหวานที่ตอนนี้ใบหน้าเริ่มขึ้นสีแดง ริมฝีปากแดงสดจากฤทธิ์ของสิ่งที่ดื่มเข้าไปทำให้ตอนนี้อูฮยอนดูน่ามองกว่าครั้งไหนๆ
“พอเถอะอูฮายอนนน..ช้านว่าแกม่ายหวายน๊า”เสียงของเพื่อนสนิทที่เอ่ยเตือน โดยที่ไม่ดูตัวเองสักนิด
“แกเมากว่าช้านอีก..อึก คีย์” หลังจากที่ได้รับโทรศัพท์จากแม่ นั่นแหละคือสาเหตุที่ทำให้เขามาอยู่ที่นี่ถ้าแม่ยอมเชื่อกันสักนิดเขาคงไม่ต้องเสียใจขนาดนี้
“ทำมายวะคีย์ แม่ถึงไม่เชื่อฉันบ้าง อึก..ฮือ” น้ำตาที่ไหลออกมาอย่างง่ายดายในเวลาที่อารมณ์ของคนตัวเล็กกำลังอ่อนไหวเช่นนี้
นึกถึงของที่ผู้เป็นแม่โทรมาหาแต่กลับต่อว่าเขาที่ไปแทงพ่อเลี้ยงของตน แต่ครั้นพออูฮยอนอธิบายก็กลายเป็นเด็กโกหก คิดมาก จนทำเกินกว่าเหตุ
ยอมรับว่าตอนนี้โกรธมาก โกรธที่แม่ไม่เชื่อใจลูกตัวเองสักนิด
“ทั้งที่ช้านก็ทำตัวดีกับแม่มาตลอด ตั้งใจเรียนไม่ทำให้แม่เสียจายสักครั้ง ฮ่าๆๆ” หลุดเสียงหัวเราะที่น่าสมเพชออกมาเบาๆ “ในเมื่อเป็นคนนดีแล้วม่ายได้อาราย..งั้นช้านนก็จะทำตัวแย่ๆบ้างเหมือนกานน”
“คร่อก!! ”เสียงกรนดังมาจากคนที่นอนสลบเหมือดอยุ่ข้างๆ
“งื้อ..คีย์หลับทาม...มายยย” ฝ่ามือเล็กทุบเข้าที่แขนของเพื่อนรักแต่ก็ไร้ปฎิกิริยาตอบรับ
นัมอูฮยอนฟุบหน้าของกับโต๊ะก่อนจะคิดถึงคำพูดของตนเองก่อนหน้านั้น ก็อยากจะลองทำตัว
เป็นเด็กไม่ดีดูบ้าง......
“ซองยอลเอารถออก ฉันจะกลับแล้ว” ชายหนุ่มในสูทสีดำสนิท ใบหน้าหล่อจัดรับกับดวงตาเรียวรีและสันจมูกคมเอ่ยสั่งมือขวาคนสนิทของตน ตอนนี้เขาคุยธุระ..เสร็จเรียบร้อยแล้วไม่มีประโยชน์อะไรที่จะอยู่ต่อปล่อยที่เหลือให้มือสังหารของเขาเป็นคนจัดการจะดีกว่า
จะปล่อยพวกคนทรยศไว้ทำไม
“ครับคุณซองกยู”รับคำสั่งจากเจ้านายของตนก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปเตรียมรถ
ชายหนุ่มผู้เป็นนายกำลังจะลุกขึ้นจากที่นั่งแต่ก็ต้องล้มตัวลงไปนั่งติดกับโซฟาอีกครั้งเมื่อมีร่างของใครบางคนมานั่งอยู่บนตัวของเขา
ไม่รู้ว่าเจ้าของบาร์แห่งนี้ยังอยากมีชีวิตอยู่หรือเปล่าถึงปล่อยให้มีคนอื่นขึ้นมาทั้งที่เขาเหมาทั้งชั้นเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
แต่ร่างเล็กๆที่กำลังนั่งอยุ่บนตัวเขาตอนนี้ก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย...
“ไม่ต้อง” สะบัดมือไล่ลูกน้องของตนที่เตรียมจะเข้ามาจัดการลากคนหน้าหวานนี่ออกไป
“คุณ..คุณ” ตีที่แก้มกลมๆนั่นเบาๆเพื่อเรียกให้คนที่นอนสบายบนตักของเขาให้ตื่น
“งื้อ...” ดวงตากลมใสช้อนขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะลุกขึ้นมานั่งหันไปเผชิญหน้ากับคนที่เขาถือวิสาสะมานั่งบันตัก
บอกแล้วว่านัมอุฮยอนอยากลองเป็นเด็กไม่ดีดูบ้าง
“คุณหล่อจังเลยฮะ” ใบหน้าแดงจัดของผู้พูดพร้อมกับมือเล็กๆที่ไล้อยู่บนกรอบไปหน้าคมของชายหนุ่ม
“คุณเมามากแล้วนะ” เอ่ยบอกร่างเล็กตรงหน้า ที่แสดงท่าทางเหมือนกำลังจะยั่วเขา คิมซองกยูก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่ได้จะมีความอดทนอดกลั้นได้ขนาดนั้น และดูท่าเด็กนี่คงไม่พร้อมกับเรื่องแบบนั้นแน่ๆแต่จะด้วยเพราความเมาหรือเหตุผลอะไรก็ตามที่ทำให้คนที่นั่งอยู่บนตักเขาตอนนี้ หากตัดสินใจที่จะเป็นเนื้อที่ถูกโยนมาเข้าปากเสือ
บอกเลยว่าเขาก็จะไม่ปฏิเสธ....
“ถ้าผมเมา ก็ทำให้หายเมาหน่อยสิฮะ”
“คุณพูดแบบนี้กับคนที่เพิ่งรู้จักกันไม่ถึงนาที มันจะไม่เสี่ยงไปหรอครับ” ชายหนุ่มพูดพลางจ้องเข้าไปในดวงตาหวานเยิ้ม จากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ริมฝีปากสีแดงสดที่เผยอออกน้อยๆนั่น ทำให้อูฮยอนดูเป็นดาวยั่วไม่เบา
“งั้น” ไม่พูดเปล่าแต่มือเล็กๆของเจ้าตัวที่ไล้ไปมาบนแผงอกแกร่งแผ่วเบา ทำเอาร่างกายของชายหนุ่มสั่นไหวไม่น้อย
“เราก็มาทำความรู้จักกันให้มากขึ้นสิฮะ”
anythingELf :: มันดูแปลกๆหรือเปล่าคะ เราพยายามให้ตอนแรกมันหน่วงๆแล้วแต่ก็ได้แค่นี้
เป็นSFไม่ถึงสิบตอนจบค่ะ และแว่วๆว่าจะมีภาคต่อแหละ(ฮริ๊ง) ฝากติดแท็ก #osanythingหน่อยนะคะ หรือคอมเม้นต์ด้านล่างก็ได้ค่ะ 5555ช่วงนี้เป็นบ้าค่ะสติยังไม่กลับตั้งแต่โมเม้นที่เค้าจะทำมิดีมิร้ายกันออกอากาศแหละสังคมมม ทำเราดีดดิ้นทั้งคืน
ทั้งมัดจุกให้กัน ทั้งหยอกกัน โอ้ยยแต่งๆกันไปเถอะเนอะขี้เกียจชงหมั่นไส้เค้าแหละสังคม5555

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น